ลูกปืนฝาเหล็ก (Z) กับฝายาง (RS) ต่างกันยังไง?

ตลับลูกปืนวิธีการออกแบบหรือผลิตที่แตกต่างกันเพื่อให้ผู้ใช้งานนำไปใช้ตลับลูกปืนตามสภาพแวดล้อมหรือความต้องการที่แตกต่างกัน

ซึ่ง 1 ในคำถามยอดฮิตก็คือแล้วลูกปืนฝาเหล็ก (Z) กับฝายาง (RS) แตกต่างกันอย่างไร?

ตลับลูกปืนฝายาง หรือลูกปืนที่มีรหัสต่อท้ายเป็น "RS หรือ 2RS" สามารถทำงานภายใต้สภาพวะที่มีความชื้นหรือฝุ่นผงได้ดีกว่าฝาเหล็ก แต่ตลับลูกปืนฝาเหล็ก หรือลูกปืนที่มีรหัสต่อท้ายเป็น "Z หรือ 2Z" สามารถทำความเร็วรอบได้สูงกว่า แต่ไม่สามารถป้องกันความชื้นได้ดีเท่าแบบฝายาง อย่างไรก็ตามมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิหรือการบำรุงรักษาต่างๆ

ลูกปืนเหล็ก(Z) ลูกปืนยาง(RS)

ตลับลูกปืนสองชนิดนี้เป็นตลับลูกปืน "Maintainence Free" คือตลับลูกปืนที่ไม่จำเป็นต้องเติมสารหล่อลื่นเพิ่มเติม หลังการสั่งซื้อสามารถนำมาใช้ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเติมสารหล่อลื่นจนอายุการใช้งานของมันหมดไปโดยธรรมชาติ

1. วัสดุ:

  • ลูกปืนฝาเหล็ก: (ฝาเหล็ก) แบริ่งที่มีการป้องกันด้วยการปิดทั้งสองข้างด้วยสแตนเลสหรือโลหะชนิดอื่น ๆ โดยทั่วไปเป็นสแตนเลสหรือสแตนเลสตันเล็ก ๆ ซึ่งถูกติดตั้งที่วงนอกของแบริ่ง เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นอุปสรรคทางกายภาพเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าสู่แบริ่ง
  • ลูกปืนฝายาง: (ซีลยาง) แบริ่งที่มีการป้องกันด้วยซีลยางที่ติดตั้งทั้งสองข้างของแบริ่ง เหล่านี้มีการป้องกันเชิงกันสนิทและชั้นเชิงกันสกปรกที่ดี ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ยางสังเคราะห์เช่นไนทริลหรือวิทอน ที่มีหน้าที่สร้างการปิดสนิทเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก

2. การป้องกันสิ่งสกปรก

  • ลูกปืนฝาเหล็ก: (ป้องกันฝุ่นผง) แบริ่งที่มีการปิดมีการป้องกันสิ่งสกปรกในระดับปานกลาง เช่น ฝุ่น ความสกปรกและความชื้น การปิดโลหะสามารถป้องกันสิ่งสกปรกบางส่วนได้ แต่อาจมีการเข้าสู่แบริ่งได้บ้าง
  • ลูกปืนฝายาง: (ป้องกันความชื้น กักเก็บจารบีได้ดีกว่า) แบริ่งที่มีการป้องกันด้วยซีลยางให้ความปลอดภัยสูงกว่า สภาพซีลยางสามารถปิดรั้วแบบแน่นหนาที่สุดรอบแบริ่ง ป้องกันสิ่งสกปรกส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าสู่ได้ ลดความเสียหายหรือความเสียหายก่อนเวลาได้

3. แรงเสียดทาน:

  • ลูกปืนฝาเหล็ก: (ไม่มีแรงเสียดทาน) แบริ่งฝากเหล็กจะไม่มีการเสียดเสียของฝากับตัวรางวิ่ง ทำให้สามารถทำความเร็วรอบได้อย่างเต็มที่
  • ลูกปืนฝายาง: (มีแรงเสียดทานเล็กน้อย ทำความเร็วรอบได้ต่ำกว่า) แบริ่งฝาซีลยางจะมีแรงเสียดทานที่เกิดจากตัวเนื้อซีลยางจะแนบเข้ากับรางวิ่ง ทำให้ทำความเร็วรอบได้ไม่จัดเท่าฝาเหล็ก

4. การบำรุงรักษา:

  • ลูกปืนฝายาง & ลูกปืนฝาเหล็ก: (Maintainence Free) แบริ่งที่มีฝาปิดไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบฝายางหรือฝาเหล็ก ถือว่าเป็นแบริ่งจำพวก Maintainence-Free หรือเป็นแบริ่งที่ไม่จำเป็นต้องเติมจารบีเพิ่ม เพราะในตัวแบริ่งจะมีจารบีที่เติมมาจากโรงงาน SKF อยู่แล้ว และได้คำนวณอายุการใช้งานต่อจารบีที่เติมมาอย่างเหมาะสมแล้ว

5. อุณหภูมิและสภาพแวดล้อม:

  • ลูกปืนฝาเหล็ก: (ทนอุณหภูมิการทำงานได้สูงกว่า) แบริ่งที่ปิดสามารถทนอุณหภูมิการทำงานที่สูงกว่าแบริ่งที่ปิดด้วยซีลยาง ซีลโลหะมีความทนทานต่อความร้อนสูงและสามารถทนอุณหภูมิสูงขึ้นได้โดยไม่เสื่อมลง
  • ลูกปืนฝายาง: (ทนอุณหภูมิการทำงานได้ต่ำกว่า) แบริ่งที่ปิดด้วยซีลยางเหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการการปิดสนิทที่ดีกว่าเพื่อป้องกันความชื้นและของเหลว แบริ่งเหล่านี้ให้ความป้องกันที่ดีกว่าในการป้องกันน้ำหรือของเหลวเช่นน้ำ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามเรามาได้ที่:

 


ลูกปืนรังทองเหลือง VS รังเหล็ก อย่างไหนดีกว่า?

รังของตลับลูกปืนมีหน้าที่สำคัญที่การประคองตลับลูกปืนให้อยู่ในระยะห่างที่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม รังของตลับลูกปืนนั้นมีผลกับการทำงานของเครื่องจักรค่อนข้างสูง เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนักหรือการป้องกันการกัดกล่อนต่าง ๆ แม้กระทั่งความทนทานแข็งแรง การเลือกใช้รังที่ถูกต้องนั้นส่งผลให้อายุการใช้งานของตลับลูกปืนยาวนานขึ้น

ลูกปืน รังทองเหลืองหรือรังเหล็ก อย่างไหนดีกว่า?

รังทองเหลืองสามารถทนการกัดกล่อนได้ดีกว่าและรับความเร็วรอบได้ดีกว่ารังเหล็ก แต่รังเหล็กนั้นมีน้ำหนักที่เบาและความทนทานแข็งแรงกว่า อย่างไรก็ตามรังทั้งสองนั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปจึงควรพิจรณาให้ครบทุกมุมองค์ประกอบ

อ่านเพิ่มเติม: รังลูกปืนคืออะไร? มีกี่ชนิด?

ตลับลูกปืนรังทองเหลือง (Brass Cage) และรังลูกปืนเหล็ก (Steel Cage) เป็นส่วนสำคัญของลูกปืนที่ใช้ในการประคองเม็ดลูกกลิ้งภายในตลับลูกปืนโดยมีความแตกต่างกันดังนี้:

1. วัสดุ:

  • ตลับลูกปืนรังทองเหลือง: มักใช้วัสดุทองเหลืองหรือสังกะสีในการผลิตรังลูกปืน เนื่องจากมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและความร้อนได้ดี สามารถใช้งานในสภาวะที่มีอุณหภูมิสูงได้
  • รังลูกปืนเหล็ก: ทำจากเหล็กหรือเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรง และทนทานต่อแรงกด สามารถใช้งานในสภาวะที่มีการติดต่อแรงกดหรือการเปิดปิดบ่อยๆ ได้

2. ความเร็วการหมุน:

  • ตลับลูกปืนรังทองเหลือง: มีน้ำหนักเบากว่ารังลูกปืนเหล็ก ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความเร็วในการหมุนสูง เนื่องจากลดแรงเสียดทานและการสั่นสะเทือน
  • รังลูกปืนเหล็ก: มีความแข็งแรงมากกว่าตลับลูกปืนรังทองเหลือง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความแข็งแรงและการรับแรงกระทำ เช่น ในเครื่องจักรที่มีการทำงานที่หนักหรือการใช้งานที่ต้องรับแรงกระแทกมาก

3. อุณหภูมิการทำงาน:

  • ตลับลูกปืนรังทองเหลือง: สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 250°C
  • รังลูกปืนเหล็ก: สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 300°C

4. ราคา:

  • ตลับลูกปืนรังทองเหลือง: มีราคาที่สูงกว่ารังลูกปืนเหล็ก เนื่องจากการผลิตและวัสดุที่ใช้มีต้นทุนสูงกว่า
  • รังลูกปืนเหล็ก: มีราคาที่สูงต่ำกว่าตลับลูกปืนรังทองเหลือง เนื่องจากเป็นวัสดุที่ผลิตและใช้งานได้ง่ายและราคาต่ำกว่า

ข้อเสียย่อยๆ ของรังทองเหลือง: เศษวัสดุแข็งอาจะฝังตัวในเบ้ารัง ทำให้ตลับลูกปืนเกิดความเสียหายก่อนวัยอันควรได้

การเลือกใช้ตลับลูกปืนรังทองเหลืองหรือรังลูกปืนเหล็ก ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสภาวะการใช้งานของเครื่องจักรของคุณ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ผลิตลูกปืนเพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับการใช้งานของคุณ

 


ลูกปืน C3 bearing C3 คืออะไร? ต่างกับไม่ C3 อย่างไร?

ในวงการอุตสาหกรรมลูกปืนเป็นส่วนสำคัญของเครื่องจักรทั้งหมด ในหมวดของลูกปืน ลูกปืน C3 เป็นลูกปืนที่มีการออกแบบเฉพาะเพื่อรองรับการขยายตัวของเม็ดลูกกลิ้งในขณะทำงานภายใต้ความร้อน ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำงานได้ด้วยความเร็วและอุณหภูมิสูงกว่าได้เมื่อเทียบกับลูกปืนที่ไม่ใช่ C3

ลูกปืน C3 ต่างกับธรรมดายังไง?

ลูกปืน C3 คือลูกปืนที่มีค่าช่องว่างภายในสูงกว่าปกติ เพื่อรองรับ ความเร็วรอบการทำงานที่สูง อุณหถูมิการทำงานที่สูงถึง 70 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามหากนำไปใช้กับงานที่ไม่ได้ทำงานในสภาวะที่ร้อนเพียงพอ อาจจะส่งผลเสียแทน

ถ้าสภาวะการใช้งานไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส อาจจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนมากกว่าปกติ ดังนั้นควรเลือกใช้ลูกปืนที่เหมาะสมกับสภาวะการใช้งาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ค่าช่องว่างของลูกปืน C3 คือค่าช่องว่างระหว่างวงแหวนวงในวงวงแหวนวงนอกและลูกกลิ้ง ที่กว้างกว่าปกติ เพื่อรองรับการขยายตัวของเม็ดลูกกลิ้งเมื่อต้องทำงานภายใต้อุณหภูมิที่สูงขึ้น

ประเภทเครื่องจักรที่อาจจะเหมาะกับ ลูกปืน C3

  1. เครื่องจักรเชิงเนื้อที่: เช่น เครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมเหล็ก โรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องจักรที่มีการผลิตที่มีอุณหภูมิสูง เช่น เตาอบหรือเตาที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งลูกปืน C3 จะช่วยให้ระบบหมุนในเครื่องจักรเหล่านี้ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูง
  2. เครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ใช้ในสภาวะอุณหภูมิสูง: เช่น เครื่องทำความร้อน อุตสาหกรรมปิโตรเลียม หรือโรงไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์ที่ต้องการการระบายความร้อนอย่างมาก ลูกปืน C3 ช่วยลดแรงเสียดทานจากความร้อนและเผาผลาญที่เกิดจากสภาวะอุณหภูมิสูง
  3. เครื่องจักรที่มีความต้องการความเร็วในการหมุนสูง: เช่น เครื่องจักรในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลหรือการผลิตรถยนต์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์หรือตะกั่วที่มีการหมุนด้วยความเร็วสูง ลูกปืน C3 ช่วยให้สามารถรองรับการหมุนเร็วได้ตลอดเวลาโดยไม่เกิดการสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์

ลูกปืน C3 เป็นลูกปืนที่มีการออกแบบพิเศษค่าช่องว่างภายในกว้างขึ้น ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความเร็วและอุณหภูมิสูง อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาเงื่อนไขและสภาวะการทำงานที่แนะนำเพื่อให้การใช้งานเป็นไปตามเป้าหมาย คำแนะนำในการเลือกใช้ลูกปืนที่เหมาะสมอาจช่วยให้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพและความยาวนานที่สุด


โรงแป้งมัน กระบวนการผลิตทั้งหมด (9 โรงแป้งที่ใหญ่ที่สุดในไทย)

แป้งมันสำปะหลังเป็นส่วนผสมอเนกประสงค์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอ และอุตสาหกรรม การผลิตแป้งมันสำปะหลังมีขั้นตอนกระบวนการที่ซับซ้อนภายในโรงสีเฉพาะ

ในบทความนี้ เราจะให้คำแนะนำทีละขั้นตอนโดยละเอียดเกี่ยวกับการผลิตแป้งมันสำปะหลัง โดยเน้นที่ขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เราจะสำรวจบทบาทที่สำคัญของตลับลูกปืนเม็ดกลมในการประกันการทำงานที่ราบรื่นของเครื่องจักรภายในโรงงานแป้งมันสำปะหลัง

สารบัญ

4 ขั้นตอนกระบวนการผลิตของโรงแป้งมัน

1. การเตรียมวัตถุดิบ (Raw Material Preparation)

ขั้นตอนแรกในการผลิตแป้งมันสำปะหลังคือการเตรียมวัตถุดิบ ซึ่งหลัก ๆ คือ หัวมันสำปะหลัง นี่คือภาพรวมของกระบวนการ:

  • การเก็บเกี่ยว (Harvesting): ต้นมันสำปะหลังที่แก่เต็มที่จะถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือหรือเครื่องจักร เพื่อให้มั่นใจว่ารากนั้นแข็งแรงและปราศจากโรค
  • การทำความสะอาดและการล้าง (Cleaning and Washing): หัวมันสำปะหลังที่เก็บเกี่ยวจะได้รับการทำความสะอาดอย่างทั่วถึงเพื่อขจัดสิ่งสกปรก หิน และสิ่งสกปรกอื่นๆ จากนั้นจึงนำไปล้างเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่พื้นผิว
  • การปอก (Peeling): ลอกเปลือกนอกของหัวมันสำปะหลังออกด้วยตนเองหรือใช้เครื่องปอก โดยเหลือเนื้อสีขาวสะอาดไว้

2. การสกัดและการแยก (Extraction and Separation)

เมื่อเตรียมหัวมันสำปะหลังแล้ว กระบวนการสกัดแป้งจะเริ่มขึ้น สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการแยกแป้งออกจากส่วนประกอบที่เป็นเส้นใยของมันสำปะหลัง ขั้นตอนประกอบด้วย:

  • การขูด (Rasping): หัวมันสำปะหลังที่ปอกแล้วจะถูกขูดหรือขูดให้เป็นเนื้อละเอียดโดยใช้เครื่องจักรพิเศษ สิ่งนี้จะสร้างสารละลายที่ประกอบด้วยเนื้อมันสำปะหลังและน้ำ
  • การแยกแป้งกับน้ำ (Starch-Water Separation): สารละลายจะผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการแยกแป้งกับน้ำ มันเกี่ยวข้องกับการร่อนหรือการหมุนเหวี่ยงเพื่อแยกแป้งออกจากกากเส้นใย แป้งจะตกตะกอนที่ด้านล่างในขณะที่ส่วนประกอบที่เป็นเส้น ๆ จะถูกลบออก
  • การแยกทรายและแยกน้ำออก (Desanding and Dewatering): สารละลายแป้งผ่านกระบวนการแยกทรายเพื่อขจัดทรายและสิ่งสกปรกหนักอื่นๆ ต่อจากนั้นจึงใช้เทคนิคการแยกน้ำออก เช่น การร่อนหรือการหมุนเหวี่ยงเพื่อลดปริมาณน้ำของแป้ง

3. การทำให้บริสุทธิ์และการกลั่น (Purification and Refining)

หลังจากขั้นตอนการแยกแป้งแล้ว แป้งจะผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และกลั่นเพื่อเพิ่มคุณภาพและความบริสุทธิ์ ขั้นตอนประกอบด้วย:

  • การล้างและการตกตะกอน (Washing and Sedimentation): แป้งผ่านการล้างซ้ำด้วยน้ำเพื่อขจัดสิ่งเจือปนที่ตกค้าง จากนั้นทิ้งไว้ให้ตกตะกอน ปล่อยให้แป้งตกตะกอนที่ด้านล่าง
  • การกัดแบบเปียกและการกำจัดเส้นใย (Wet Milling and Fiber Removal): เทคนิคการกัดแบบเปียกใช้เพื่อทำลายอนุภาคแป้งเพิ่มเติมและขจัดเส้นใยที่ตกค้าง ส่งผลให้เกิดการระงับแป้งที่ละเอียดขึ้น
  • ความเข้มข้นและการทำให้แห้ง (Concentration and Drying): สารแขวนลอยแป้งมีความเข้มข้นโดยใช้วิธีการระเหยเพื่อลดปริมาณน้ำ จากนั้นแป้งเข้มข้นจะถูกทำให้แห้งโดยใช้วิธีการเช่นการทำให้แห้งแบบแฟลชหรือการทำให้แห้งด้วยลมร้อน เพื่อเปลี่ยนรูปแบบแป้งให้เป็นแบบผง

4. บรรจุภัณฑ์และการจัดเก็บ (Packaging and Storage)

เมื่อแปรรูปแป้งมันสำปะหลังเสร็จแล้วก็พร้อมบรรจุและจัดเก็บก่อนจำหน่าย ขั้นตอนสำคัญในขั้นตอนนี้ประกอบด้วย:

  • บรรจุภัณฑ์ (Packaging): แป้งมันสำปะหลังบรรจุในภาชนะที่เหมาะสม เช่น ถุงหรือภาชนะขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันความชื้น สารปนเปื้อน และความเสียหายทางกายภาพ เครื่องบรรจุภัณฑ์ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการวัดที่แม่นยำและการปิดผนึกอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การควบคุมคุณภาพ (Quality Control): มีการใช้มาตรการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าแป้งมันสำปะหลังบรรจุหีบห่อเป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการในด้านความบริสุทธิ์ คุณภาพ และความสม่ำเสมอ การทดสอบอาจเกี่ยวข้องกับพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น ปริมาณความชื้น ขนาดอนุภาค และระดับความบริสุทธิ์
  • การเก็บรักษา (Storage): แป้งมันสำปะหลังที่บรรจุหีบห่อจะถูกเก็บไว้ในสภาวะที่เหมาะสมเพื่อรักษาความสด คุณภาพ และอายุการเก็บรักษา การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการย่อยสลายและรักษาคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของแป้ง

 

4 เครื่องจักรหลักในโรงงานแป้งมันสำปะหลังและบทบาทของลูกปืน

ลูกปืนมีบทบาทสำคัญในการดูแลให้เครื่องจักรภายในโรงงานแป้งมันสำปะหลังทำงานได้อย่างราบรื่น นี่คือแอปพลิเคชันหลักบางส่วน:

1. อุปกรณ์บดและโม่ (Grinding and Milling Equipment)

โรงงานแป้งมันสำปะหลังใช้ตลับลูกปืนในอุปกรณ์บดและโม่ ตลับลูกปืนเหล่านี้รองรับเพลาหมุน ช่วยลดแรงเสียดทานและทำให้บดแป้งมันสำปะหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ

ทิปเล็กๆ: วิธีเลือกจารบี - ตารางเลือกจารบี (ครบจบที่เดียว)

2. ระบบลำเลียง (Conveying Systems)

การผลิตแป้งมันสำปะหลังเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายวัสดุผ่านสายพาน สายพาน และสว่าน ตลับลูกปืนเม็ดกลม เช่น ตลับลูกปืนแบบร่องลึกหรือตลับลูกปืนเม็ดกลม ถูกนำมาใช้เพื่อรองรับชิ้นส่วนที่หมุน เพื่อให้แป้งมันสำปะหลังเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่นและวางใจได้

3. เครื่องหมุนเหวี่ยงและเครื่องแยก (Centrifuges and Separators)

ตลับลูกปืนมีความจำเป็นในเครื่องหมุนเหวี่ยงและเครื่องแยกที่ใช้ในระหว่างกระบวนการสกัดแป้ง ตลับลูกปืนเหล่านี้ช่วยอำนวยความสะดวกในการหมุนอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น ทำให้สามารถแยกแป้งออกจากส่วนประกอบอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. เครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ (Packaging Machinery)

ตลับลูกปืน รวมถึงตลับลูกปืนเม็ดกลมแบบร่องลึกหรือตลับลูกปืนเม็ดกลมปรับแนวได้เอง ถูกนำมาใช้ในเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ภายในโรงงานแป้งมันสำปะหลัง รองรับชิ้นส่วนที่หมุนได้ เช่น สายพานลำเลียง สว่าน และกลไกการซีล ทำให้มั่นใจได้ถึงการทำงานที่ราบรื่น การจัดตำแหน่งที่แม่นยำ และการบรรจุแป้งมันสำปะหลังที่วางใจได้

เลือกลูกปืนยังไง?: 9 วิธีเลือกใช้ตลับลูกปืนให้เหมาะสมกับเครื่องจักรของคุณ

 

9 โรงแป้งมันที่ใหญ่ที่สุดในไทย

  • Thai Wah Public Company Limited
  • Roquette Thailand Ltd.
  • Thai Tapioca Starch Association Co., Ltd.
  • Quality Starch Co., Ltd.
  • Siam Modified Starch Co., Ltd.
  • Bangkok Starch Industrial Co., Ltd.
  • Thai Foods Product International Co., Ltd.
  • Farina (Thailand) Co., Ltd.
  • Supa Corn Starch Co., Ltd.

 

บทสรุป

การผลิตแป้งมันสำปะหลังประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ อย่างระมัดระวัง ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการบรรจุหีบห่อและการเก็บรักษา แต่ละขั้นตอนก่อให้เกิดการผลิตแป้งมันสำปะหลังคุณภาพสูงตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ยิ่งไปกว่านั้น การรวมตลับลูกปืนเข้ากับเครื่องจักรต่างๆ ในโรงงานแป้งมันสำปะหลังทำให้การทำงานราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิตและรักษาความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับกระบวนการที่พิถีพิถัน โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังยังคงตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับส่วนผสมอเนกประสงค์นี้ในอุตสาหกรรมต่างๆ

 

 


โรงน้ำตาล1

โรงงานน้ำตาล กระบวนการผลิตน้ำตาล (30 โรงที่ใหญ่สุดในไทย)

น้ำตาลเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้กันมากที่สุดในโลก และการผลิตนั้นมีกระบวนการหลายขั้นตอน ซึ่งน้ำตาลนั้นทำมาจากต้นอ้อยหรือหัวบีท และกระบวนการผลิตต้องใช้เครื่องจักรหนักและถือเป็นอุตสหกรรมที่ใช้เครื่องจักรตัวใหญ่อันดับต้นๆ

ในบทความนี้ เราจะพูดถึงกระบวนการผลิตน้ำตาลทีละขั้นตอน และเราจะพิจารณาถึงความสำคัญของตลับลูกปืนในกระบวนการด้วย

สารบัญ

7 ขั้นตอนการผลิตน้ำตาลในโรงงานน้ำตาล

1. การเก็บเกี่ยวอ้อย (Harvesting)

ขั้นตอนแรกในกระบวนการผลิตน้ำตาลคือการเก็บเกี่ยวอ้อยหรือหัวบีท อ้อยมักปลูกในเขตร้อน ในขณะที่ชูการ์บีตปลูกในเขตอบอุ่น กระบวนการเก็บเกี่ยวจะทำในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากจะทำให้ง่ายต่อการตัดพืชเมื่อดินแห้ง ต้นไม้ถูกตัดใกล้กับพื้นดินโดยทิ้งรากไว้เบื้องหลัง

2. การสกัดน้ำออกจากอ้อย (Extraction)

เมื่อเก็บเกี่ยวอ้อยหรือหัวบีตแล้ว น้ำจะถูกสกัดออกจากต้น กระบวนการสกัดเกี่ยวข้องกับการบดอ้อยหรือหัวบีทเพื่อสกัดน้ำผลไม้ จากนั้นน้ำจะถูกรวบรวมในภาชนะขนาดใหญ่สำหรับการแปรรูปต่อไป โดยปกติจะทำโดยใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเครื่องบดหรือเครื่องบด

3. การทำให้น้ำใส (Clarification)

หลังจากคั้นน้ำออกมาแล้ว จะเต็มไปด้วยสิ่งเจือปน เช่น เศษดิน ใบไม้ และเศษขยะอื่นๆ กระบวนการทำให้ใสเกี่ยวข้องกับการให้ความร้อนแก่น้ำผลไม้เพื่อให้สิ่งสกปรกจับตัวเป็นก้อน ซึ่งจะถูกกำจัดออกโดยใช้กระบวนการที่เรียกว่าการสกิมมิง น้ำที่ใสแล้วจะถูกถ่ายโอนไปยังถังอื่น

4. การทำให้ระเหย (Evaporation)

จากนั้นน้ำที่ใสจะระเหยเพื่อเอาน้ำออกและทำให้มีความเข้มข้นของน้ำตาล กระบวนการระเหยประกอบด้วยการให้ความร้อนแก่น้ำผลไม้ในถังขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเครื่องระเหย เมื่อน้ำผลไม้ร้อนขึ้น น้ำจะระเหยออกไป ทิ้งของเหลวข้นๆ คล้ายน้ำเชื่อมที่เรียกว่ากากน้ำตาลไว้เบื้องหลัง จากนั้นกากน้ำตาลจะถูกแยกออกจากน้ำผลไม้

5. การตกผลึกของน้ำตาล (Crystallization of Sugar)

ขั้นตอนต่อไปในกระบวนการผลิตน้ำตาลคือการทำให้น้ำตาลตกผลึก กากน้ำตาลผสมกับน้ำเชื่อมเข้มข้นซึ่งกระตุ้นให้น้ำตาลตกผลึก จากนั้นนำส่วนผสมไปต้มและคนจนเกิดผลึกน้ำตาล จากนั้นส่วนผสมนี้จะถูกถ่ายโอนไปยังถังอื่น

6. การแยกคริสตัลเม็ดน้ำตาล (Separation of Crystals)

จากนั้นผลึกน้ำตาลจะถูกแยกออกจากกากน้ำตาลที่เหลือโดยใช้เครื่องหมุนเหวี่ยง เครื่องหมุนเหวี่ยงจะหมุนส่วนผสมด้วยความเร็วสูง แยกผลึกน้ำตาลออกจากกากน้ำตาล ผลึกน้ำตาลจะถูกล้างด้วยน้ำร้อนเพื่อขจัดสิ่งเจือปนที่เหลืออยู่

7. การทำให้แห้งของคริสตัล (Drying of Crystals)

ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผลิตน้ำตาลคือการทำให้ผลึกน้ำตาลแห้ง ผลึกน้ำตาลกระจายบนถาดขนาดใหญ่และทำให้แห้งโดยใช้ลมร้อน เมื่อน้ำตาลแห้งสนิทก็บรรจุและส่งตลาด

 

4 เครื่องจักรสำคัญที่ใช้ในโรงงานน้ำตาล (และความสำคัญของตลับลูกปืน)

ลูกปืนเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตน้ำตาล หากไม่มีตลับลูกปืน กระบวนการผลิตจะเป็นไปไม่ได้ ตลับลูกปืนใช้ในเครื่องดังต่อไปนี้:

1. เครื่องบด (Crushers)

เครื่องบดใช้เพื่อสกัดน้ำจากอ้อยหรือหัวบีท เครื่องจักรเหล่านี้มีขนาดใหญ่และหนัก และต้องใช้ตลับลูกปืนที่แข็งแรงและทนทานเพื่อรองรับน้ำหนักที่มาก ตลับลูกปืนที่ใช้ในเครื่องบด ได้แก่ ตลับลูกปืนลูกกลิ้งทรงกระบอก และตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถวรับการเยื้องแนวได้

2. เครื่องระเหย (Evaporators)

เครื่องระเหยใช้เพื่อขจัดน้ำออกจากน้ำผลไม้และทำให้ปริมาณน้ำตาลเข้มข้นขึ้น เครื่องจักรเหล่านี้ต้องการตลับลูกปืนความเร็วสูงเพื่อจัดการกับอุณหภูมิและความเร็วที่สูงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ตลับลูกปืนที่ใช้ในเครื่องระเหย ได้แก่ ตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถวรับการเยื้องแนวได้และตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม

3. เครื่องหมุนเหวี่ยง (Centrifuges)

เครื่องหมุนเหวี่ยงใช้เพื่อแยกผลึกน้ำตาลออกจากกากน้ำตาลที่เหลือ เครื่องเหล่านี้ต้องใช้ตลับลูกปืนเม็ดกลมที่มีความแม่นยำเพื่อให้แน่ใจว่าผลึกน้ำตาลจะถูกแยกออกจากกันอย่างเหมาะสม ตลับลูกปืนที่ใช้ในเครื่องหมุนเหวี่ยงประกอบด้วยตลับลูกปืนกันรุนและตลับลูกปืนเม็ดกลมปรับแนวได้เอง

4. เครื่องอบแห้ง เครื่องทำแห้ง (Dryers)

เครื่องอบแห้งใช้สำหรับทำให้ผลึกน้ำตาลแห้งก่อนบรรจุภัณฑ์ เครื่องจักรเหล่านี้ต้องการตลับลูกปืนที่สามารถรองรับอุณหภูมิและความเร็วสูงได้ ตลับลูกปืนที่ใช้ในเครื่องอบแห้ง ได้แก่ ตลับลูกปืนแบบร่องลึกและตลับลูกปืนลูกกลิ้งทรงกระบอก

อ่านต่อ: ตลับลูกปืนคืออะไร? ลูกปืนแต่ละชนิดเหมาะกับงานแบบไหน?

 

5 ตลับลูกปืนที่มักเจอในโรงงานน้ำตาล

มีตลับลูกปืนหลายประเภทที่ใช้ในการผลิตน้ำตาล ได้แก่:

1. ตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึก (Deep Groove Ball Bearing)

ตลับลูกปืนเม็ดกลมแบบร่องลึกมักใช้ในเครื่องจักรผลิตน้ำตาล เนื่องจากมีความอเนกประสงค์และสามารถรับน้ำหนักได้ทั้งแนวรัศมีและแนวแกน พวกเขายังได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วและอุณหภูมิสูง

2. ตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม (Angular Contact Ball Bearing)

ตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุมใช้ในเครื่องจักรที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำสูง เช่น เครื่องระเหยและเครื่องอบแห้ง ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับโหลดทั้งแนวรัศมีและแนวแกน และสามารถรองรับการเยื้องศูนย์และการโก่งตัวของเพลาได้

3. ตลับลูกปืนกันรุน (Thrust Ball Bearing)

ตลับลูกปืนกันรุนใช้ในเครื่องจักรที่ต้องการโหลดแนวแกนสูง เช่น เครื่องหมุนเหวี่ยงที่ใช้ในการผลิตน้ำตาล ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับงานหนักและความเร็วสูง

4. ตลับลูกปืนเม็ดโค้งและเม็ดกลมปรับแนวได้เอง (Spherical Roller Bearing / Spherical Ball Bearing)

ตลับลูกปืนเม็ดโค้งและเม็ดกลมแบบปรับแนวได้เองใช้ในเครื่องจักรที่มีการเยื้องศูนย์หรือการโก่งตัวของเพลา ได้รับการออกแบบให้ปรับแนวได้เองและสามารถรับน้ำหนักได้ทั้งแนวรัศมีและแนวแกน

5. แบริ่งลูกกลิ้งทรงกระบอก (Cylindrical Roller Bearing)

แบริ่งลูกกลิ้งทรงกระบอกใช้ในเครื่องจักรที่ต้องการโหลดในแนวรัศมีสูงและโหลดในแนวแกนปานกลาง เหมาะสำหรับการใช้งานความเร็วสูงและมักใช้ในการผลิตน้ำตาล

อ่านต่อ: ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนทุกยี่ห้อจบที่เดียว

 

30 โรงงานน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

  • Mitr Phol Group
  • Thai Roong Ruang Sugar Group
  • Khon Kaen Sugar Industry Public Company Limited
  • Thai Sugar Millers Corporation Limited (TSMC)
  • Thai Nong Hak Sugar Group
  • Kaset Thai International Sugar Corporation (KTIS)
  • Wangkanai Group
  • TPC Sugar Group
  • Mitr Kalasin Sugar Group
  • Thai Central Sugar Group
  • Krung Thai Sugar Industry Public Company Limited
  • Taweechoke Panich Group
  • Chaiyaporn Sugar Company Limited
  • The Siam Sugar Group
  • Thai Cane Paper Public Company Limited
  • Ratchaburi Sugar Group
  • Kasetphand Industry Company Limited
  • Tapioca Development Corporation Limited (TDC)
  • Chaiyapruek Sugar Group
  • Nakorn Luang Sugar Group
  • Pornsak Sugar Group
  • Saraburi Sugar Group
  • Thaibev Group (Thai Beverage)
  • Khonburi Sugar Group
  • Bangsue Chia Meng Rice and Sugar Co., Ltd.
  • SIS International Limited
  • Lampang Sugar Industry Group
  • KSL Group
  • Phu Luang Sugar Group
  • Samutsongkhram Sugar Group

บทสรุป

การผลิตน้ำตาลเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งมีกระบวนการหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวอ้อยหรือหัวบีทไปจนถึงการทำให้ผลึกน้ำตาลแห้ง ตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถวเยื้องแนวได้ถือว่ามีบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิต เนื่องจากเป็นตลับลูกปืนที่มีความแข็งแรงทนทานสูงเพื่อใช้บดหรือฟันต้นอ้อย

ถ้าหากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือต้องการสอบถามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้ทันทีตามลิ้งค์ด้านล่างนี้


รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน "ครบทุกยี่ห้อ" (ล่าสุด 2026)

รหัสส่วนต่อท้ายตลับลูกปืนคือชุดของตัวอักษรและตัวเลขที่ใช้ระบุประเภทของตลับลูกปืน ช่วยให้ผู้ผลิตและวิศวกรกำหนดขนาด ประเภท และลักษณะเฉพาะอื่นๆ ของตลับลูกปืนเฉพาะได้อย่างรวดเร็ว รหัสประกอบด้วยสองส่วน - ส่วนแรกประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของตลับลูกปืน ในขณะที่ส่วนที่สองประกอบด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับขนาดของตลับลูกปืน การทำความเข้าใจรหัสนี้ทำให้ง่ายต่อการค้นหาตลับลูกปืนที่เหมาะกับการใช้งานเฉพาะ

ในตารางชุดนี้เราได้รวบรวมรหัสต่อท้ายและรหัสก่อนหน้าตลับลูกปืนครบทุกยี่ห้อชั้นนำไว้ สามารถใช้ปุ่ม Search / Filter เพื่อค้นหารหัสที่คุณอยากทำความเข้าใจเพิ่มเติม และหากมีข้อสงสัยคุณสามารถติดต่อเข้ามาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

หากคุณใช้รหัสต่อท้าย / รหัสก่อนหน้าที่ถูกต้องกับงานของคุณ จะสามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรได้อย่างมาก

อ่านต่อ: ตลับลูกปืนคืออะไร? เรียนรู้วิธีการยืดอายุการใช้งานตลับลูกปืน

ตารางรหัสต่อท้ายลูกปืน SKF NTN NSK NACHI FAG KOYO TIMKEN COOPER

  • ใช้ปุ่มเสิร์ชด้านขวาบนของตัวตารางเพื่อค้นหาข้อมูลที่ต้องการรู้เพิ่มเติม
  • หรือกด Ctrl + F เพื่อเสิร์ชด้วย Browser
  • SUFFIX หมายถึงรหัสต่อท้ายตลับลูกปืน เช่น SKF 6202-2RSH/C3
    • 2RSH = ฝายาง
    • C3 = ค่าช่องว่างภายในสูงกว่าปกติเล็กน้อย รองรับความร้อนได้สูงขึ้นถึง 70 องศา
  • PREFIX หมายถึงรหัสพิเศษที่อยู่ก่อนหน้าตลับลูกปืน เช่น SKF W 6202
    • W = ลูกปืนแสตนเลส
  • หากต้องการให้เรารวบรวมยี่ห้อไหนอีกสามารถแนะนำเข้ามาได้ผ่านช่องทาง LINE@ 🙏🏻

อ่านต่อ: ขนาดตารางแบริ่ง SKF ทุกรุ่นครบจบที่เดียว

 


มู่เลย์คืออะไร

พูลเลย์ (มู่เลย์) สายพานคืออะไร? มีกี่ประเภท?

พูลเลย์ สายพาน คืออะไร ในสายงานที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม พูลเลย์ หรือที่ช่างหลายท่านเรียกกันว่า มูเลย์ เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญของเครื่องจักร และเครื่องยนต์ ที่ขาดไม่ได้เลย โดยเจ้าพูลเลย์มีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายล้อซึ่งทำมาจากวัสดุที่เป็นโลหะ มีหน้าที่สำหรับปรับเปลี่ยนและควบคุมทิศทางของแรงขับเคลื่อนจากมอเตอร์ หรือเพื่อปรับความตึงหย่อนของสายพานให้อยู่ในระดับที่เครื่องจักรทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ก่อนที่เราจะมาพูดถึงชนิดต่างๆ ของพูลเลย์ เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับหน้าที่ของ พูลเลย์ตัวขับ (Drive Pulley) และพูลเลย์ตัวตาม (Driven Pulley) ให้พอเข้าใจสักเล็กน้อยดังนี้

มู่เลย์คืออะไร-3

พูลเลย์ตัวขับ และตัวตามคืออะไร

พูลเลย์ตัวขับจะถูกติดตั้งเข้ากับแกนมอเตอร์โดยตรง ทำให้เมื่อมอเตอร์หมุน พูลเลย์ก็จะหมุนตาม ซึ่งเจ้าพูลเลย์ตัวขับจะต้องทำการติดตั้งสายพานเพื่อทำหน้าที่ส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปให้พูลเลย์ตัวตาม พูลเลย์ตามทำหน้าที่อะไร ให้พูลเลย์ตัวตามสามารถหมุนได้ โดยความเร็วรอบของพูลเลย์ ขึ้นอยู่กับขนาดของพูลเลย์ทั้งสองตัว หากพูลเลย์ตัวขับมีขนาดใหญ่และพูลเลย์ตัวตามมีขนาดเล็กจะได้แรงบิด(Torque) ที่สูงแลกมากับความเร็วรอบ( RPM) ที่ต่ำลงมา กลับกันหากเลือกใช้พูลเลย์ตัวขับที่มีขนาดเล็กและพูลเลย์ตามขนาดใหญ่แรงบิด(Torque)จะน้อยแต่สามารถทำความเร็วรอบต่อนาที(RPM)ที่สูงกว่าเดิม ด้วยเหตุผลนี้เราจึงต้องเลือกขนาดพูลเลย์ทั้งสองตัวให้ตรงกับการใช้งาน ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลให้เครื่องจักรทำงานผิดปกติหรือเกิดความเสียหายได้ง่ายๆ

พูลเลย์ในงานอุตสาหกรรมมีกี่ประเภท

พูลเลย์สายพานคืออะไร เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมจะมีการใช้งานของพูลเลย์อยู่ 2 ประเภทหลักๆ นั้นก็คือ พูลเลย์สำหรับระบบส่งกำลัง และพูลเลย์สำหรับลำเลียง ซึ่งลักษณะการทำงานของทั้งสองประเภทนี้มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดจะเป็นเรื่องของ หน้าที่และจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

พูลเลย์ในระบบส่งกำลัง (Power Transmission Pulley)

Pulley คืออะไร พูลเลย์ในระบบส่งกำลังมีหน้าที่จ่ายแรงจากเครื่องยนต์ ไปยังชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องจักรให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นสามารถหมุนและทำหน้าที่ของมันได้ ซึ่งอาจจะเป็นชิ้นส่วนที่อยู่ได้ทั้งภายในหรือภายนอกเครื่องจักร แบ่งได้ 6 ชนิดดังนี้

1. พูลเลย์มาตรฐาน (Standard Pulley)

พูลเลย์มาตรฐานเป็นชนิดที่นิยมใช้กันในงานอุตสาหกรรมมากที่สุด เป็นพูลเลย์ร่องวี “V” ทำให้มีพื้นที่ผิวหน้าสัมผัสมากขึ้นมาเล็กน้อย สายพานสามารถจับได้ดีขึ้น จึงเหมาะกับงานที่ต้องการแรงบิดปานกลาง หรืองานที่ต้องการความเร็วรอบสูง

มู่เลย์คืออะไร-4

2. พูลเลย์ปรับความตึงหย่อน (Idler Pulley)

พูลเลย์ปรับความตึง เป็นพูลเลย์ตัวที่สามมักจะติดตั้งตรงกลางระหว่างมูลเลย์ตัวขับและตัวตาม มีหน้าที่สำหรับปรับความตึงหย่อนของสายพาน มักใช้ในเครื่องจักรที่ต้องใช้สายพานขนาดยาว มีระยะห่างระหว่างพูลเลย์ตัวขับตัวตามไกลพอสมควร

3. พูลเลย์ปรับความเร็วรอบ (Variable speed Pulley)

พูลเลย์ชนิดนี้มีลักษณะ พูเล่คือ จานเหล็กสองใบประกบกันให้เป็นร่องวี “V” ที่สามารถปรับขนาดร่องได้ตามการเร่งของเครื่องยนต์ ทำให้สายพานยกระดับสูงขึ้น หรือต่ำลงได้ ส่งผลให้ความเร็วรอบเปลี่ยนแปลงตามการหด-ขยายของร่องพูลเลย์

4. สเตปพูลเลย์ (Step Pulley)

พูลเลย์ชนิดจะประกอบด้วยร่องหลายขนาดให้เลือกหน้าตาคล้ายขั้นบันได เหมาะกับเครื่องจักรที่ต้องการปรับเปลี่ยนความเร็วรอบที่จะส่งต่อให้พูลเลย์ตัวอื่นๆ เพราะไม่ต้องรื้อพูลเลย์ออกมาเปลี่ยน เพียงนำสายพานขนาดที่ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงมาสวมเปลี่ยนตามความเร็วรอบและแรงบิดที่ต้องการ

5. พูลเลย์ร่องฟัน (Poly Multi Ribbed Belt Pulley)

พูลเลย์ร่องฟัน จะมีร่องขนาดเล็กจำนวนมาก ใช้กับสายพานร่องฟันซึ่งจะมีลักษณะเป็นแพขนาดกว้าง เหมาะกับงานที่มีพื้นที่จำกัดอย่างเช่นภายในเครื่องซักผ้า หรือเครื่องอบ เพราะสายพานที่ใช้กับพูลเลย์ชนิดนี้จะมีขนาดที่บางมาก ไม่นูนออกมาจากพูลเลย์

มู่เลย์คืออะไร-2

6. พูลเลย์ไทมมิ่ง (Timing Pulley)

พูลเลย์ไทมมิ่งมีลักษณะพิเศษอย่างฟันไว้ยึดจับกันกับสายพานอย่างแม่นยำ คล้ายๆ โซ่และเฟือง จึงเหมาะกับงานที่ต้องการรอบที่แม่นยำสม่ำเสมอเนื่องจากฟันของพูลเลย์ไทมมิ่งจะทำให้สายพานจับได้ดี ไม่ลื่นแบบพูลเลย์ชนิดมาตรฐาน

มู่เลย์คืออะไร-5

พูลเลย์ในระบบลำเลียง (Conveyor Pulley)

Pulley คืออะไร พูลเลย์ในระบบลำเลียงทำหน้าที่ลำเอียงสิ่งของจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เพื่อให้งานมีความต่อเนื่อง ลดความผิดพลาด และเบาแรงมนุษย์ไปได้เยอะ ซึ่งพูลเลย์ระบบลำเลียงสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ตามลักษณะการใช้งานดังนี้

7. พูลเลย์แบบใช้งานมาตรฐาน (Standard Duty Conveyor Pulley)

พูลเลย์ลำเลียงชนิดนี้ออกแบบมาสำหรับใช้งานประเภททั่วไปที่ไม่หนักจนเกินไป เพราะวัสดุที่นำมาเป็นสายพานลำเลียงไม่อาจจะรับน้ำหนักได้มาก เหมาะกับงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา

8. พูลเลย์ประเภทใช้งานหนัก (Heavy Duty Conveyor Pulley)

เป็นพูลเลย์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องลำเลียงสิ่งของที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก จึงผลิตพูลเลย์ออกมามีหน้าตัดขนาดใหญ่พิเศษ พื้นผิวสายพานที่หนาแข็งแรงคนทน เพื่อรองรับกับงานหนัก ยกตัวอย่างโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พูลเลย์ประเภทนี้อย่างเช่น โรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่ต้องลำเลียงชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเยอะอย่างต่อเนื่อง

9. พูลเลย์ใช้ในงานเหมือง (Mine Duty Conveyor Pulley)

พูลเลย์ชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้ทนต่อสภาพแวดล้อมภายในเหมืองได้อย่างดี เนื่องจากงานเหมืองต้องเจอกับอุปสรรคมากมายอย่างความชื้นและความร้อน และต้องเปิดเครื่องจักรทำงานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันติด พูลเลย์ชนิดนี้จึงต้องแข็งแรงเป็นพิเศษ สามารถรองรับงานหนักทนต่อทุกสภาพได้เป็นอย่างดี

10. พูลเลย์แบบที่กำหนดเอง (Engineered Class Pulley)

นอกจากพูลเลย์ลำเลียงสามชนิดที่กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น ยังมีชนิดที่กำหนดเอง เป็นพูลเลย์ที่ไม่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปจำเป็นต้องจ้างทีมวิศวะ และทีมผลิตเพื่อช่วยออกแบบพูลเลย์ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เนื่องจากสายงานบางชนิดอาจจะไม่มีพูลเลย์แบบที่ต้องการให้เลือกซื้อ การผลิตพูลเลย์ขึ้นมาจึงเป็นทางออกทางเดียว

เคล็ดลับการยืดอายุการใช้งานของยางหุ้ม Pulley ให้ยาวนานที่สุด

เคล็ดลับเพื่อให้พูเล่คือ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ช่วยให้เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการเปลี่ยนพูลเลย์บ่อยๆ เพียงทำตามสองสิ่งที่จะพูดถึงต่อไปนี้ ก็จะสามารถยืดอายุการใช้งานของพูลเลย์ และยางหุ้มพูลเลย์ได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม

  • หมั่นตรวจสอบดูแล และสังเกตระบบลำเลียงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติตรงไหนต้องทำการหยุดเครื่องจักร และแก้ไขอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา
  • ตรวจสอบยางหุ้มของพูลเลย์ลำเลียงอย่างสม่ำเสมอเมื่อพบการหลุด หรือเสื่อมของยางให้รีบทำการแก้ไขซ่อมแซมให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดแผลที่ใหญ่ขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้จนเสียหายหนักทางแก้เดียวคือเปลี่ยนยางหุ้มใหม่เท่านั้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงพอตัว
  • ตรวจสอบการติดตั้งของสายพานลำเลียงว่าติดตั้งได้ตรงแนวหรือไม่ เพื่อให้กระจายน้ำหนักได้ทั่วยางหุ้มได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยยืดอายุการใช้งานของสายพานและยางหุ้มพูลเลย์
  • รักษาความสะอาดและป้องกันการตกหล่นของสิ่งแปลกปลอม สิ่งสกปรกบริเวณด้านกลับของสายพาน หรือด้านที่สัมผัสกับพูลเลย์นั้นเอง เพื่อไม่ให้หน้ายางหุ้มพูลเลย์เกิดการสึกกร่อนอย่างรวดเร็ว
  • เดินเครื่องจักรด้วยความเร็วรอบและแรงบิดที่พอดี เพื่อไม่ให้เกิดการลื่นสะดุดของสายพานขณะปฏิบัติงาน
  • เมื่อยางหุ้มพูลเลย์หมดอายุขัยให้เลือกช่างที่มีความชำนาญมาเปลี่ยนให้เท่านั้น เพราะต้องมีขั้นตอนการเปลี่ยนที่เฉพาะเจาะจง หากเปลี่ยนไม่ถูกต้องโอกาสที่จะต้องเปลี่ยนเป็นครั้งที่สองในระยะเวลาสั้นๆ มีสูงมาก แถมสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น และงานต้องหยุดชะงักเพราะเครื่องจักรไม่สามารถปฏิบัติงานได้

เป็นอย่างไรกันบ้างหลังจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับพูลเลย์ขับพูลเลย์ตามทำหน้าที่อะไร และความสำคัญของพูลเลย์กันมาพอสมควรแล้ว จะเห็นได้ว่าพูลเลย์แต่ละชนิดมีหน้าที่ ที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย แต่การใช้งานจะต้องเลือกสินค้าที่ตรงกับลักษณะงานของเราเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากคุณยังไม่มั่นใจหรือต้องการความช่วยเหลือในการเลือกอุปกรณ์เหล่านี้ สามารถติดต่อสอบถามทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้จากทางไลน์ หรือ เบอร์โทรศัพท์ด้านล่างนี้ เรายินดีตอบข้อสงสัย และให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่


วิธีเลือกใช้ลูกปืนทนความร้อน-1

4 ขั้นตอน วิธีเลือกใช้ลูกปืนทนความร้อนสูง (ด้วยตัวเองง่าย ๆ)

การที่คุณเลือกใช้ตลับลูกปืนที่ไม่ถูกคุณลักษณะกับสภาวะการทำงาน จะส่งผลให้ตลับลูกปืนในเครื่องจักรของคุณพังเร็วอย่างเหลือเชื่อ

เครื่องจักรที่ทำงานภายใต้ความร้อนจัด มักส่งผลให้ตัวตลับลูกปืนแตกหรือพังเร็วเพราะเนื่องจากความร้อนที่เกิดขึ้นกับตัวตลับลูกปืนอาจจะส่งผลเสียที่ตามมาเช่น:

  • 🔥ขาดการหล่อลื่น: ตัวเนื้อจารบีเหลวตัวลง เพราะทนความร้อนไม่ไหว จึงทำให้เนื้อจารบีไม่เกาะอยู่ภายในรางวิ่งของตลับลูกปืน และส่งผลให้ตลับลูกปืนทำงานแบบเหล็กสีกับเหล็กโดยตรงเพราะไม่มีชั้นฟิล์มจารบีเคลือบอยู่
  • 🔥เม็ดลูกกลิ้งและวงแหวนเกิดการขยายตัว: เมื่อเม็ดลูกกลิ้งขยายตัวเกินขนาด อาจจะส่งผลให้การทำงานของลูกปืนทำงานในสภาวะที่มีพิกัดงานสวมที่ผิดเพี้ยนไป เช่นเม็ดลูกกลิ้งอาจจะแน่นเกินไป ทำให้เม็ดลูกกลิ้งล็อคตัว และกลายเป็นวงแหวนวงในหมุนแทน (วงแหวนวงในครูดอยู่กับเพลาโดยตรง: เหล็กสีเหล็ก)

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ลูกปืนทนความร้อนให้เหมาะสมกับงบของคุณก็เป็นส่วนสำคัญ เราไม่จำเป็นจะต้องใช้ตัวแพงสุดหรือตัวดีสุดเพื่อแก้ปัญหาตลอดเวลา วันนี้เราจึงมานำเสนอ “วิธีเลือกใช้แบริ่งทนความสูง” ให้ทั้งเหมาะสมกับงบประมาณของคุณและยังเหมาะสมกับสภาวะการทำงานของเครื่องจักรคุณอีกด้วย

 

วิธีเลือกใช้แบริ่งทนความร้อนสูงสำหรับตลับลูกปืนเม็ดกลม (ภายใน 4 ขั้นตอน)

ตารางฉบับย่อ (สรุปให้แล้ว)

ขั้นตอน สภาวะการทำงาน รหัสต่อท้ายลูกปืน ข้อยกเว้น
1 สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิ น้อยกว่า 70 °C เบอร์ทั่วไป -
2 สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิ มากกว่า 70 °C C3 -
3 สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิ น้อยกว่า 150 °C C3, GJN, HT -
4 สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิ น้อยกว่า 350 °C VA201, VA208, VA228 ทำความเร็วรอบได้ต่ำมาก

อ่านต่อ: ตารางรหัสต่อท้ายลูกปืน SKF (ครบจบที่เดียว) 

 

ขั้นตอนที่ 1: สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิ น้อยกว่า 70 °C

ถ้าหากว่าตลับลูกปืนของคุณทำงานอยู่ภายใต้สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิน้อยกว่า 70 °C ทางเราจะแนะนำให้ใช้ตลับลูกปืนเบอร์ปกติที่ไม่ติด C3 ต่อท้าย

ยกตัวอย่างรหัสลูกปืน: 

  • 6202-2Z
  • 608-2Z
  • 6310-2Z

 

ขั้นตอนที่ 2: สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิ มากกว่า 70 °C

ในลักษณะการทำงานที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 70 °C หลายคนอาจจะส่งสัยควรเปลี่ยนจารบีเป็นจารบีทนความร้อนสูงหรือยัง?

จารบีอเนกประสงค์ LGMT 2, LGMT 3 จริงๆ แล้วสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 120 °C เลยทีเดียว ดังนั้นการที่เราเปลี่ยนไปใช้จารบีทนความร้อนอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุและเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด

การที่ตัวตลับลูกปืนทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 70°C แต่ลูกปืนดันแตกหรือพังเร็วกว่าปกติ อาจจะมาจากการที่ตัวตลับลูกปืนไม่มีค่าช่องว่างภายในเพียงพอที่จะรองรับความร้อนที่สูง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อค่าช่องว่างภายในของตลับลูกปืนมีไม่เพียงพอเมื่อต้องทำงานภายใต้สภาวะที่ร้อนจัด:

  1. เม็ดลูกกลิ้งจะขยายตัว
  2. เม็ดลูกกลิ้งจะไปเบียดกับวงแหวนวงในและวงแหวนวงนอก
  3. ค่าพิกัดงานสวมของทั้งตัวตลับลูกปืนจะเปลี่ยนไป
    1. อาจจะส่งผลให้ตัวเม็ดลูกกลิ้งล็อคตัวเองกลายเป็นวงแหวนวงในหมุนสีกับผิวเพลาแทน (เหล็กสีกับเหล็ก)
    2. อาจจะส่งผลให้ตัวเม็ดลูกกลิ้งล็อคตัวเองกลายเป็นวงแหวนวงนอกหมุนสีกับตัวเสื้อแทน (เหล็กสีกับเหล็ก)

อ่านต่อ: ตลับลูกปืน C3 คืออะไร?

เปลี่ยนมาใช้ตลับลูกปืนที่มีรหัสต่อท้ายตามด้วย C3 ยกตัวอย่างเช่น:

  • 6202-2Z/C3
  • 608-2Z/C3
  • 6310-2Z/C3

 

ขั้นตอนที่ 3: สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิ น้อยกว่า 150 °C

โดยปกติตลับลูกปืนเม็ดกลมที่มีฝาปิดมาสองข้างทาง SKF จะมีการเติมจารบีมาให้พอดีอยู่แล้วภายในตัวตลับลูกปืน อย่างไรก็ตามจารบีที่เติมเข้ามาตอนแรกจะเป็นจารบีอเนกประสงค์อย่าง LGMT 2 SKF ทำให้บางทีงานที่เรานำลูกปืนไปใช้อาจจะทนความร้อนไม่ไหว

เมื่ออุณหภูมิเกิน 120°C แต่ไม่เกิน 150°C ทางเราจะแนะนำให้ใช้ตลับลูกปืนที่มีการเติมจารบีทนความร้อนมาในตัว อย่างตลับลูกปืนที่มีรหัสต่อท้าย GJN หรือ HT เป็นต้น

ตัวอย่างรหัสตลับลูกปืนเม็ดกลมที่เติมจารบีทนความร้อนมาอยู่แล้ว:

  • 6202-2Z/C3GJN
  • 608-2Z/C3GJN
  • 6310-2Z/C3GJN

อ่านต่อ: ตลับลูกปืน GJN คืออะไร?

 

ขั้นตอนที่ 4: สภาวะการทำงานที่มีอุณหภูมิ น้อยกว่า 350 °C

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณยังต้องใช้ตลับลูกปืนเม็ดกลมที่สามารถทนความร้อนได้ตั้งแต่ 150°C จนสูงสุดถึง 350°C คุณอาจจะต้องหันมามองตลับลูกปืนชนิดพิเศษ เป็นตลับลูกปืนที่เนื้อไม่ได้เป็นเหล็กแต่ทำมาจากกราไฟท์แทน

ข้อดีของตลับลูกปืนชนิดนี้คือคุณไม่ต้องเติมสารหล่อลื่นเลย เพราะว่าด้วยผิวที่เป็นกราไฟท์การทำงานของลูกปืนจะสร้างชั้นการหล่อลื่นให้ตัวลูกปืนเองโดยอัตโนมัติ

ข้อยกเว้น

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ตลับลูกปืนรุ่นนี้มีข้อยกเว้นที่ควรเข้าใจไว้ นั่นก็คือตลับลูกปืนชนิดนี้จะต้องทำงานในสภาวะที่มีความเร็วรอบต่ำมาก

ตัวอย่างการนำไปใช้

หนึ่งในตัวอย่างการนำไปใช้ก็คือการนำไปลำเลียงชิ้นงานภายในตู้อบที่มีความร้อนสูงมาก เช่นลำเลียงน็อตเข้าตู้อบ (ความเร็วรอบต่ำแต่ร้อนจัด)

ตัวอย่างรหัสตลับลูกปืนชนิดพิเศษ:

  • 6202-2Z/VA228, 6202-2Z/VA201, 6202-2Z/VA208
  • 608-2Z/VA228, 608-2Z/VA201, 608-2Z/VA208
  • 6310-2Z/VA228, 6310-2Z/VA201, 6310-2Z/VA208

อ่านต่อ: ตลับลูกปืน VA228, VA201, VA208 คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร?

 

สรุป

การเลือกใช้ตลับลูกปืนที่ถูกต้องจะสามารถช่วยยืดอายุการทำงานของเครื่องจักรของคุณได้มหาศาล กรณีศึกษาที่เราเคยไปแก้ไขปัญหามาสามารถยืดอายุการทำงานได้สูงสุดถึง 8-10 เท่า ซึ่งจะทำให้กระบวนการผลิตของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่า คุณควรจะใช้โซลูชั่นแบบใดจึงจะเหมาะสำหรับเครื่องจักรของคุณ คุณสามารถติดต่อเข้ามาได้เลยที่ tms.in.th บริษัทเตียวโม่วเส็งจำกัด ผู้แทนจำหน่าย SKF อย่างเป็นทางการ ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 60 สิบปี มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับคำปรึกษาจากบุคลากรที่มีความรู้เกี่ยวกับคัปปลิ้งโดยเฉพาะ พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ ตอบเร็วทันใจแน่นอน


คัปปลิ้งคืออะไร

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม

Coupling คืออะไร “คัปปลิ้ง” อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยทำให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีสะดุดระหว่างการทำงาน ซึ่งในภาษาไทยเราจะเรียกกันว่า “ยอย” ซึ่งตัวอุปกรณ์นี้จะมีหน้าที่เชื่อมต่อกันระหว่างสองเพลา นั่นก็คือ “ตัวขับ” และ “ตัวถูกขับ” ดังนั้นเพื่อให้เครื่องจักรสามารถโดยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดจึงต้องอาศัยคัปปลิ้งที่มีคุณภาพ เพราะตัวอุปกรณ์นี้มีความสำคัญป้องกันเครื่องจักรการเสียหายได้อีกด้วย

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-2

คัปปลิ้งจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ นั่นก็คือ “คัปปลิ้งแบบที่มียาง” (Flexible) ที่มีส่วนประกอบของยางสังเคราะห์ และอีกแบบนั้นก็คือ “คัปปลิ้งไม่มียาง” (Rigid) ที่มีส่วนประกอบของโลหะ แต่คัปปลิ้งทั้งสองแบบมีการใช้เหมือนกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั่นก็คือ แกนเพลาทั้งสองข้างจะต้องถูกวางลงในตำแหน่งที่มีแนวตรงกันพอดีเท่านั้น โดยเราจะเจาะลึกกันเกี่ยวกับยอยหรือคัปปลิ้งทั้งสองแบบนี้ ว่าจะมีชนิดย่อยที่แบ่งตามการใช้งานอีกกี่ชนิด

 

คัปปลิ้งแบบมียาง (Flexible Shaft Coupling)

คัปปลิ้งประเภทนี้ ข้างมีความยืดหยุ่นที่สูง เพราะผลิตจากยางสังเคราะห์หรือว่ายางธรรมชาติ คนนั้นลักษณะอันโดดเด่นนั่นก็คือสามารถช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้ดี น้ำหนักเบากว่า และอีกทั้งยังสามารถป้องกันเครื่องจักรจากแรงบิดที่เกินกำลังได้โดยจะลดแรงดันที่เกิดขึ้นจากการเยื้องแกนของเพลา คัปปลิ้งแบบมียางสามารถจำแนกออกมาได้หลายชนิด ตามการใช้งานดังนี้

 

คัปปลิ้งแบบไม่มียาง (Rigid Shaft Coupling)

คัปปลิ้งแบบไม่มียางจะทำมาจากโลหะ ซึ่งมีทั้งแบบเหล็กสเตนหรือเลสอะลูมิเนียม ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างจาก “ยอยยาง” อย่างสิ้นเชิงเพราะว่าไม่มีความยืดหยุ่นสูง แต่มีลักษณะที่ติดแน่นในการเชื่อมต่อเพลาจะต้องวัดให้ได้ความยาวตามที่ต้องการ ยอยประเภทนี้จะไม่สามารถให้ตัวได้มาก จึงมีความยากในการประกอบติดตั้งมากกว่ายอยชนิดยาง อย่างไรก็ตามยอยประเภทจะสามารถส่งถ่ายแรงได้ดีกว่าแบบยางอย่างมาก เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ต้องใช้แรงบิดสูง

ไปยัง Catalog: ตารางราคาคัปปลิ้ง SKF

11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม (รวมทั้งแบบ Flexible และ Rigid Coupling)

1. FRC Coupling / Jaw Coupling

หรือที่มีชื่อเรียกแบบบ้านๆ ว่า “ยอยแฉก” ซึ่งเป็นยอยที่สามารถยึดเพลาได้ด้วยเนื้อยาง และจะมีขนาดที่ต้องเลือกตามเพลาที่ต้องการประกอบ มีทั้งแบบหกแฉก แปดแฉกและสิบแฉก ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละยี่ห้อเช่นกัน ยอยยางเหมาะสำหรับการนำไปใช้งานต่อตรงกับมอเตอร์

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-6

2. Flex Coupling

เราจะเรียกกันตรง ๆ ว่า "ยอยเฟล็กซ์” ซึ่งจะเป็นยอยยางประเภทหนึ่ง มีความยืดหยุ่น ติดตั้งง่าย สามารถรับการเยื่องแนวได้เล็กน้อย แรงบิดอาจจะสู้ยอยที่เป็นประเภทไม่มียางหรือยอยที่มีความแข็งเกร็งสูงไม่ได้ แต่เพราะเป็นยอยที่ติดตั้งง่ายถือว่าเป็นยอยที่ใช้กันแพร่หลายอีกตัวนึงเลยก็ว่าได้

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-4

3. Crow/Flange Rigid Coupling

มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ยอยสลัก” มีรอบการทำงานเร็ว เช่นเดียวกับ เกียร์คัปปลิ้ง และเหมาะสำหรับการต่อตรงกับมอเตอร์ หรือเหมาะกับงานทั่วไป ใช้ยางเป็นตัวกลางในการส่งกำลัง ข้อดีคือสามารถเปลี่ยนลูกยางได้ง่าย มีหลากหลายขนาดขึ้นอยู่กับการใช้งานเช่นเดียวกับยอยยาง

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-3

4. Servo Coupling

เป็นข้อต่อเพลาสำหรับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำและเที่ยงตรงเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น stepping motor, encoder หรือ servo motor เหตุผลที่ทำให้ Servo Coupling มีความแม่นยำสูงนั้นก็เพราะว่าสามารถควบคุมตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง เพราะตัวคัปปลิ้งไม่มีระยะคลอน ถูกครีเอทมาให้สามารถยอมรับความเที่ยงตรงของตำแหน่งและการเยื้องศูนย์ได้

5. Spacer Coupling

คือคัปปลิ้งที่ถูกออกแบบมาสำหรับสองเพลาที่ค่อนข้างมีระยะห่างระหว่างกัน โดยตัวสเปเซอร์ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานง่ายสะดวกต่อกันซ่อมบำรุง

6. Universal Joint

มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ข้อต่ออ่อน” หรือข้อต่ออ่อนที่เหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับใช้กับจุดที่มีการเยื้องศูนย์มาก สามารถช่วยยึดเพลาทั้งสองข้างให้เข้ากันให้ทำงานได้ราบรื่นและใช้ร่วมกับประแจบล็อกหรือสว่านไฟฟ้าได้เพราะข้างในมีรูกลวง เหมาะสำหรับการใช้งานในเครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ สายพานลำเลียงและการซ่อมบำรุงต่างๆ

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-7

7. Fluid Coupling

สามารถเรียกได้อีกอย่างว่า hydraulic couplings เพราะต้องอาศัยน้ำมันเป็นตัวกลาง Fluid Coupling สามารถช่วยให้การออกตัวนิ่มนวลขึ้น มีรูปร่างลักษณะเหมือนโดนัท และมีแกนกลางเป็นฟันเฟืองที่มีหน้าที่ขับเพลาเกียร์ ดังนั้นยอยชนิดนี้จึงเหมาะสมสำหรับการใช้งานที่ต้องอาศัยความค่อยเป็นค่อยไปทำงานอย่างนุ่มนวล

8. Disc Coupling

คือคัปปลิ้งที่ไม่ต้องอาศัยสารหล่อลื่นเข้าช่วย และอีกทั้งยังสามารถใช้งานที่ความเร็วรอบสูงได้ รับแรงบิดได้สูงกว่าคัปปลิ้งชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นคัปปลิ้งที่สามารถใช้ทดแทนชนิดอื่นๆ ได้ มีข้อดีคือมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาว มีวิธีการบำรุงรักษาที่ง่ายเพราะเพียงแค่เปลี่ยนแผ่น Disc ก็สามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง

9. Tire Coupling

เป็นคัปปลิ้งที่มีลักษณะคล้ายกับล้อรถยนต์ สามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้สูง เพราะมียางเป็นตัวส่งผ่าน สามารถรับแรงบิดได้สูงขึ้นในขณะที่ระยะบิดต่ำลง โดย Tire Coupling เหมาะกับการใช้งานประเภทที่ต้องการส่งผ่านแรงบิดแบบไม่มีระยะคลอนหรือมีการเคลื่อนตัวระหว่างปลายเพลาสูง

10. Grid Coupling

เป็นคัปปลิ้งที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานที่มีแรงกระแทกสูง หรือการทำงานที่พื้นผิวไม่ค่อยราบเรียบ เพราะสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี อีกทั้งยังมีฝาครอบที่สามารถถอดได้แนวแกนนอก มีจุดเด่นก็คือเปลี่ยนชุดกริดได้ง่าย

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-8

11. Gear Coupling

หรือเราสามารถเรียกว่า "เกียร์คัปปลิ้ง" หรือยอยเฟือง เพราะว่าใช้ฟันเฟืองเกียร์เป็นตัวส่งกำลัง จึงส่งผลทำให้มีคุณสมบัติรับแรงบิดได้สูง และในขณะเดียวกันก็สามารถทำงานที่ความเร็วรอบสูงๆ ได้ มีคุณสมบัติสามารถรับเยื้องศูนย์ได้ดี และค่อนข้างมีความแข็งแรงทนทาน

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-5

12. Chain Coupling

หรือที่เรียกกันว่า “ยอยโซ่” เพราะสามารถยึดเผาทั้งสองข้างได้ด้วยโซ่ ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานสูงมาก ความยืดหยุ่นสูง ยอยโซ่มีรอบการทำงานที่ค่อนข้างช้า จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องอาศัยความเร็วรอบสูง

Coupling คืออะไร? 11 ประเภทของคัปปลิ้งที่ใช้ในโรงงานอุตสหกรรม-1

วิธีการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานของคัปปลิ้ง

สำหรับวิธีการดูแล ยอยยาง นั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด อีกทั้งยังสามารถส่งผลดีทำให้ยืดอายุการใช้งานได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำสี่วิธีที่จะช่วยดูแลรักษายอยหรือว่าคัปปลิ้ง จะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

 

  • ถอดคัปปลิ้งออกมาตรวจสอบบ้าง ซึ่งวิธีสำหรับการตรวจสอบคัปปลิ้งนั้น ผู้ใช้งานจะต้องถอดคัปปลิ้งออกมา เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยจะต้องได้มีการตรวจสอบรอยร้าวต่างๆ และยังรวมถึงขจัดคราบ สารหล่อลื่นที่แข็งตัวแล้วออกจากตัวคัปปลิ้งเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น
  • ตรวจสอบว่ามีสารหล่อลื่นเพียงพอ การเติมสารหล่อลื่นจะต้องเติมเฉพาะคัปปลิ้งประเภทที่ต้องอาศัยสารหล่อลื่น โดยประเภทของคัปปลิ้ง เหล่านั้นได้แก่ Fluid Coupling, ยอยเกียร์, ยอยโซ่ และ Grid Joint Coupling โดยผู้ใช้งานจะต้องตรวจสอบเสมอว่าสารหล่อลื่นที่ใช้นั้นเหมาะสำหรับการใช้งานกับเครื่องมืออุตสาหกรรม
  • ระมัดระวังเรื่องการปนเปื้อน สำหรับขั้นตอนการบำรุงรักษานี้จะเกี่ยวข้องกับขั้นตอนแรกที่จะต้องถอดคัปปลิ้งออกมาเพื่อทำความสะอาดและตรวจสอบ เพราะคุณจะต้องดูให้ดีว่าน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดนั้นถูกล้างออกจนหมด เพราะสารเคมีในน้ำยาทำความสะอาดบางชนิดอาจจะส่งผลต่อการลดประสิทธิภาพของสารหล่อลื่นนั่นเอง
  • เปลี่ยนคัปปลิ้งใหม่เมื่อจำเป็น เมื่อใดก็ตามที่คุณสามารถตรวจสอบพบการสึกหรอของคัปปลิ้ง การเปลี่ยนไม่ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าคัปปลิ้งอาจจะมีราคาที่สูง และหลายคนอาจจะต้องการซ่อมแต่ถ้าหากเมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องเสียไปในช่วงการซ่อมบำรุงนั้น การเปลี่ยนใหม่ก็อาจจะคุ้มค่ามากกว่า

 

สรุปทิ้งท้ายสำหรับการเลือกประเภทของคัปปลิ้งให้เหมาะสม

โดยสรุปแล้วจากความรู้ Coupling คืออะไร และประเภทของคัปปลิ้งที่เรานำมาแชร์ให้ได้ทราบกันวันนี้คุณจะสามารถสังเกตได้ว่า “คัปปลิ้ง” หรือ “ยอย” เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่มีมากมายหลายรูปแบบด้วยกับ โดยแต่ละรูปแบบนั้นก็เหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกใช้งานคัปปลิ้งให้เข้ากับการใช้งานของคุณจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยทำให้เครื่องจักรสามารถส่งกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังรวมถึงการยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานกว่าเดิม

สำหรับท่านใดที่ยังไม่แน่ใจว่า ต้องการใช้งานคัปปลิ้ง แบบใดจึงจะเหมาะสำหรับเครื่องจักรของตนเอง วันนี้สามารถติดต่อเข้ามาได้เลยที่ tms.in.th บริษัทเตียวโม่วเส็ง ผู้แทนจำหน่าย SKF อย่างเป็นทางการ ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 60 สิบปี มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับคำปรึกษาจากบุคลากรที่มีความรู้เกี่ยวกับคัปปลิ้งโดยเฉพาะ พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ ตอบเร็วทันใจแน่นอน

 


กระปุกอัดจารบีอัตโนมัติ

"LAGD 125 SKF": วิธีเลือกใช้กระปุกอัดจารบีอัตโนมัติ (SYSTEM24)

SYSTEM24 (LAGD 125 SKF) อัดจารบีอัตโนมัติ

"GAS DRIVEN SINGLE POINT AUTOMATIC LUBRICATORS"

34% ของเครื่องจักรที่พังก่อนเวลาอันควรเกิดจากการหล่อลื่นที่ไม่ถูกต้อง

เพราะการทำงานของเครื่องจักรนั้นมีสภาพการทำงานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ ความเร็ว และการสั่นสะเทือน การเลือกสารหล่อลื่นก็เช่นกัน ต้องคำนึงถึงชนิด ปริมาณ วิธีการและระยะเวลาในการเติม ให้เหมาะสมกับการใช้งานด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสารหล่อลื่นอาจเกิดจาก...

  • ❌ ปริมาณสารหล่อลื่นมากเกินไป
  • ❌ ปริมาณสารหล่อลื่นน้อยเกินไป
  • ❌ สารหล่อลื่นผิดประเภท
  • ❌ มีสิ่งแปลกปลอมเจือปนสารหล่อลื่น

การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องล้วนแล้วจะส่งผลให้เครื่องจักรนั้นทำงานไม่ปกติ เครื่องจักรจึงเกิดความเสียหายและพังก่อนเวลาอันควร

ทำไมต้องใช้ LAGD 125 (SYSTEM24) SKF

กระปุกอัดจารบี LAGD 125 แบบใช้แล้วทิ้ง เพิ่มความสะดวกสบายในการยืดอายุการใช้งานตลับลูกปืนโดยการตั้งกระปุกอัดจารบี LAGD 125 และตั้งเวลาให้ตัวกระปุกอัดจารบีอัตโนมัติ เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ไม่สามารถเข้าถึงยากหรือเครื่องจักรที่มีสภาพแวดล้อมเป็นอันตรายและเข้าถึงได้ไม่บ่อย

การที่จารบีถูกเติมน้อยไปหรือมากจนเกินไปจะส่งผลเสียให้อายุการทำงานของเครื่องจักรสั้นลงอย่างมหาศาล ด้วยกระปุกอัดจารบีอัตโนมัติคุณสามารถตั้งความถี่ในการจ่ายจารบี เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องจักรของคุณมากที่สุด

กระปุกอัดจารบีอัตโนมัติแบบใช้แล้วทิ้งรองรับจารบีมาตราฐาน SKF หลายตัว ไม่ว่าจะเป็นแบบจารบีอเนกประสงค์ จารบีทนความร้อน จารบีฟู้ดเกรด ก็สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสมของเครื่องจักรของคุณได้เลย (วิธีข้อมูลการสั่งซื้อ SYSTEM24 LAGD: รหัสสินค้าและคุณสมบัติ)

คุณสมบัติของจารกระปุกอัดจารบีอัตโนมัติ LAGD 125 SKF

  • ✅ ใช้ได้นานถึง 1-12 เดือน (แล้วแต่การใช้งานและปริมาณการอัดจารบี)
  • ✅ สามารถหยุดกระทันหัน หรือปรับแต่งการอัดฉีดเนื้อจารบีเมื่อไหร่ก็ได้
  • ✅ ปลอดภัย ยอมรับโดย ATEX: ZONE 0
  • ✅ มองเห็นทะลุกระปุก สามารถตรวจสอบปริมาณคงเหลือได้ทุกเมื่อ
  • ✅ เล็กกระทัดรัด สามารถไปติดตั้งในที่คับแคบหรือเข้าถึงยากได้ง่าย
  • ✅ มีกระปุกอัดจารบีอัตโนมัติสำหรับโซ่โดยเฉพาะด้วย

เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับ SYSTEM24 SKF

  • ✅ เครื่องจักรที่มีที่คับแคบหรือมีสภาพแวดล้อมที่อันตรายเข้าถึงยาก
  • ✅ สามารถหล่อลื่นตัวเสื้อและตัวตลับลูกปืนได้ดีเยี่ยม
  • ✅ มอเตอร์ไฟฟ้า
  • ✅ พัดลมและปั้มน้ำ
  • ✅ เครื่องจักรหรือลูกปืนในการลำเลียง
  • ✅ รถเครน
  • ✅ โซ่น้ำมัน
  • ✅ การหล่อลื่นในลิฟท์หรือบรรไดเลื่อน

https://youtu.be/Y1Gw5SGY3VA

หากไม่มั่นใจว่างานของคุณเหมาะกับการประกอบตลับลูกปืนประเภทใด สามารถรับคำปรึกษากับเราได้ฟรี

ตารางเลือกใช้กระปุกอัดจารบีอัตโนมัติ: รหัสสินค้าและคุณสมบัติ

รหัสจารบี คุณสมบัติ กระป๋อง 60 มล. กระป๋อง 125 มล.
LGWA 2 รับแรงและโหลดสูง รับแรงดันสูง รองรับอุณหภูมิได้หลากหลาย LAGD 60/WA2 LAGD 125/WA2
LGEM 2 จารบีความหนืดสูง LAGD 60/EM2 LAGD 125/EM2
LGGB 2 จารบีย่อยสลายได้ - LAGD 125/GB2
LGHB 2 รับแรงและโหลดสูง ทนอุณหภูมิสูง ความหนืดสูง LAGD 60/HB2 LAGD 125/HB2
LGHQ 2 รับแรงและโหลดสูง ทนอุณหภูมิสูง ความหนืดสูง LAGD 60/HQ2 LAGD125/HQ2
LGWM 2 รับแรงและโหลดสูง รองรับอุณหภูมิได้หลากหลาย - LAGD 125/WM2
LGFG 2 จารบีฟู้ดเกรดอเนกประสงค์ (มาตราฐาน NSF H1) LAGD 60/FG2 LAGD 125/FG2
LGFQ 2 จารบีฟู้ดเกรดรับแรงและโหลดสูง รองรับอุณหภูมิได้หลากหลาย (มาตราฐาน NSF H1) - LAGD 125/FQ2
รหัสจารบีสำหรับโซ่ คุณสมบัติ กระป๋อง 60 มล. กระป๋อง 125 มล.
LHMT 68 สำหรับใช้ในงานที่มีอุณหภูมิปานกลาง LAGD 60/HMT68
LAGD125/HMT68
LHHT 250 ทนความร้อนสูง -
LAGD 125/HT250
LFFM 100 จารบีฟู้ดเกรดอเนกประสงค์ (มาตราฐาน NSF H1) -
LAGD 125/FM100
กระป๋องเปล่า สำหรับใช้เติมจารบีหรือน้ำมัน LAGD 60/U LAGD 125/U

 

เลือกชนิดจารบีไม่ถูก?: ตารางจารบี: วิธีเลือกจารบี SKF ตำราเดียวจบ

ข้อมูลเชิงเทคนิค

รหัสสินค้า LAGD 60 and LAGD 125
ความจุของกระป๋องอัดจารบีอัตโนมัติ
LAGD 60
60 ml (2 US fl. oz)
LAGD 125
125 ml (4.2 US fl. oz)
ใช้ได้นานถึง Adjustable; 1–12 months
มาตราฐาน IP IP 68
อุณหภูมิการทำงาน
LAGD 60
–20 to +60 °C (–5 to +140 °F)
LAGD 125
–20 to +60 °C (–5 to +140 °F)
อุณหภูมิการเก็บเข้าคลัง 20 °C (70 °F)
แรงดันสูงสุดระหว่างการทำงาน 5 bar (75 psi) (at start-up)
อายุการเก็บในคลัง 2 years
กลไกที่ใช้ดันเนื้อจารบี Gas cell producing inert gas
น้ำหนัก
LAGD 60
approx 130 g (4.6 oz)
LAGD 125
approx 200 g (7.1 oz)
ขนาดเกลียวที่ใช้ยึด R 1/4
ความยาวสายป้อนสูงสุด
grease
300 mm (11.8 in.)
oil
1 500 mm (59.1 in.)

 

อุปกรณ์เสริม - หัวน็อตตัวยึดกระป๋อง

รหัสสินค้า รายละเอียด
LAPA 45 Angle connection 45°
LAPA 90 Angle connection 90°
LAPE 35 Extension 35 mm
LAPE 50 Extension 50 mm
LAPF F 1/4 Tube connection female G 1/4
LAPF M 1/8 Tube connection male G 1/8
LAPF M 1/4 Tube connection male G 1/4
LAPF M 1/4SW Extra strong tube connection male G 1/4
LAPF M 3/8 Tube connection male G 3/8
LAPG 1/4 Grease nipple G 1/4
LAPM 2 Y-connection
LAPN 1/8 Nipple G 1/4 - G 1/8
LAPN 1/4 Nipple G 1/4 - G 1/4
LAPN 1/2 Nipple G 1/4 - G 1/2
LAPN 1/4 UNF Nipple G 1/4 - G 1/4 UNF
LAPN 3/8 Nipple G 1/4 - G 3/8
LAPN 6 Nipple G 1/4 - M6
LAPN 8 Nipple G 1/4 - M8
LAPN 8x1 Nipple G 1/4 - M8 x 1
LAPN 10 Nipple G 1/4 - M10
LAPN 10x1 Nipple G 1/4 - M10 x 1
LAPN 12 Nipple G 1/4 - M12
LAPN 12x1.5 Nipple G 1/4 - M12 x 1.5
LAPB 3x4E1 Brush 30 x 40 mm
LAPB 3x7E1 Brush 30 x 60 mm
LAPB 3x10E1 Brush 30 x 100 mm
LAPB 5-16E1 Elevator brush, 5–16 mm gap
LAPV 1/4 Non-return valve G 1/4
LAPV 1/8 Non-return valve G 1/8
LAPC 50 Clamp
LAPP 4 Protection base
LAPP 6 Protection cap
LAPT 1000 Flexible tube, 1 000 mm long, 8 × 6 mm
LAPT 5000 Flexible tube, 5 000 mm long, 8 × 6 mm
LAPT 1000SW
LAPT 1000SW Extra strong flexible tube, 1 000 mm long, 8 × 6 mm
LAPT 5000SW
LAPT 5000SW Extra strong flexible tube, 5 000 mm long, 8 × 6 mm

ความคิดเห็นจากลูกค้า

Por Smartfool
23:37 08 Oct 21
บริการดีมากกกก แนะนำดีสุดๆ มั้นใจเลยได้ของดีชัว
Narong Pornrattananukul
10:32 17 Jun 21
ครบครันต้องร้านนี้เลย บริการดี ส่งของไว ใส่ใจลูกค้า
Anon Tatvichai
11:00 16 Jun 21
ซื้อกันมานานจนมั่นใจว่าจะได้ของแท้แน่นอน ลืมเรื่องลูกปืนปลอมไปเลย ทุกวันนี้แทบไม่ต้องเช็คของอีกเลย เซลใส่ใจและตามดูแลหน้างานให้ตลอด ขอบคุณ TMS ที่เอาใจใส่ลูกค้านะครับ
See All Reviews
js_loader

ทำไมถึงต้องซื้อกับ เตียวโม่วเส็ง (TMS)?

  • ตัวแทนจำหน่าย SKF อย่างเป็นทางการ
  • ✅ ประสบการณ์มากกว่า 60 ปี ยอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย
  • คลังสินค้าหลากหลาย พร้อมส่ง ไม่ต้องรอนาน
  • ✅ ยินดีให้คำปรึกษาทั้งด้านเทคนิค พร้อมเข้าตรวจสอบหน้างาน
  • ✅ ส่งไว ปลอดภัย ทั่วประเทศ

ขอใบเสนอราคาเลย ติดต่อเราได้ที่