Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม

Coupling คืออะไร “คัปปลิ้ง” อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยทำให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีสะดุดระหว่างการทำงาน ซึ่งในภาษาไทยเราจะเรียกกันว่า “ยอย” ซึ่งตัวอุปกรณ์นี้จะมีหน้าที่เชื่อมต่อกันระหว่างสองเพลา นั่นก็คือ “ตัวขับ” และ “ตัวถูกขับ” ดังนั้นเพื่อให้เครื่องจักรสามารถโดยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดจึงต้องอาศัยคัปปลิ้งที่มีคุณภาพ เพราะตัวอุปกรณ์นี้มีความสำคัญป้องกันเครื่องจักรการเสียหายได้อีกด้วย

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-2

คัปปลิ้งจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ นั่นก็คือ “คัปปลิ้งแบบที่มียาง” (Flexible) ที่มีส่วนประกอบของยางสังเคราะห์ และอีกแบบนั้นก็คือ “คัปปลิ้งไม่มียาง” (Rigid) ที่มีส่วนประกอบของโลหะ แต่คัปปลิ้งทั้งสองแบบมีการใช้เหมือนกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั่นก็คือ แกนเพลาทั้งสองข้างจะต้องถูกวางลงในตำแหน่งที่มีแนวตรงกันพอดีเท่านั้น โดยเราจะเจาะลึกกันเกี่ยวกับยอยหรือคัปปลิ้งทั้งสองแบบนี้ ว่าจะมีชนิดย่อยที่แบ่งตามการใช้งานอีกกี่ชนิด

 

คัปปลิ้งแบบมียาง (Flexible Shaft Coupling)

คัปปลิ้งประเภทนี้ ข้างมีความยืดหยุ่นที่สูง เพราะผลิตจากยางสังเคราะห์หรือว่ายางธรรมชาติ คนนั้นลักษณะอันโดดเด่นนั่นก็คือสามารถช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้ดี น้ำหนักเบากว่า และอีกทั้งยังสามารถป้องกันเครื่องจักรจากแรงบิดที่เกินกำลังได้โดยจะลดแรงดันที่เกิดขึ้นจากการเยื้องแกนของเพลา คัปปลิ้งแบบมียางสามารถจำแนกออกมาได้หลายชนิด ตามการใช้งานดังนี้

 

คัปปลิ้งแบบไม่มียาง (Rigid Shaft Coupling)

คัปปลิ้งแบบไม่มียางจะทำมาจากโลหะ ซึ่งมีทั้งแบบเหล็กสเตนหรือเลสอะลูมิเนียม ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างจาก “ยอยยาง” อย่างสิ้นเชิงเพราะว่าไม่มีความยืดหยุ่นสูง แต่มีลักษณะที่ติดแน่นในการเชื่อมต่อเพลาจะต้องวัดให้ได้ความยาวตามที่ต้องการ ยอยประเภทนี้จะไม่สามารถให้ตัวได้มาก จึงมีความยากในการประกอบติดตั้งมากกว่ายอยชนิดยาง อย่างไรก็ตามยอยประเภทจะสามารถส่งถ่ายแรงได้ดีกว่าแบบยางอย่างมาก เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ต้องใช้แรงบิดสูง

ไปยัง Catalog: ตารางราคาคัปปลิ้ง SKF

11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม (รวมทั้งแบบ Flexible และ Rigid Coupling)

1. FRC Coupling / Jaw Coupling

หรือที่มีชื่อเรียกแบบบ้านๆ ว่า “ยอยแฉก” ซึ่งเป็นยอยที่สามารถยึดเพลาได้ด้วยเนื้อยาง และจะมีขนาดที่ต้องเลือกตามเพลาที่ต้องการประกอบ มีทั้งแบบหกแฉก แปดแฉกและสิบแฉก ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละยี่ห้อเช่นกัน ยอยยางเหมาะสำหรับการนำไปใช้งานต่อตรงกับมอเตอร์

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-6

2. Flex Coupling

เราจะเรียกกันตรง ๆ ว่า “ยอยเฟล็กซ์” ซึ่งจะเป็นยอยยางประเภทหนึ่ง มีความยืดหยุ่น ติดตั้งง่าย สามารถรับการเยื่องแนวได้เล็กน้อย แรงบิดอาจจะสู้ยอยที่เป็นประเภทไม่มียางหรือยอยที่มีความแข็งเกร็งสูงไม่ได้ แต่เพราะเป็นยอยที่ติดตั้งง่ายถือว่าเป็นยอยที่ใช้กันแพร่หลายอีกตัวนึงเลยก็ว่าได้

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-4

3. Crow/Flange Rigid Coupling

มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ยอยสลัก” มีรอบการทำงานเร็ว เช่นเดียวกับ เกียร์คัปปลิ้ง และเหมาะสำหรับการต่อตรงกับมอเตอร์ หรือเหมาะกับงานทั่วไป ใช้ยางเป็นตัวกลางในการส่งกำลัง ข้อดีคือสามารถเปลี่ยนลูกยางได้ง่าย มีหลากหลายขนาดขึ้นอยู่กับการใช้งานเช่นเดียวกับยอยยาง

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-3

4. Servo Coupling

เป็นข้อต่อเพลาสำหรับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำและเที่ยงตรงเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น stepping motor, encoder หรือ servo motor เหตุผลที่ทำให้ Servo Coupling มีความแม่นยำสูงนั้นก็เพราะว่าสามารถควบคุมตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง เพราะตัวคัปปลิ้งไม่มีระยะคลอน ถูกครีเอทมาให้สามารถยอมรับความเที่ยงตรงของตำแหน่งและการเยื้องศูนย์ได้

5. Spacer Coupling

คือคัปปลิ้งที่ถูกออกแบบมาสำหรับสองเพลาที่ค่อนข้างมีระยะห่างระหว่างกัน โดยตัวสเปเซอร์ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานง่ายสะดวกต่อกันซ่อมบำรุง

6. Universal Joint

มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ข้อต่ออ่อน” หรือข้อต่ออ่อนที่เหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับใช้กับจุดที่มีการเยื้องศูนย์มาก สามารถช่วยยึดเพลาทั้งสองข้างให้เข้ากันให้ทำงานได้ราบรื่นและใช้ร่วมกับประแจบล็อกหรือสว่านไฟฟ้าได้เพราะข้างในมีรูกลวง เหมาะสำหรับการใช้งานในเครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ สายพานลำเลียงและการซ่อมบำรุงต่างๆ

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-7

7. Fluid Coupling

สามารถเรียกได้อีกอย่างว่า hydraulic couplings เพราะต้องอาศัยน้ำมันเป็นตัวกลาง Fluid Coupling สามารถช่วยให้การออกตัวนิ่มนวลขึ้น มีรูปร่างลักษณะเหมือนโดนัท และมีแกนกลางเป็นฟันเฟืองที่มีหน้าที่ขับเพลาเกียร์ ดังนั้นยอยชนิดนี้จึงเหมาะสมสำหรับการใช้งานที่ต้องอาศัยความค่อยเป็นค่อยไปทำงานอย่างนุ่มนวล

8. Disc Coupling

คือคัปปลิ้งที่ไม่ต้องอาศัยสารหล่อลื่นเข้าช่วย และอีกทั้งยังสามารถใช้งานที่ความเร็วรอบสูงได้ รับแรงบิดได้สูงกว่าคัปปลิ้งชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นคัปปลิ้งที่สามารถใช้ทดแทนชนิดอื่นๆ ได้ มีข้อดีคือมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาว มีวิธีการบำรุงรักษาที่ง่ายเพราะเพียงแค่เปลี่ยนแผ่น Disc ก็สามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง

9. Tire Coupling

เป็นคัปปลิ้งที่มีลักษณะคล้ายกับล้อรถยนต์ สามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้สูง เพราะมียางเป็นตัวส่งผ่าน สามารถรับแรงบิดได้สูงขึ้นในขณะที่ระยะบิดต่ำลง โดย Tire Coupling เหมาะกับการใช้งานประเภทที่ต้องการส่งผ่านแรงบิดแบบไม่มีระยะคลอนหรือมีการเคลื่อนตัวระหว่างปลายเพลาสูง

10. Grid Coupling

เป็นคัปปลิ้งที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานที่มีแรงกระแทกสูง หรือการทำงานที่พื้นผิวไม่ค่อยราบเรียบ เพราะสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี อีกทั้งยังมีฝาครอบที่สามารถถอดได้แนวแกนนอก มีจุดเด่นก็คือเปลี่ยนชุดกริดได้ง่าย

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-8

11. Gear Coupling

หรือเราสามารถเรียกว่า “เกียร์คัปปลิ้งหรือยอยเฟือง เพราะว่าใช้ฟันเฟืองเกียร์เป็นตัวส่งกำลัง จึงส่งผลทำให้มีคุณสมบัติรับแรงบิดได้สูง และในขณะเดียวกันก็สามารถทำงานที่ความเร็วรอบสูงๆ ได้ มีคุณสมบัติสามารถรับเยื้องศูนย์ได้ดี และค่อนข้างมีความแข็งแรงทนทาน

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-5

12. Chain Coupling

หรือที่เรียกกันว่า “ยอยโซ่” เพราะสามารถยึดเผาทั้งสองข้างได้ด้วยโซ่ ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานสูงมาก ความยืดหยุ่นสูง ยอยโซ่มีรอบการทำงานที่ค่อนข้างช้า จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องอาศัยความเร็วรอบสูง

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-1

วิธีการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานของคัปปลิ้ง

สำหรับวิธีการดูแล ยอยยาง นั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด อีกทั้งยังสามารถส่งผลดีทำให้ยืดอายุการใช้งานได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำสี่วิธีที่จะช่วยดูแลรักษายอยหรือว่าคัปปลิ้ง จะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

 

  • ถอดคัปปลิ้งออกมาตรวจสอบบ้าง ซึ่งวิธีสำหรับการตรวจสอบคัปปลิ้งนั้น ผู้ใช้งานจะต้องถอดคัปปลิ้งออกมา เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยจะต้องได้มีการตรวจสอบรอยร้าวต่างๆ และยังรวมถึงขจัดคราบ สารหล่อลื่นที่แข็งตัวแล้วออกจากตัวคัปปลิ้งเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น
  • ตรวจสอบว่ามีสารหล่อลื่นเพียงพอ การเติมสารหล่อลื่นจะต้องเติมเฉพาะคัปปลิ้งประเภทที่ต้องอาศัยสารหล่อลื่น โดยประเภทของคัปปลิ้ง เหล่านั้นได้แก่ Fluid Coupling, ยอยเกียร์, ยอยโซ่ และ Grid Joint Coupling โดยผู้ใช้งานจะต้องตรวจสอบเสมอว่าสารหล่อลื่นที่ใช้นั้นเหมาะสำหรับการใช้งานกับเครื่องมืออุตสาหกรรม
  • ระมัดระวังเรื่องการปนเปื้อน สำหรับขั้นตอนการบำรุงรักษานี้จะเกี่ยวข้องกับขั้นตอนแรกที่จะต้องถอดคัปปลิ้งออกมาเพื่อทำความสะอาดและตรวจสอบ เพราะคุณจะต้องดูให้ดีว่าน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดนั้นถูกล้างออกจนหมด เพราะสารเคมีในน้ำยาทำความสะอาดบางชนิดอาจจะส่งผลต่อการลดประสิทธิภาพของสารหล่อลื่นนั่นเอง
  • เปลี่ยนคัปปลิ้งใหม่เมื่อจำเป็น เมื่อใดก็ตามที่คุณสามารถตรวจสอบพบการสึกหรอของคัปปลิ้ง การเปลี่ยนไม่ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าคัปปลิ้งอาจจะมีราคาที่สูง และหลายคนอาจจะต้องการซ่อมแต่ถ้าหากเมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องเสียไปในช่วงการซ่อมบำรุงนั้น การเปลี่ยนใหม่ก็อาจจะคุ้มค่ามากกว่า

 

สรุปทิ้งท้ายสำหรับการเลือกประเภทของคัปปลิ้งให้เหมาะสม

โดยสรุปแล้วจากความรู้ Coupling คืออะไร และประเภทของคัปปลิ้งที่เรานำมาแชร์ให้ได้ทราบกันวันนี้คุณจะสามารถสังเกตได้ว่า “คัปปลิ้ง” หรือ “ยอย” เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่มีมากมายหลายรูปแบบด้วยกับ โดยแต่ละรูปแบบนั้นก็เหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกใช้งานคัปปลิ้งให้เข้ากับการใช้งานของคุณจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยทำให้เครื่องจักรสามารถส่งกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังรวมถึงการยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานกว่าเดิม

สำหรับท่านใดที่ยังไม่แน่ใจว่า ต้องการใช้งานคัปปลิ้ง แบบใดจึงจะเหมาะสำหรับเครื่องจักรของตนเอง วันนี้สามารถติดต่อเข้ามาได้เลยที่ tms.in.th บริษัทเตียวโม่วเส็ง ผู้แทนจำหน่าย SKF อย่างเป็นทางการ ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 60 สิบปี มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับคำปรึกษาจากบุคลากรที่มีความรู้เกี่ยวกับคัปปลิ้งโดยเฉพาะ พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ ตอบเร็วทันใจแน่นอน