ตารางเทียบสายพาน "ญี่ปุ่น(JIS) - SKF" (ล่าสุด 2021)

👉🏻ดาวน์โหลด ตารางเทียบสายพานที่นี่: ตารางเทียบสายพาน-skf-jis-belt-chart

การเทียบสายพานญี่ปุ่นทั่วๆไปด้วยกันไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ Bando หรือ Mitsuboshi ที่ทุกคนคุ้นเคยกันอาจจะเป็นเรื่องง่าย เพราะเราสามารถสั่งซื้อสายพานได้โดยใช้เลขเดียวกันตรงๆ เลย เช่นถ้าจะสั่งซื้อสายพาน Bando A40 แต่เดิมทีเคยใช้สายพาน Mitsuboshi A40 อยู่แล้ว การนำสายพานยี่ปุ่นมาใช้แทนกันนั้นสามารถทำได้ทันที

เพราะสายพานญี่ปุ่นนั้นใช้มาตราฐาน JIS หรือเป็นมาตราฐานเบอร์ของสายพานญี่ปุ่นทั่วๆไป

อย่างไรก็ตามถ้าคุณไปสั่งซื้อสายพาน SKF ในเบอร์เดียวกันเช่น เดิมทีใช้สายพาน Bando A40 แต่ไปสั่งซื้อสายพาน SKF PHG A40 ละก็ คุณจะพบปัญหาว่าความยาวของสายพานนั้นมันไม่เท่ากัน

เทียบสายพาน: ด้านความสูงและความกว้าง SKF-JIS

จริงๆแล้วขนาดความสูงและความกว้างของสายพาน SKF และ JIS นั้นมีขนาดที่เท่ากันตามมาตราฐานขนาดร่อง (M A B C D)

เช่นถ้าเทียบระหว่างสายพาน Bando A40 กับสายพาน SKF PHG A40 ถ้าสองเส้นจะมีขนาดความสูงและกว้างตามมาตราฐานขนาดสายพานไซส์ A อยู่แล้ว ดังนั้นในส่วนนี้ไม่มีปัญหาครับ ถ้าคุณใช้สายพานร่อง A อยู่แล้วการเปลี่ยนมาเป็น SKF นั้นคุณสามารถสั่งซื้อสายพานร่อง A และใช้ได้ทันที

เทียบสายพาน: ด้านความยาว SKF-JIS

อย่างไรก็ตามความยาวของสายพานหรือ Pitch Length ของมาตราฐาน SKF และของมาตราฐาน JIS นั้นใช้วิธีการวัดที่ไม่เหมือนกัน

โดยที่ถ้าดูจากรูปด้านบนนี้: ความยาวของสายพานของ SKF นั้นใช้การวัดจากแกนกลางของสายพาน แต่ความยาวสายพานของสายพานมาตราฐานญี่ปุ่นนั้นใช้การวัดจากส่วนหลังของสายพาน

ความแตกต่างระหว่างเบอร์สายพานระหว่าง SKF-JIS

ดังนั้นเบอร์ที่อยู่บนรหัสของสายจึงมีความแตกต่างกัน คุณจึงไม่สามารถที่จะนำ SKF PHG A40 มาทดแทนใช้กับ Bando A40 ได้ตรงๆเพราะสายพาน SKF นั้นวัดจากข้างแกนกลางของตัวสายพาน เบอร์สายพานที่ของ SKF จะเทียบได้กับ Bando A40 นั้นก็คือ SKF PHG A39 ซึ่งจะมีขนาดความยาวใกล้เคียงกันมากๆ และสามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้

ดาวน์โหลด ตารางเทียบสายพานที่นี่: ตารางเทียบสายพาน-skf-jis-belt-chart


วิธีเลือกจารบีตำราเดียวจบ

ตารางจารบี: วิธีเลือกจารบี SKF ตำราเดียวจบ (ล่าสุด 2021)

ตารางจารบีครบจบใน 1 แผ่น ปริ้นก็ได้ แชร์ก็ดี

ตารางจารบี SKF Grease Chart ดาวน์โหลดที่นี่

📄 ตารางจารบี PDF

34% ของเครื่องจักรที่พังก่อนเวลาอันควรเกิดจากการหล่อลื่นที่ไม่ถูกต้อง

เพราะการทำงานของเครื่องจักรนั้นมีสภาพการทำงานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ ความเร็ว และการสั่นสะเทือน การเลือกสารหล่อลื่นก็เช่นกัน ต้องคำนึงถึงชนิด ปริมาณ วิธีการและระยะเวลาในการเติม ให้เหมาะสมกับการใช้งานด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสารหล่อลื่นอาจเกิดจาก...

  • ❌ ปริมาณสารหล่อลื่นมากเกินไป
  • ❌ ปริมาณสารหล่อลื่นน้อยเกินไป
  • ❌ สารหล่อลื่นผิดประเภท
  • ❌ มีสิ่งแปลกปลอมเจือปนสารหล่อลื่น

การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องล้วนแล้วจะส่งผลให้เครื่องจักรนั้นทำงานไม่ปกติ เครื่องจักรจึงเกิดความเสียหายและพังก่อนเวลาอันควร

"ครบจบในตำราเดียว" เลือกจารบียังไงให้เหมาะสมกับเครื่องจักรของคุณ

ถ้าคุณพึ่งเคยเห็นตารางจารบีด้านบนนี้ คุณอาจจะสับสนได้ และดูไม่ถูกว่าสรุปต้องใช้ตัวไหนเป็นหลัก ก่อนที่คุณจะใช้ตารางนี้ได้ผมมีเคล็ดลับเล็กๆ วิธีดูว่าควรจะใช้จารบีประเภทไหนแบบเบื้องต้นเสียก่อน

ถ้าตารางด้านบนทำคุณสับสน ดูนี่ก่อน

วิธีคิดง่ายๆ ทุกโรงงานอุตสหกรรม ควรจะมีเจ้าตัวจารบีอเนกประสงศ์เบอร์ 2 ติดในโรงงานอยู่แล้ว (SKF LGMT 2) เพราะตัวนี เป็นจารบีธรรมดา เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ทำงานในความเร็วปานกลาง รับน้ำหนักได้ปานกลาง และอุณภูมิการทำงานทั่วๆ ไป

และค่อยมาดูว่าเครื่องจักรแต่ละอันของคุณ ทำงานภายใต้สภาวะดังนี้มั้ย...

สภาวะ

รหัสจารบีที่แนะนำ

ทั่วๆไป LGMT 2 SKF จารบีอเนกประสงศ์
ทั่วๆไป แต่ใช้ตลับลูกปืนตัวใหญ่ (เพลา 100 มม. เป็นต้นไป) LGMT 3 SKF จารบีอเนกประสงศ์สำหรับลูกปืนขนาดใหญ่
เครื่องจักรทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 100 °C LGHP 2 SKF จารบีทนความร้อน
เครื่องจักรทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 150 °C LGEP 2 SKF จารบีทนความร้อนจัด
สภาวะโดยรอบมีความเย็น (เย็นสุดที่ -50 °C) หรือตลับลูกปืนทำงานต่ำกว่า 50 °C LGLT 2 SKF จารบีทนความเย็น
เครื่องจักรมีการสตาร์ทใหม่บ่อยๆ หรือต้องรับการกระแทกเป็นจังหวะอย่างรุนแรง หรือต้องรับแรงกดสูง LGEP 2 SKF จารบีทนแรงกดสูง
เครื่องจักรทำงานใกล้อาหาร หรือเป็นโรงงานอุตสหกรรมอาหาร LGFP 2 SKF จารบีสำหรับอาหาร
ถ้าคุณมีความต้องการลดสารพิษและรักโลก LGGB 2 SKF จารบีรักโลก

สำหรับอุตสหกรรมอาหารและยาใช้ตารางด้านนี้เลยครับ

สภาวะ

รหัสจารบีที่แนะนำสำหรับอุตสหกรรมอาหารและยา

ทั่วๆไป LGFP 2 SKF จารบีอเนกประสงศ์
เครื่องจักรทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 100 °C LGED 2 SKF จารบีทนความร้อน
เครื่องจักรทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 150 °C LGET 2 SKF จารบีทนความร้อนสูงพิเศษ
เครื่องจักรมีการสตาร์ทใหม่บ่อยๆ หรือต้องรับการกระแทกเป็นจังหวะอย่างรุนแรง หรือต้องรับแรงกดสูง LGFQ 2 SKF จารบีทนแรงกดสูง

และสำหรับชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช้ตัวตลับลูกปืนสามารถใช้ตารางด้านล่างนี้ได้เลยครับ

เหมาะสำหรับ

รหัสจารบีที่แนะนำสำหรับอุตสหกรรมอาหารและยา

คัปปลิ้งยอยแบบเฟืองหรือแบบกริด LMCG 1 SKF
ตลับลูกปืนกาบเพลา หรือใช้กับชุดเครื่องจ่ายจารบี หรือสภาวะที่มีความเย็นสูง LGLS 0 SKF
ใช้หล่อลื่นโซ่เฟืองที่ม่ีสภาวะที่มีอุณหภูมิปาณกลาง แต่มีฝุ่นผงกระจัดกระจายเยอะ เช่นเครื่องจักรที่อยู่ในโรงงานอุตสหกรรมน้ำตาลโรงงานอุตสหกรรมแป้งมัน LHMT 68 SKF
ใช้หล่อลื่นโซ่เฟืองที่ม่ีสภาวะที่มีอุณหภูมิสูง และต้องรับแรงสูง LHHT 265 SKF

ความหมายของเลขด้านหลังจารบี เช่นใน "LGMT 2" เลข 2 หมายถึงอะไร?

ตัวเลขด้านหลังของรหัสจารบีสื่อถึงความเหนียวข้นของเนื้อจารบี โดย SKF อิงจาก NGLI หรือค่ามาตราฐานการวัดความเหนียวข้นความหนืดแบบสากล อาจจะมีหลากหลายเบอร์แต่เบอร์ที่นิยมใช้ที่สุดในวงการตลับลูกปืนคือ NGLI เบอร์ 2 นั้นเอง

NGLI number ASTM worked penetration (10^-1 mm) Appearance at room temperature
000 445–475 very fluid
00 400–430 fluid
0 355–385 semi-fluid
1 310–340 very soft
2 265–295 soft
3 220–250 medium hard
4 175–205 hard
5 130–160 very hard
6 85–115 extremely hard

สรุป

การเลือกใช้จารบีให้ถูกต้องเป็นอีก 1 สิ่งที่สำคัญที่สุดในการยืดอายุการใช้งานของตัวตลับลูกปืนและระบบส่งกำลังของเครื่องจักร ถ้าหากคุณมีคำถามสงสัยเพิ่มเติม สามารถโทรหรือไลน์เข้ามาสอบถามเราได้ที่ โทร: 02-639-4222 ไลน์ไอดี: @tms1987


วิธีการเลือกตลับลูกปืน

9 ข้อ... วิธีการเลือกชนิดตลับลูกปืนให้เข้ากับเครื่องจักรของคุณ

คุณเคยรู้สึกสงสัยไหมครับว่าทำไมตลับลูกปืนจึงมีหลายชนิดและลักษณะที่แตกต่างกันไป แล้วคุณจะต้องเลือกตลับลูกปืนชนิดไหนเพื่อให้เหมาะสมกับงานและเครื่องจักรของคุณ

ตลับลูกปืนหรือแบริ่ง (Bearing) เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นตลับวงแหวน ภายในบรรจุด้วยเม็ดลูกกลิ้งเหล็ก มีหน้าที่เพื่อลดแรงเสียดทานและแรงกระแทกระหว่างเครื่องจักรและเพลา ตลับลูกปืนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานให้แก่เครื่องจักร เหมือนดั่งรถที่วิ่งอยู่บนถนนโดยมีล้อเป็นตัวนำพาให้ยานพาหนะเคลื่อนที่ได้โดยง่าย ดังนั้นตลับลูกปืนจึงมีความสำคัญต่อเครื่องจักรเป็นอย่างมาก

ตลับลูกปืนนั้นมีประเภทและรูปแบบที่แตกต่างกันไปทั้งตัวตลับวงแหวนและลูกเหล็กภายใน ยกตัวอย่างแค่ลูกเหล็กภายในก็มีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบเม็ดกลม เม็ดกระบอก หรือเม็ดเรียว สามารถมีแถวเดียว หรือสองแถวก็ได้

แต่ละประเภทและรูปแบบของตลับลูกปืนมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป มีความเหมาะสมของงานและเครื่องจักรที่ไม่เหมือนกัน เหมือนกับการเลือกล้อรถบรรทุกที่มีขนาดใหญ่หลายแถวเพื่อรองรับน้ำหนักที่มากแต่ทำความเร็วได้ต่ำ เทียบกับล้อรถมอเตอร์ไซทที่มีขนาดเล็กแถวเดียวเพื่อรองรับน้ำหนักที่น้อยแต่ทำความเร็วได้สูง ดังนั้นก่อนที่จะพิจารณาว่าเราควรเลือกใช้ตลับลูกปืนชนิดไหนให้เหมาะกับเครื่องจักร เราควรจะรู้ถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของตลับลูกปืนเสียก่อน

และในวันนี้ผมก็ได้นำข้อมูลและปัจจัยในการเลือกชนิดของตลับลูกปืน 9 อย่างด้วยกัน ถ้าหากคุณอยากได้คำปรึกษาด้านตลับลูกปืนหรือเรื่องเกี่ยวกับเครื่องจักรของคุณ ทีมวิศวกรของเรายินดีให้คำปรึกษาฟรี คุณสามารถโทรเข้ามาที่ 02-639-4222 หรือแอดไลน์เข้ามาที่ @tms1987

9 ข้อ กับวิธีเลือกชนิดตลับลูกปืนให้เข้ากับเครื่องจักรของคุณ

1. การรับแรงของตลับลูกปืนในแนวรัศมี

แรงที่มากระทบกับลูกปืนในแนวรัศมี หรือ Radial load เป็นแรงที่มากระทบกับลูกปืนที่ไม่ว่ามาจากน้ำหนักของตัวเพลาเองหรือน้ำหนักของสิ่งที่เพลากำลังรั่งไว้ หรือแรงที่มากระทบโดยรอบ ยกตัวอย่างเช่นเครื่องบดขนาดใหญ่ ที่ต้องรับทั้งน้ำหนักเพลา และแรงกดกจากการบด

เราต้องรู้ก่อนว่าเครื่องจักรของเรามีการรับน้ำหนักหรือมีแรงกระทบเยอะแค่ไหน เช่นถ้าหากเครื่องจักรของเรามีแรงกระทบมากในแนวรัศมี เราอาจจะเลือกใช้ตลับลูกปืนเม็ดหมอน เช่น เม็ดโค้งสองแถวหรือเม็ดทรงกระบอกเป็นต้น ซึ่งมีความสามารถในการรองรับแรงกดในแนวรัศมีที่มีปริมาณมากได้

2. การรับแรงรุนของตลับลูกปืนในแนวแกน

แรงที่มากระทบกับลูกปืนในแนวแกน หรือ Axial load เป็นแรงที่มากระทบในแนวแกนที่มีการเข้าและออกของเพลาในเครื่องจักร ยกตัวอย่างเครื่องจักรที่มีใบพัดอย่าง Blower เครื่องจักรประเภทนี้จะมีใบพัดที่คอยดึงหรือดันหรือเป็นการออกแรงในแนวแกนต่อตลับลูกปืนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเรารู้แล้วว่าตลับลูกปืนของเราจะต้องรับแรงในแนวแกนที่มาก เราก็จะสามารถเลือกชนิดของตลับลูกปืนเพื่อให้เหมาะกับเครื่องจักรของเรา โดยเฉพาะตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม เม็ดโค้งกันรุน และเม็ดเรียว ที่สามารถรับแรงรุนในแนวแกนที่สูงได้

3. ความเร็วรอบของเครื่องจักร

นอกจากการรับน้ำหนักและแรงรอบด้านแล้ว ในบางกรณีตลับลูกปืนนั้นอาจจะต้องทนทานต่อความเร็วที่เกิดขึ้นจากการหมุนของเครื่องจักรด้วย 

หากเลือกใช้ตลับลูกปืนไม่เหมาะสมโดยเฉพาะกับเครื่องจักรที่มีอัตราหมุนเร็ว ก็จะเกิดการเสียดสีภายในระหว่างเม็ดลูกกลิ้งและตลับวงแหวน ทำให้เกิดการสึกและลดอายุการใช้งานของตลับลูกปืน

ดังนั้นความเร็วรอบของเครื่องจักรถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการเลือกชนิดของตลับลูกปืน

ตลับลูกปืนแต่ละชนิดสามารถรองรับความเร็วรอบได้แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพื้นผิวสัมผัสของเม็ดลูกกลิ้งและตลับวงแหวน เม็ดลูกกลิ้งที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมจะมีพื้นผิวสัมผัสที่น้อย เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความเร็วสูง ต่างก้บเม็ดลูกกลิ้งที่มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกจะมีพื้นผิวสัมผัสที่มาก ไม่เหมาะสมกับงานที่ต้องใช้ความเร็ว แต่พื้นที่ผิวที่มากทำให้เม็ดรูปทรงกระบอกหรือเม็ดหมอนสามารถกระจายแรงโดยเฉพาะแรงในแนวรัศมีได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงโหลดเยอะ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างเป็นธรรมดา

4. ความร้อนของเครื่องจักร

ความร้อนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรคำนึงถึงไม่ว่าจะจากเกิดจากตัวเครื่องจักรเอง เช่นความร้อนที่เกิดขึ้นจากแรงเสียดสีภายใน หรือตำแหน่งของเครื่องจักรที่ใกล้กับวัตถุที่มีความร้อน เช่นเตาหรือหม้อต้ม ความร้อนเหล่านี้จะทำให้เหล็กขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นตัวเม็ดลูกกลิ้งเองก็ตาม หรือวงแหวนเหล็กภายนอกก็ตาม ทำให้เกิดการบีบอัดและเพิ่มแรงเสียดสีมากขึ้น ดังนั้นความร้อนจะส่งผลให้ตลับลูกปืนเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว หากเลือกชนิดที่ไม่เหมาะสมนั้นเอง

นอกจากชนิดของเหล็กที่การอัตราการขยายตัวที่ไม่เท่ากันแล้ว ค่าช่องว่างเผื่อภายในตลับลูกปืน หรือ Clearance ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดแรงเสียดสีภายในเมื่อเหล็กขยายตัว

กรณีศึกษา: ตลับลูกปืนทนความร้อน

มีลูกค้ารายนึงของเราเป็นโรงงานผลิตน็อต ตัวน็อตจำเป็นต้องวิ่งผ่านเตาอบซึ่งรองด้วยสายพานลำเลียง เหตุการณ์มีอยู่ว่าตลับลูกปืนที่มีหน้าที่รองรับน้ำหนักของตัวน็อตและสายพานลำเลียงเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

ใช้เพียงแค่ 2 อาทิตย์ก็พังซะแล้ว ดังนั้นเราจึงเข้าไปชี้แนะและแก้ปัญหาให้กับลูกค้าท่านนี้ โดยการเปลี่ยนตลับลูกปืนเป็นแบบตลับลูกปืนทนความร้อนสูง ซึ่งการใช้งานของตลับลูกปืนเพิ่มจาก 2 อาทิตย์ เป็น 10 เดือนกว่า

คุณโรงงานผลิตน็อตได้ประหยัดค่าแรงพนักงานที่ใช้ในการเปลี่ยนตัวน็อตได้ถึง 20 เท่า และยังสามารถดำเนินเครื่องจักรแบบไม่ติดขัด ซึ่งส่งผลให้ไม่มีการ Breakdown ของเครื่องจักรตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา

ดังนั้นหากคุณมีข้อสงสัย ข้อสอบถาม ทางเรายินดีให้ส่งทีมวิศวะของเราเข้าไปดูแลคุณ และสามารถให้คำแนะนำได้ เพื่อให้ต้นทุนโดยรวมของคุณต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

5. เนื้อที่การจัดวางและปฏิบัติ

ในบางครั้งการจัดวางของเพลาและเครื่องจักรอยู่ในตำแหน่งที่ถอดประกอบได้ยาก อาจไม่สะดวกในการติดตั้งเนื่องด้วยพื้นที่ที่จำกัด หรือเพลาที่มีขนาดยาวไม่เหมาะแก่การถอดตลับลูกปืนออกมา อาจจะต้องมีการปรับเปลื่ยน ลื้อ หรือย้ายหลาย ๆ อย่างจนวุ่นวายไปหมด สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ติดตั้งและถอดประกอบ เพราะการจะเปลี่ยนแปลงหรือจัดสันหาเนื้อที่เพิ่มอาจจะเป็นไปได้ยาก

กรณีศึกษา: ตลับลูกปืนแบบแยกชิ้นประกอบ (Split Bearing)

จากลูกค้าของเราที่ประสบปัญหานี้ ลูกค้าไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนตลับลูกปืนในจุดที่คับแคบเกินไปได้ เราจึงนำเสนอ Solution ที่แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้โดยการใช้ Split Bearing หรือตลับลูกปืนที่สามารถแยกชิ้นส่วนได้ ลูกค้าสามารถนำไปประกอบทีละท่อนได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วนหลาย ๆ อย่างออกมา เมื่อประกอบเสร็จก็โดนล็อกไว้อย่างแน่นหนาใช้ได้ไปอีกนานเลยทีเดียว

6. ความสำคัญของเครื่องจักร

อีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลยคือความสำคัญของเครื่องจักร เพราะบางทีคุณก็คงไม่อยากเพิ่มต้นทุนกับอะไรที่เกินความจำเป็น เครื่องจักรบางประเภท ผู้ประกอบการไม่มีปัญหาในการรอซ้อมติดตั้งใหม่ และสามารถเปลี่ยนหรือทดแทนได้ง่าย

ยกตัวอย่างเครื่องจักรที่มีความสำคัญน้อย คือเครื่องจักรที่ใช้งานไม่หนัก ไม่ต้องใช้ความแม่นยำ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่รุนแรงมากนัก เช่นเครื่องจักรทางการเกษตร เครื่องจักรทอผ้า หรือเครื่องจักรบรรจุขนาดเล็ก

Y-Bearing หรือตลับลูกปืนตุ๊กตา เหมาะกับชิ้นงานที่มีลักษณะไม่สำคัญมากและหรือต้องการความสะดวกสบายในการถอดประกอบ ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และเหมาะแก่งานที่ไม่หนักมาก

7. ความคงที่ของพื้นที่ตั้งเครื่องจักร

ความคงที่ของพื้นที่ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Rigidity

คุณอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วความคงที่จะมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับการเลือกใช้ตลับลูกปืน


เกี่ยวแน่นอนครับ ถ้าพื้นที่การจัดวางของเครื่องจักรของเราไม่มีความแข็งแกร่งหรือมีความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเกิดจากฐานรองที่ไม่แข็งแรง แผ่นรองเครื่องจักรที่ไม่แข็งแรง หรือพื้นดินทรุดลง อาจจะก่อให้เกิดการเยื้องแนวได้

เพราะถ้ามีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นกับจุดที่เครื่องจักรตั้ง ตลับลูกปืนของเราจะถูกบดบี้ด้วยการทำงานแบบ Misalignment (หรือค่าความคลาดเคลื่อนขององศาในการติดตั้ง หรือก็คือการติดตั้งแบบไม่ตรงศูนย์นั้นเอง)

ตลับลูกปืนจะมีผลกระทบอย่างแรงและทำให้ลูกปืนเสียหายได้ง่าย ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าพื้นที่ฐานรองเครื่องจักรของคุณไม่นิ่ง เราแนะนำให้เลือกใช้ตลับลูกปืนที่สามารถให้ตัวได้ เช่นตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถว หรือตลับลูกปืน Self-Aligning Ball Bearing ซึ่งมีคุณสมบัติรองรับการเยื้องแนวหรือแอ่นตัวของเพลาโดยไม่กระทบต่อการหมุมของตลับลูกปืน

8. ความไม่สม่ำเสมอของแรงที่มากระทบ

เครื่องจักรบางตัวอย่าง Crusher ที่ต้องคอยบดชิ้นส่วนวัตถุที่วนเวียนเข้ามา ทำให้มีแรงกระทบต่อตลับลูกปืนที่ไม่สม่ำเสมอและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้ตลับลูกปืนสึกหรอและมีโอกาสทำให้เกิดการเยื้องแนวของตลับลูกปืนได้

ดังนั้นการเลือกตลับลูกธรรมดาๆ อาจจะส่งผลให้เครื่องจักรพังอย่างรวดเร็วก็เป็นได้

เช่นถ้าหากว่าเราเลือกตลับลูกปืนเม็ดกลมในงานจำพวกแบบนี้ (ซึ่งไม่เหมาะสม) ตลับลูกปืนเม็ดกลมใช้เม็ดลูกกลิ้งกลมๆที่มีผิวสัมพัสเป็นจุดโฟกัสอยู่จุดเดียว ดังนั้นเวลาเกิดการกระแทกอย่างไม่เป็นจังหวะอาจจะทำให้ผิวรางวิ่งของตลับลูกปืนสึกหรออย่างรวดเร็วมากกว่าการใช้ตลับลูกปืนชนิดอื่นเป็นต้น

ในกรณีแบบนี้เราจึงแนะนำให้ใช้ตลับลูกปืนที่มีเม็ดลูกกลิ้งลักษณะเม็ดหมอนที่สามารถรับการเยื้องแนวได้เพื่อกระจายแรงสัมผัสออกผ่านพื้นผิวที่มากขึ้นและยังรับการเยื้องแนวได้อีกด้วย เช่น ตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถวปรับแนวได้ Spherical Roller Bearing อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

9. สภาพแวดล้อม

เครื่องจักรของคุณอยู่ในจุดที่เปิดรับฝุ่นละอองหรือความชื้นเยอะขนาดไหน?

ตลับลูกปืนเม็ดกลมที่ใช้กันแพร่หลายนั้น มีฝาปิดเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นหรือละอองเข้ามาในรางวิ่งของตลับลูกปืน เรามีฝาทั้งสองแบบคือแบบฝายางและแบบฝาเหล็ก

ถ้าหากฝุ่นเยอะละอองเยอะ คุณก็อาจจะต้องเลือกใช้ตลับลูกปืนที่มีฝาแบบเหล็กมาปิด

แต่ถ้าหากคุณอยากปกป้องตลับลูกปืนคุณให้ยาวนานขึ้นไปอีก โดยที่เครื่องจักรคุณไม่ได้ใช้ความเร็วรอบจัดจนเกินไป บางทีเราอาจจะแนะนำเป็นตลับลูกปืนที่เป็นฝายางให้คุณก็เป็นได้

สรุป

9 ข้อสั้นๆ จำง่ายๆ ไม่ต้องจำก็ได้นะ โทรเข้ามาถามเราได้เลย

  1. การรับแรงของตลับลูกปืนในแนวรัศมี
  2. การรับแรงรุนของตลับลูกปืนในแนวแกน
  3. ความเร็วรอบของเครื่องจักร
  4. ความร้อนของเครื่องจักร
  5. เนื้อที่การจัดวางและปฏิบัติ
  6. ความสำคัญของเครื่องจักร
  7. ความคงที่ของพื้นที่ตั้งเครื่องจักร
  8. ความไม่สม่ำเสมอของแรงที่มากระทบ
  9. สภาพแวดล้อม

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย! เรามีทีมวิศวะพร้อมที่จะคอยให้คำตอบและคำแนะนำคุณและแก้ปัญหาให้คุณเพื่อลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนโดยรวมของคุณ


ปัญหาตลับลูกปืนพัง1

ตลับลูกปืนพังเร็ว? (5 ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ลูกปืนของคุณล้มเหลว)

“ตลับลูกปืนพังอีกละ ซื้อก็บ่อย ถอดก็ยาก ติดตั้งก็ยาก เบอร์อะไรเยอะแยะไปหมด ปวดหัว.. ยี่ห้อนี้ใช้ไม่ดีเลย แพงก็แพง” คงได้ยินกันจนชินว่าตลับลูกปืนในเครื่องจักรพังอีกแล้ว ทำให้เครื่องจักรหยุดทำงาน ยี่ห้อไหนๆ ก็เหมือนๆกัน

ไม่จริง! SKF ไม่เหมือนใคร

หลายๆท่านคงเห็นว่า SKF ใช้ 3 อาทิตย์พัง ใช้ยี่ห้อญี่ปุ่น 2 อาทิตย์พัง ยั่งงี้ใช้ยี่ห้อญี่ปุ่นดีกว่าถูกกว่าตั้งเยอะ

จริงครับ ในกรณีที่เราปฏิบัติไม่ถูกต้อง 100% ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็พังเหมือนกันหมด แต่ถ้าหากว่าเราแก้ปัญหาจากต้นเหตุได้ดีทั้งหมดผมบอกตรงๆเลย SKF โหดกว่ายี่ห้ออื่นเป็นอย่างแน่นอนครับ

และถ้าหากคุณสนใจรับข่าวสารจากเราเรื่องเทคนิคต่างๆ ของตลับลูกปืน ระบบส่งกำลัง เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อลดต้นทุนความเป็นเจ้าของเครื่องจักรโดยรวม (TCO) คุณสามารถติดตามเราง่ายๆ เพียงแค่กรอกชื่อและอีเมลลงตรงนี้และกดลงทะเบียน

ตลับลูกปืนเหมือนเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องจักรเพราะว่าตลับลูกปืนตัวที่บ่งบอกถึงอายุการใช้งานของเครื่องจักร เพียงเหตุผลง่ายๆ เพราะว่าตลับลูกปืนนั้นเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดในเครื่องจักรส่วนใหญ่

ทำไมตลับลูกปืนถึงพังง่ายจัง มันเป็นหัวใจของเครื่องจักรอย่างไรละ?

ตลับลูกปืนเป็นจุดที่ประคองให้จุดหมุนเคลื่อนไหวและจุดนิ่งอยู่ด้วยกัน มันมีหน้าที่คือลดแรงเสียดทานลง (Friction) รวมถึงการรับแรง (Load) ดังนั้นตลับลูกปืนถือว่าเป็นจุดของเครื่องจักรที่อ่อนไหว และโดนทำร้ายมากที่สุดถ้ามีอะไรผิดปกติ

5 ปัญหาใหญ่ๆ ที่ทำให้ตลับลูกปืนในเครื่องจักรของคุณพัง

1. การเสียหายที่เกิดจากความล้า (Mechanical Fatigue 25.5%)

ความเสียหายที่เกิดจากความล้านั้นแปลง่ายๆคือเหมือนคนเรา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในตลับลูกปืนการที่มันโดนสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งาน พอถูกใช้ไปมันก็ต้องเสื่อมสภาพตามอายุงานและสุดท้ายก็พังไปตามธรรมดา

การที่เราสามารถลดความเสียหายที่ไม่จำเป็นหรือการจากไปของตลับลูกปืนก่อนวัยอันควรนั้นจะลดต้นทุนของการเป็นเจ้าของเครื่องจักรได้อย่างมหาศาล จาก 25.5% โดยเฉลี่ยให้เราลองคิดเล่นๆ ดูว่าถ้าเราเพิ่มความเสียหายที่เกิดจากความหล้าธรรมาชาติเป็น 100% ละก็ ต่อปีเราจะสามารถลดค่าใช้จ่ายของตลับลูกปืนโดยรวมได้เท่าไหร่

โดยสรุป

  • มีเพียงแค่ 25.5% ของลูกปืนในเครื่องจักรเท่านั้นที่เสียหายโดยธรรมชาติ อีก 74.5% เสียหายโดยที่เป็นข้อผิดพลาดจากผู้ใช้งานโดยตรง

2. การเก็บรักษาในคลังและการเคลื่อนย้ายของตลับลูกปืน (Storing and Handling 2.8%)

การเก็บรักษาและการเคลื่อนย้ายอาจจะไม่ใช่ประเด็นใหญ่ในวงการตลับลูกปืนซักเท่าไหร่ถ้าดูจากโอกาศการเกิด (เป็นเพียงแค่ 2.8%) อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าทางโรงงานของคุณเก็บรักษาหรือเคลื่อนย้ายตลับลูกปืนไม่ดีหรือไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้ตลับลูกปืนเสียหายรวดเร็วมากๆ

การสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นใกล้ๆ คลังเก็บตลับลูกปืน

การเก็บตลับลูกปืนในที่ที่ไม่คงที่ มีการสั่นสะเทือนตลอดเวลา เช่นถ้าคลังสินค้าตลับลูกปืนอยู่ใกล้เครื่องจักรใหญ่ๆที่มีแรงสั่นสะเทือนแรงๆ เป็นจังหวะๆ อาจจะทำให้ตลับลูกปืนที่นอนอยู่ในคลังเฉยๆ ได้รับแรงสั่นสะเทือนตามไปด้วยและมีโอกาศเกิดความเสียหายสูง

การเก็บตลับลูกปืนหรือจารบีนานจนเกินอายุ

หลายคนคงสงสัยว่า เอ้ย เก็บตลับลูกปืนนานเกินไปจะพังได้ยังไง ตลับลูกปืนเป็นเหล็กนะ

ตลับลูกปืนส่วนใหญ่จะถูกเคลือบด้วยน้ำยาป้องกันสนิมหรือสารหล่อลื่นมาจากโรงงาน การที่เรากักเก็บตลับลูกปืนนานจนเกินไป อาจจะทำให้สารป้องกันสนิมเสื่อมสภาพและเกาะเป็นคราบตามตลับลูกปืนหรือไม่สามารถทำหน้าที่กันสนิมได้ดีเหมือนเคย และอาจจะส่งผลให้ตลับลูกมีอายุการใช้งานที่สั้นลง

การขนย้ายตลับลูกปืน

การขนย้ายตลับลูกปืนก็เป็นผลอย่างมาก เพราะในบางอุตสหกรรมหรือคลังเก็บสินค้า มีสินค้ามากมาย และด้วยพนักงานที่เข้าใจว่าตลับลูกปืนนั้นเป็นเหล็ก คงไม่เกิดความเสียหาย หากต้องโยนตลับลูกปืนไปมา

ความที่ไม่รู้ว่ารหัสตลับลูกปืนสื่อถึงอะไร

และบางทีนายช่างจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่รู้วิธีการอ่านหรือแกะรหัสตลับลูกปืน จึงใช้วิธีแกะกล่องและฉีกซองตลับลูกปืนออกมาเพื่อใช้เวอร์เนียวัด โดยการใช้เวอร์เนียวัดที่ตลับลูกปืนโดยตรงเนื่องจากไม่รู้วิธีการแกะรหัสตลับลูกปืน นี่แหละครับทำให้มีโอกาสเกิดสนิมและมีฝุ่นปะปนในรางวิ่งของตลับลูกปืน และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรวดเร็วเมื่อนำตลับลูกปืนมาใช้จริงๆ

โดยสรุป

  • การเก็บรักษาไม่ดี
  • การขนย้ายไม่ดี หรือรุนแรง
  • วิธีการวางตลับลูกปืนควรวางแนวนอน
  • แกะออกจากห่อโดยที่ไม่ได้นำไปใช้ทันที

3. ฝุ่นน้ำหรือสสารเจือปน (Contamination 19.9%)

ในบางโรงงานอุตสาหกรรมอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะป้องกันสิ่งเจือปนเนื่องจากมีฝุ่นผงฟุ่งทั่วลายน์การผลิต เช่น โรงงานแป้ง เป็นต้นและในโรงงานกระดาษหนึ่งในขบวนการในลายน์ผลิตมีการฉีดน้ำซึ่งเป็นประเด็นทำให้มีโอกาศทำให้ตลับลูกปืนเจือปนกับน้ำได้ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับตลับลูกปืนอย่างรุนแรง

ในบางกรณีบางท่านอาจพบสนิมที่เกิดจากความชื่นทั้งๆที่ในบริเวรที่ปฏิบัติงานไม่มีโอกาศที่ตลับลูกปืนจะโดนน้ำเลยแม้แต่น้อย เหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นเมื่อตลับลูกปืนหยุดทำงานเป็นเวลานาน ความชื้นในอากาศจึงเข้าไปแทรกตัว ดังนั้นการหยุดเครื่องจักรเป็นเวลานานควรตรวจสอบสภาพเครื่องจักรอีกครั้งหนึ่งก่อนจะดำเนินงานใช้เครื่องจักรใหม่อีกครั้ง

แต่ในกรณีที่เราสามารถป้องกันได้คือเช่นในขณะประกอบตลับลูกปืน ถ้าหากว่าเรารักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อมได้ดี และใช้อุปกรณ์ที่สะอาดในการปฏิบัติงานก็สามารถป้องกันการเจือปนได้ระดับนึงแล้ว

โดยสรุป

  • ไม่ดูแลรักษาความสะอาด
  • ด้วยความที่ไม่รู้ ผู้ใช้อาจจะแกะฝาออกจากตัวตลับลูกปืนเพื่อเติมจารบีจนทำให้ซีลตลับลูกปืนได้รับความเสียหาย
  • ใช้ตลับลูกปืนหรือระบบป้องกันการรั่วซรึมที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม

4. การประกอบติดตั้งตลับลูกปืนที่ไม่ถูกต้อง (Bearing Mounting 17.7%)

การประกอบตลับลูกปืนด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม

การประกอบติดตั้งหรือถอดตลับลูกปืนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นายช่างในโรงงานอุตสากรรมส่วนใหญ่มักหาอุปกรณ์ใกล้ตัวมาใช้เพื่อทำการประกอบตลับลูกปืน บางท่านใช้ฆ้อนทุบไปที่ตลับลูกปืนโดยตรงเพื่ออัดตลับลูกปืนเข้าไปในเพลา

การตอกตลับลูกปืนโดยตรงด้วยฆ้อนนั้นสร้างความเสียหายกับตลับลูกปืนอย่างรุนแรงเนื่องจากเป็นการกระแทกตลับลูกปืนอย่างรุนแรง

พิกัดงานสวมตลับลูกปืน

นอกเหนือจากการประกอบแล้วก็ยังมีเรื่องพิกัดงานสวมอีก (Fit & Tolerance) การสวมใส่ตลับลูกปืนเข้ากับเพลานั้นต้องไม่แน่นเกินไปและไม่หลวมจนเกินไป

การตั้งศูญย์ตลับลูกปืนและเสื้อระหว่างการประกอบ

รวมไปถึงการจัดวางศูญย์ตลับลูกปืนโดยใช้อุปกรณ์การจัดศูญย์ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใดๆ เข้าไปช่วยจัดศูญย์เลย ส่งผลให้เกิดการเยื้องแนว หรือ Misalignment ซึ่งจะส่งผลให้ตลับลูกปืนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

การใช้ตลับลูกปืนในบทบาทที่ผิดๆ (ข้าง Free และข้าง Fixed)

การจัดวางตลับลูกปืนนั้น ควรจะมีข้างใดข้างนึงที่ปล่อยให้ตลับลูกปืนสามารถขยับตัวได้ เพราะในขณะที่เพลากำลังหมุนด้วยความเร็วสูง เพลาจะเกิดความร้อนและขยายตัวโดยธรรมชาติ ทำให้ตลับลูกปืนมีความจำเป็นต้องดันตัวเองออกด้านข้าง หากเราวางตลับลูกปืนที่ไม่สามารถให้ตัวได้ในแนวแกน ตลับลูกปืนจะเกิดความเค้นออกด้านข้าง และเสียหายอย่างรวดเร็ว

โดยสรุป

  • การประกอบตลับลูกปืนโดยไม่ใช้อุปกรณ์ที่ปลอดภัยและถูกต้อง
  • ไม่ดูพิกัดงานสวมให้ดี และกลึงเพลาในขนาดที่ไม่เหมาะสมกับตลับลูกปืน
  • ประกอบตลับลูกปืนโดยไม่ใช้อุปกรณ์วัดศูญย์หรือทำอย่างผิดๆ
  • จัดวางตลับลูกปืนไม่เหมาะสม (ข้าง Fixed - ข้าง Free)

5. การใช้หรือเติมสารหล่อลื่นไม่ถูกต้อง (Lubrication 34.4%)

ไม่ว่าจะเป็นการเติมสารหล่อลื่นที่ไม่ถูกประเภท หรือการเติมสารหล่อลื่นมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ก็ส่งผลให้ตลับลูกปืนมีความเสียหายทั้งหมด 

เติมสารหล่อลื่อในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไป

โดยปกติช่างจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น มักใช้สโลแกนนึงในการเติมสารหล่อลื่นคือ “ไม่ปลิ้นไม่เลิก” คือการที่ใช้ที่อัดฉีดสารหล่อลื่นจนฉีดเข้าไปที่ในเสื้อตลับลูกปืนจนกว่าจะมีสารหล่อลื่นปลิ้นออกมาจากตัวเสื้อของตลับลูกปืน หารู้ไม่ว่าเมื่อเติมสารหล่อลื่นมากจนเกินไปก็จะทำให้ตลับลูกปืนร้อนเกินไปในขณะทำงานและไม่สามารถขยับตัวได้ดีเนื่องจากมันเบียดกันมากเกินไป อย่างไรก็ตามเมื่อเติมสารหล่อลื่นน้อยเกินไปก็เกิดการเสียดสีของเหล็กกับเหล็ก (Metal to metal contact) เนื่องจากมีสารหล่อลื่นไม่เพียงพอ

เติมชนิดของสารหล่อลื่นที่ไม่เหมาะสมกับงาน

โรงงานอุตสหกรรมส่วนใหญ่จะซื้อจารบีประเภทเดียวที่ใช้กับทุกงาน

ในบางกรณี ตลับลูกปืนทำงานอยู่ภายใต้ความร้อนจัด สารหล่อลื่นธรรมดาๆ ไม่สามารถรับไว้ได้ จึงทำให้สารหล่อลื่นมีความเหลวมากขึ้น และไม่สามารถเกาะตัวอยู่กับรางวิ่งได้เพียงพอ

หรือในบางกรณีในงานที่ตัวตลับลูกปืนต้องรับแรงสูง (High Load) จารบีปกติจะไม่สามารถรับแรงกดทับได้สูงมากนัก ทำให้ตัวจารบีปลิ้นออกมาจากตลับลูกปืนจนหมด จนเกิดภาวะขาดสารหล่อลื่น และเสียหายในที่สุด

โดยสรุป

  • เติมสารหล่อลื่นมากจนเกินไป
  • เติมสารหล่อลื่นน้อยจนเกินไป
  • ไม่ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะ

สรุป

ทั้งหมด 5 ปัญหานี้เป็นเพียงสาเหตุของความเสียหายแบบภาพใหญ่ๆ ถ้าท่านใดอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือข้อมูลเชิงลึก ท่านสามารถโทรมาติดต่อสอบถามเราได้ที่ บริษัท เตียวโม่วเส็ง จำกัด 02-639-4222

สุดท้ายนี้เรามีคำถามให้คุณลองสังเกตเล่นๆระหว่างปฏิบัติงาน ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูจากคำถามต่อไปนี้:

  1. ตลับลูกปืนในเครื่องจักรของคุณเสียเร็วไปหรือปล่าว ? เร็วแค่ไหน? 3 อาทิตย์ ? 2 เดือน ?
  2. คุณคิดว่าสาเหตุของความเสียหายนั้นตกอยู่ในข้อใด ?
  3. คุณมีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร ?

ถ้าหากคุณสนใจวิธีการ ลดต้นทุนโดยรวมของการเป็นเจ้าของเครื่องจักร โดยการเสริมความรู้ด้านตลับลูกปืน เครื่องส่งกำลัง สารหล่อลื่น หรือ อุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ คุณสามารถติดตามข่าวสารสาระความรู้สนุกๆ แอดไลน์เราเข้ามาได้ที่ @tms1987