เฟืองโซ่คืออะไร-1

เฟือง เฟืองโซ่ Sprocket คืออะไร? มีกี่ประเภท?

เฟืองโซ่ หรือที่มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า sprocket คือ ส่วนประกอบสำคัญชิ้นหนึ่งในระบบส่งกำลังแบบใช้โซ่ เฟืองโซ่มีลักษณะทรงกลม และตรงบริเวณขอบวงกลมจะเป็นฟันเฟืองเพื่อให้โซ่สามารถยืดจับได้ ซึ่งในระบบส่งกำลังแบบใช้โซ่ประกอบไปด้วย เฟืองขับ เฟืองตาม และโซ่ มีหลักการทำงานคล้ายระบบส่งกำลังแบบสายพานที่จะมีพูลเลย์ขับ และพูลเลย์ตาม โดยเฟืองโซ่ตัวขับจะถูกนำไปติดตั้งกับแหล่งจ่ายพลังงาน อย่างมอเตอร์ และแกนเพลา มักจะมีขนาดที่เล็ก ส่วนเฟืองโซ่ตัวตามจะถูกติดตั้งในอีกจุดหนึ่งที่เราต้องการส่งแรง ซึ่งเฟืองตัวตามมักจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเสมอเฟือง-เฟืองโซ่-sprocket-คืออะไร-5

ความแตกต่างของระบบส่งกำลังแบบเฟืองโซ่ กับ สายพาน

พูลเลย์ และเฟืองโซ่ในระบบส่งกำลังมีหน้าที่ส่งกำลังในตำแหน่งที่ไม่สามารถใช้เฟืองเกียร์ได้ หรือตำแหน่งของเครื่องจักรที่ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นใช้เกียร์ ซึ่งความแตกต่างของพูลเลย์ และเฟืองโซ่ คือพูลเลย์มีหน้าตาเป็นวงล้อที่มีร่องสำหรับสวมสายพาน ส่วนเฟืองโซ่มีหน้าตาเป็นวงกลมที่มีฟันเฟืองอยู่บริเวณขอบโดยรอบ มีไว้สำหรับยึดจับกับโซ่

ระบบส่งกำลังเฟืองโซ่ ดีกว่าแบบสายพานอย่างไร

ระบบส่งกำลังแบบที่พูลเลย์กับสายพานมีปัญหาคือ เสียแรงจากการลื่นไหล สายพานยืดจับกับพูลเลย์ได้ไม่ดี ทำให้ส่งกำลังจากเครื่องจักรไปยังพูลเลย์ตัวตามได้มากที่สุดเพียง 95% ของแรงทั้งหมด ในเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำ และกำลังขับเต็มที่ ระบบส่งกำลัง เฟืองโซ่ คือ อะไร ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ได้ดีกว่าระบบสายพาน เนื่องจากส่งกำลังได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะร่องโซ่เข้าไปจับกับบริเวณฟันเฟืองจึงมีความแม่นยำสม่ำเสมอ ไม่มีการสะดุด

ข้อดีข้อเสียของระบบส่งกำลังเฟืองโซ่

ก่อนที่เราจะมาทำความรู้จักกับเฟืองโซ่ระบบส่งกำลังมีกี่ประเภท เรามาดูข้อดีข้อเสียของการเลือกใช้ระบบส่งกำลังแบบฟันเฟือง sprocket คือ ว่ามีข้อดีข้อเสียต่างจากแบบสายพานอย่างไร จะได้เลือกใช้งานกับเครื่องจักรของเราได้ตรงจุดที่สุด

ข้อดีของระบบส่งกำลังเฟืองโซ่

  • เฟืองโซ่ให้ความเร็วที่สม่ำเสมอแม่นยำ ไม่มีการสะดุดลื่นไหลระหว่างทำงานแบบสายพาน จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดค่อนข้างสูง
  • ให้ประสิทธิภาพส่งกำลังสูงกว่าชนิดสายพาน เนื่องจากสายพานจะเกิดการลื่นไหลสะดุด(Slip)ระหว่างทำงานได้ จึงส่งผลให้ระบบสายพานส่งกำลังได้มากที่สุดเพียง 95%
  • ฟันเฟืองและโซ่สามารถทำงานภายในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้ดีกว่าแบบสายพาน เช่นมีความชื้นสูง ความร้อนสูง หรือมีสิ่งสกปรกและคราบน้ำมันเยอะ
  • เฟืองโซ่สามารถทำงานตำแหน่งที่ต้องเจอกับน้ำได้ เนื่องจากมีเฟืองโซ่ประเภททนน้ำให้เลือกใช้อย่างสเตนเลส หรือ พลาสติก จึงไม่ทำให้เฟืองเกิดสนิมและเสื่อมสภาพไว
  • เฟืองโซ่ และโซ่ สามารถนำไปใช้กับการส่งกำลังระหว่าง เฟืองตัวขับ และเฟืองตัวตามที่มีอยู่ไกลออกไปมาก ได้ดีกว่าแบบ พูลเลย์ และสายพาน เพราะโซ่กับ เฟือง คืออะไร ที่ผลิตมาจากเหล็กทำให้ไม่มีความยืดหยุ่นไม่เกิดการหย่อนยานง่าย และสามารถตัด/เพิ่มข้อโซ่ให้สั้นหรือยาวได้
  • ในระบบส่งกำลังที่เดินความเร็วรอบต่ำมาก การเลือกใช้เฟืองโซ่จะมีประสิทธิภาพดีกว่าแบบสายพาน ให้การเคลื่อนที่หน่วยมิลลิเมตรได้แม่นยำกว่าสายพาน
  • โซ่เส้นเดียวสามารถส่งกำลังไปให้กับเฟืองโซ่ตัวตามได้หลายๆ ตัวพร้อมกัน ต่างจากระบบส่งกำลังสายพานที่ไม่สามารถแทรกพูลเลย์ตัวที่ 3 หรือ 4 เข้าไประหว่างกลางได้เนื่องจากจะทำให้เกิดการลื่นไหล (Slip) สูงขึ้นกว่าเดิม

ข้อเสียระบบส่งกำลังเฟืองโซ่

  • ในระบบส่งกำลัง เฟืองโซ่ มี กี่ชนิด หากเฟืองโซ่เกิดการยืดขยาย และหย่อนยานจากการใช้งานระยะหนึ่ง จะมีผลต่อความเร็วรอบ ทำให้ความเร็วของเครื่องจักรลดลง จึงต้องหมั่นตรวจเช็ก ตั้งโซ่หากเริ่มหย่อนยานเกินมาตรฐาน
  • เครื่องจักรที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบเฟืองโซ่จะเกิดการสั่นสะเทือนและเสียงดังรบกวนระหว่างที่เครื่องจักรเดินอยู่ ซึ่งเป็นข้อเสียที่ต้องทำใจยอมรับ และหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในระบบส่งกำลังชนิดนี้
  • ต้องหมั่นตรวจสภาพฟันเฟือง หากฟันมีลักษณะแหลมคมแปลว่าถึงเวลาเปลี่ยนได้แล้ว นอกจากนี้ยังต้องเติมสารหล่อลื่นเช่นจาระบีให้กับระบบส่งกำลังชนิดนี้อย่างสม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว และทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้น

ประเภทของเฟืองโซ่ส่งกำลัง

ในงานอุตสาหกรรมเราจะพบเจอกับชนิดของ เฟืองโซ่ คือ อะไร มากถึง 6 ชนิดคือ เฟืองโซ่แผ่นเรียบ เฟืองโซ่ดุมยื่นหนึ่งข้าง เฟืองโซ่ดุมยื่นสองข้าง เฟืองโซ่สเตนเลส เฟืองโซ่พลาสติก และเฟืองโซ่ฟันสองชั้น ซึ่งแต่ละประเภทถูกผลิตออกมาให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อยดังนี้

  1. เฟืองโซ่แผ่นเรียบ (Sprocket No Hub Extension)

    หรือที่เรียกว่า เฟือง Type A (TA Type) เป็นฟันเฟืองที่ทำหน้าที่เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนส่งกำลังจากเครื่องจักรไปยังล้อ หรือจุดต่างๆ ซึ่งฟันเฟืองชนิดนี้มีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กกล้าทรงกลมมีฟันเฟืองโดยรอบ มีรูบริเวณตรงกลาง และไม่มีดุม เฟืองโซ่ชนิดนี้มีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของชิ้นงาน เพื่อนำไปติดตั้งหน้าแปลน หรือดุมล้อเฟือง-เฟืองโซ่-sprocket-คืออะไร-3

  2. เฟืองโซ่ดุมยื่นหนึ่งข้าง (Sprocket One Side Hub Extension)

    หรือที่เรียกว่า เฟือง Type B (TB Type) เฟืองโซ่ Sprocket คืออะไร เป็นฟันเฟืองที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเฟืองโซ่แผ่นเรียบ มีหน้าที่ส่งกำลังจากเครื่องจักรไปยังจุดที่ต้องการ เพียงแต่ว่าลักษณะของเฟืองชนิดนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย มีดุมยื่นออกมาด้านหนึ่ง ทำให้สามารถขันนอตยึดเฟืองเข้ากับแกนเพลาเครื่องจักรได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้สามารถรับน้ำหนักได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ฟันเฟืองชนิดนี้เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงกดจากน้ำหนักประมาณหนึ่ง และงานที่มีความเร็วต่ำไปจนถึงงานที่ต้องใช้ความเร็วสูงเฟือง-เฟืองโซ่-sprocket-คืออะไร-4

  3. เฟืองโซ่ดุมยื่นสองข้าง (Sprocket Two Side Hub Extension)

    หรือที่เรียกว่า เฟือง Type C (TC Type) เป็นฟันเฟืองที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถรับน้ำหนักได้มากเนื่องจากด้านข้างของฟันเฟืองมีดุมออกมาทั้งสองข้าง ส่งผลให้ชนิดนี้มีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ จึงเหมาะกับติดตั้งเป็นเฟืองโซ่ตัวตามในงานที่ต้องเจอกับงานโหลดหนัก ความเร็วสูง แรงบิดสูง เป็นประจำเฟือง-เฟืองโซ่-sprocket-คืออะไร-1

  4. เฟืองโซ่สเตนเลส (Stainless Steel Sprocket)

    เป็นเฟืองโซ่ที่มีรูปทรงกลม ส่วนขอบเป็นฟันเฟืองเหมือนกับ เฟืองโซ่ มี กี่ชนิด ชนิดอื่นๆ เพียงแต่ทำมาจากวัสดุที่มีความแรงสูงพิเศษอย่างสเตนเลส ซึ่งมีคุณสมบัติเหนือกว่าเหล็กธรรมดาหลายด้าน เนื้อสเตนเลสแข็งแกร่งกว่าเหล็กธรรมดาหลายเท่าจึงไม่ค่อยเกิดการกัดกร่อนเสื่อมสภาพ ไม่เกิดสนิมตลอดอายุการใช้งาน โดนน้ำได้ และสามารถทนกับอุณหภูมิร้อนจัดได้สบาย จึงเหมาะกับเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ใช้งานในพื้นที่เปียกชื้น ร้อนจัด หรือแม้แต่งานที่ต้องรับกับน้ำหนักมากพิเศษ

  5. เฟืองโซ่พลาสติก (Plastic Spocket)

    เป็นเฟืองโซ่ที่ทำมาจากวัสดุพลาสติกหลากหลายชนิด ตามลักษณะงานที่ต้องเจอ เช่นพลาสติก โพลิเอทิลีน ไนลอน ฟลูออโรโพลิเมอร์ เป็นต้น ฟันเฟืองชนิดนี้ไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมโดยตรง เพราะมีความแข็งแรงไม่เพียงพอสำหรับงานหนัก แต่มักใช้ในงานผลิตสินค้าต่างๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม สิ่งของที่นิยมนำเฟืองโซ่พลาสติกมาใช้กับระบบกลไกขับเคลื่อนมีตั้งแต่ ของเล่น หุ่นยนต์ และอีกมากมาย

  6. เฟืองโซ่ฟันสองชั้น (Double Sprocket)

    ฟันเฟืองชนิดสองชั้นมีลักษณะเป็นทรงกลมมีฟันเฟืองโดยรอบ มีทั้งแบบดุมเดี่ยว ดุมคู่ หรือไม่มีดุม เช่นเดียวกับชนิดอื่นๆ โดยความแตกต่างของชนิดนี้คือฟันเฟืองคู่นั้นเอง หมายความว่าเราต้องใช้โซ่สองเส้นเพื่อให้ส่งกำลังไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งการใช้โซ่สองเส้นนั้นมีข้อดีช่วยให้มีการยืดจับดีกว่าเดิม สามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น และลำเลียงของบนสายพานลำเลียงได้เร็วกว่าเดิมนั้นเองเฟือง-เฟืองโซ่-sprocket-คืออะไร-2

ระบบส่งกำลังเฟืองโซ่ เหมาะกับงานแบบไหน

เฟือง คืออะไร เหมาะกับอะไร ในระบบส่งกำลังเฟืองโซ่เหมาะกับเครื่องจักรที่ต้องการความแม่นยำละเอียดอ่อน และพละกำลังที่สูง สามารถรับน้ำหนักได้สูง และต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีตัวแปรหลายอย่าง อย่างเช่น ความชื้น อุณหภูมิร้อนจัด หรือฝุ่นละอองนั่นเอง

เรื่องของระบบส่งกำลังเฟืองโซ่ก็มีอยู่เพียงเท่านี้ หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้ไม่มากก็น้อย และหากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการความช่วยเหลือด้านระบบส่งกำลังชนิดต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามทีมงานวิศวะ TMS ได้เลย เรายินดีรับฟัง และช่วยหาคำตอบให้กับท่าน ด้วยประสบการณ์ด้าน ระบบส่งกำลัง เฟืองโซ่ Sprocket คืออะไร, ตลับลูกปืน, โซ่เฟือง, ย่อยโซ่, สายพาน ซีล, ระบบหล่อลื่น ฯลฯ กว่า 60 ปี


ลูกปืนปลอมดูยังไง-1

ลูกปืนปลอม SKF ปลอมดูยังไง? (รู้เรื่องภายใน 3 ขั้นตอนนี้)

วิธีตรวจว่าตลับลูกปืน SKF ปลอมมั้ย

สินค้าที่คุณซื้อมาอาจจะติดป้ายว่าเป็นสินค้าของแบรนด์ SKF แต่ท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่าชิ้นนั้นจะเป็นของแท้ 100% เนื่องจากสินค้าในท้องตลาดปัจจุบันมีของปลอมแอบอ้างยี่ห้อดังๆ อยู่ทุกหย่อมหญ้า ซึ่งสินค้าของแบรนด์ SKF ก็กำลังเผชิญกับปัญหาชนิดนี้อยู่เช่นกัน ปัญหาสินค้าปลอมถือเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่นอกจากจะทำให้เสียรายได้และชื่อเสียงแล้ว ลูกค้าก็ยังต้องเจอกับปัญหาสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพโดยไม่รู้ตัว

การใช้ตลับลูกปืนปลอมโดยไม่ได้ตั้งใจอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคุณภาพของสินค้าจะแย่มากน้อยแค่ไหน อาจจะทำให้เกิดความเสียหนักต่อเครื่องจักรทำให้เสียเงินค่าซ่อมและค่าเสียโอกาสระหว่างต้องพักเครื่องอีกมากมาย หรืออาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพพนักงานและสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาดูวิธีการตรวจสอบสินค้า SKF ลูกปืนปลอมดูยังไง เพื่อให้ได้สินค้าแท้ที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล

วิธีซื้อสินค้า SKF มั่นใจได้ของแท้ 100% ทุกการสั่งซื้อ

ปัญหาสินค้าปลอมเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทางบริษัท SKF ต้องพบเจอและต่อสู้เพื่อหาวิธีป้องกันแก้ไขที่ดีที่สุดมานานกว่าสิบปี ซึ่งในสมัยก่อนทางบริษัทนั้นจะให้ความรู้และเปิดอบรมให้แก่บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาศึกษาวิธีการสังเกตตรวจสอบสินค้าแท้ปลอมอย่างไร ผลปรากฏว่าเมื่อให้ความรู้ไปแล้ว หลังๆ เหล่ามิจฉาชีพยิ่งมีความสามารถที่จะผลิตสินค้าให้ออกมามีหน้าตาและจุดสังเกตใกล้เคียงกับของแท้มากกว่าเดิม ทำให้ทาง SKF ต้องพัฒนาเปลี่ยนวิธีป้องกันอีกครั้ง ตลับลูกปืน skf ปลอมดูยังไง ซึ่งก็คือจุดกำเนิดของแอปพลิเคชันที่ลูกค้าสามารถใช้เพื่อตรวจสอบสินค้าได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ขั้นตอนการตรวจสอบจะมีอะไรบ้างตามมาดูกันได้ดังนี้

วิธีใช้แอปพลิเคชัน SKF เพื่อตรวจสอบสินค้าแท้

  1. ขั้นตอนแรก เข้าไปโหลดแอปพลิเคชัน SKF สำหรับโทรศัพท์มือถือโดยพิมพ์ค้นหาใน App Store สำหรับ IOS ว่า “SKF Authenticate” หรือท่านที่ใช้ Android ให้พิมพ์ค้นหา “SKF Authenticate” ใน Google Play Store เช่นกัน
  2. เมื่อคุณดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันเป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กดเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาจะพบกับ 3หมวดหมู่ให้เลือกด้านล่างสุดของแอป คือ ตรวจสอบสินค้า(Verify Product), สแกนโค้ด(Scan Code) และ ช่องเมนู(Menu) ให้เรากดเลือกไปที่ตรวจสอบสินค้าลูกปืนปลอมดูยังไง-7
  3. Skf ปลอมดูยังไง หลังจากนั้นเราจะต้องทำการส่งรูปภาพของสินค้าไปให้ผู้เชี่ยวชาญของทาง SKF ทำให้ตรวจสอบ เพื่อหาข้อสรุปว่าสินค้าของเราเป็นของแท้หรือของปลอม โดยเข้าไปกดอ่านขั้นตอนการถ่ายภาพได้ที่ “Instructions” เพื่อดูว่าทาง SKF ต้องการรูปอะไรบ้างดังนี้
    • รูปถ่ายกล่องบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ควรจะถ่ายรูปหลายๆ ด้านของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งหน้าตาบรรจุภัณฑ์ของสินค้าแต่ละชนิดอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปตามสินค้านั้นๆ
    • รูปถ่ายด้านข้างของกล่องบรรจุภัณฑ์ ควรถ่ายรูปภาพด้านข้างให้ครบทั้ง 4 มุม เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบสินค้ามากที่สุด
    • รูปถ่ายฉลากสินค้าบนตัวบรรจุภัณฑ์ หากสินค้า SKF ที่ลูกค้าได้รับมีฉลากสินค้าที่บอก ชื่อสินค้า รหัสสินค้า และ บาร์โค้ดให้ทำการถ่ายรูปภาพเช่นกันลูกปืนปลอมดูยังไง-3
    • รูปถ่ายผลิตภัณฑ์ เมื่อแกะกล่องออกมาแล้วให้ลูกค้าถ่ายรูปภาพของสินค้าหลากหลายมุม เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบมากที่สุดเพราะสินค้าแต่ละชนิดจะมีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป
    • รูปถ่ายเครื่องหมายการค้าและรหัสสินค้าบนตัวผลิตภัณฑ์ ถ่ายรูปภาพของเครื่องหมายต่างๆ บนตัวสินค้าที่ทางบริษัทสลักเอาไว้ เช่น เครื่องหมายการค้า และ รหัสสินค้าลูกปืนปลอมดูยังไง-2
    • รูปถ่ายใบเสร็จ (Invoice) หากลูกค้าได้รับใบเสร็จจากร้านที่จำหน่ายสินค้าให้แก่ท่านไป ให้ถ่ายรูปภาพของใบเสร็จมาให้ทาง SKF ตรวจสอบ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหรือไม่ ซึ่งใบเสร็จของตัวแทนแต่ละที่อาจจะมีความแตกต่างกันออกไปลูกปืนปลอมดูยังไง-8

เมื่อคุณได้ถ่ายรูปภาพ ลูกปืนปลอมดูยังไง ครบทุกแบบตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ให้ย้อนกลับไปที่หน้ายืนยันสินค้า แล้วกดปุ่ม “Use existing photos” แล้วจึงเลือกรูปภาพต่างๆ ของสินค้าที่ต้องการตรวจสอบ หลังจากเลือกครบแล้วให้ทำการยืนยัน เพื่อส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญของ SKF ทำการตรวจสอบ ซึ่งจะใช้เวลาทราบผลแตกต่างกันออกไปตามความยากง่าย และจำนวนสินค้าที่ส่งเข้ามาตรวจสอบ

วิธีใช้แอปพลิเคชัน SKF เพื่อค้นหาตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

แน่นอนว่าการถ่ายรูปภาพของสินค้าทุกชิ้นอาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสียเวลา หากมีสินค้าที่แตกต่างกันออกไปมากถึงหลักสิบ หลักร้อยชิ้นคงจะได้นั่งถ่ายรูปส่งตรวจสอบกันทั้งวันทั้งคืนไม่จบไม่สิ้น ดังนั้นการเลือกร้านค้าที่ไว้ใจได้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่ลูกค้าทุกคนห้ามมองข้ามเด็ดขาด

หากคุณเลือกซื้อสินค้ากับตัวแทนจำหน่าย SKF นอกจากจะได้รับสินค้าของแท้ 100% แล้ว ยังมั่นใจได้ว่าสินค้ามีความแข็งแรงทนทานอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องจักร บุคลากร หรือ สิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน ซึ่งบริษัท SKF มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการมากกว่า 17,000 แห่งทั่วโลก ที่พร้อมจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าที่ท่านต้องการ โดยลูกค้าสามารถค้นหาตัวแทนจำหน่ายที่ให้บริการใกล้กับท่านได้ผ่านขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ขั้นตอนแรก ให้ลูกค้าที่ต้องการตรวจว่าสินค้าแท้ปลอม เข้าไปโหลดแอปพลิเคชัน SKF สำหรับโทรศัพท์มือถือโดยพิมพ์ค้นหาใน App Store สำหรับ IOS ว่า “SKF Authenticate” หรือท่านที่ใช้ Android ให้พิมพ์ค้นหา “SKF Authenticate” ใน Google Play Store เช่นกันลูกปืนปลอมดูยังไง-5
  2. เมื่อลูกค้าดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ตลับลูกปืน skf ปลอมดูยังไง เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กดเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาจะพบกับ 3หมวดหมู่ให้เลือกด้านล่างสุดของแอป คือ ตรวจสอบสินค้า(Verify Product), สแกนโค้ด(Scan Code) และ ช่องเมนู(Menu) ให้เรากดเลือกไปที่เมนู (Menu)”
  3. เมื่อเข้าไปแล้วจะพบกับหมวดหมู่ให้เลือกมากถึง 5-6 ชนิด ให้ลูกค้ามองหาหมวดหมู่ค้นหาตัวแทนจำหน่าย (Find Distributor)” แล้วกดเข้าไป
  4. หน้าต่างใหม่จะเด้งขึ้นมา ซึ่งก็คือหน้าต่างสำหรับค้นหาตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ SKF โดยจะมีช่องให้กรอกข้อมูลพื้นที่อยู่ 4 ช่องดังต่อไปนี้
    • ช่องแรกเป็นช่องสำหรับกรอกที่อยู่ของเรา เช่น ตำบล, อำเภอ, จังหวัด และ ประเทศ เพื่อหาตัวแทนจำหน่ายบริเวณใกล้เคียงที่สุด
    • ช่องที่สองมีไว้สำหรับค้นหาชื่อตัวแทนจำหน่าย ซึ่งหากตัวแทนนั้นมีอยู่จริง เมื่อกดค้นหาจะขึ้นมาให้เรากดดูข้อมูลได้ เช่น ค้นหาตัวแทนจำหน่าย เตียวโม่วเส็ง (Teo Mong Seng) ก็จะปรากฏข้อมูลขึ้นมาทันที
    • ช่องที่สามเป็นช่องที่เอาไว้เลือกประเภทของสินค้า SKF ที่เราสนใจ มีให้ท่านเลือกมากมายตั้งแต่ ตลับลูกปืน เฟืองโซ่ ยอย สายพาน พูลเลย์ ระบบหล่อลื่น จาระบี และอื่นๆ
    • ช่องที่สี่คือช่องสำหรับเลือกประเภทของตัวแทนจำหน่าย SKF ซึ่งตัวแทนมีอยู่หลายหมวดหมู่ เช่น ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์อะไหล่เครื่องจักรอุตสาหกรรมเกษตร, ตัวแทนอย่างเป็นทางการ, ช่างซ่อมที่ผ่านการรับรองจาก SKF, ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาระบี, ตัวแทนจำหน่ายสินค้า SKF ครบวงจรลูกปืนปลอมดูยังไง-6

เมื่อกรอกข้อมูลสถานที่และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการเสร็จแล้ว ผลการค้นหาก็จะแสดงจำนวนตัวแทนจำหน่ายบริเวณใกล้เคียงให้เลือก โดยสามารถกดลูกศรด้านขวาของชื่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อดูข้อมูลแผนที่ เบอร์โทร และเว็บไซต์ได้ เพียงทำตามขั้นตอนเท่านี้ท่านก็จะได้รับสินค้า SKF แท้ 100% ทุกครั้งเมื่อทำการสั่งซื้อ

เลือกซื้อสินค้า SKF ครบจบที่เดียวกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เตียวโม่วเส็ง

บริษัทเตียวโม่งเส็งจำกัด (TMS) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ SKF ตั้งแต่ปี 1987 ให้บริการอย่างตรงไปตรงมาเป็นเวลามากกว่า 30 ปีนับตั้งแต่วันแต่งตั้งและยังได้รับรางวัลตัวแทนจำหน่ายยอดเยี่ยมที่สุดของ SKF หลายปีซ้อน ลูกค้าจึงมั่นใจได้ในคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขายของตัวแทนจำหน่ายเตียวโม่งเส็ง นอกจากนี้เรายังสามารถบอกคุณได้ว่า Skf ปลอมดูยังไง

เตียวโม่งเส็ง มีสินค้า SKF แท้ 100% ให้ท่านเลือกมากที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นหนึ่งใน 5 ตัวแทนจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ไม่ว่าท่านกำลังมองหาสินค้าหมวดหมู่ ตลับลูกปืน เฟืองโซ่ ยอย สายพาน พูลเลย์ ระบบหล่อลื่น จาระบี และอื่นๆ ทางเตียวโม่งเส็งมีสินค้าราคาส่งและสินค้าในสต็อกพร้อมส่ง ไม่ต้องสั่งล่วงหน้าหมดปัญหาเครื่องจักรหยุดชะงักจากการรออะไหล่ เพราะฉะนั้นหากกำลังมองหาสินค้า SKF ชิ้นไหน


ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืน

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน SKF ทั้งหมด - ครบจบที่เดียว (ล่าสุด 2026)

ตารางรหัสต่อท้าย Bearing SKF จบในหน้าเดียว

ตลับลูกปืน SKF มีรหัสต่อท้ายที่หลากหลายเพื่อบ่งบอกถึงคุณลักษณะของการออกแบบที่แตกต่างกันไป การออกแบบในแต่ละแบบของ SKF ทำขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานภายใต้สภาวะที่เข้ากับเครื่องจักรของคุณมากที่สุด

คุณสามารถใช้ปุ่ม Ctrl+F เพื่อเสิร์ชหารหัสต่อท้ายที่กำลังมองหาความหมายของมันอยู่ หรือสามารถกดจากสารบัญเพื่อไปตลับลูกปืนชนิดที่คุณกำลังตามหาอยู่ก็ได้

สารบัญ: ตามคำถามที่คุณสงสัย (จากคำถามที่พบเจอบ่อย)

สารบัญ: ตามชนิดตลับลูกปืน

  1. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึก SKF
  2. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม SKF
  3. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมปรับแนวได้เอง SKF
  4. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมกันรุน SKF
  5. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอก SKF
  6. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถวปรับแนวได้เอง SKF
  7. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน CARB SKF
  8. รหัสต่อท้ายตลับลูกเม็ดทรงกระบอกกันรุน SKF
  9. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดโค้งกันรุนปรับแนวได้เอง SKF
  10. รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนตุ๊กตา SKF

อ่านต่อ: ขนาดตารางแบริ่ง SKF ทุกรุ่นครบจบที่เดียว

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึก SKF

ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึก SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
A, AA, C, D ออกแบบภายในตัวตลับลูกปืนที่อาจจะมีการเบี่ยงเบนจากเดิม
E ออกแบบมาเพื่อให้ชุดลูกกลิ้งแข็งแรงขึ้น

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
N มีร่องที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
NR มีร่องที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน พร้อมตัวแหวน
N1 ร่องแหวนสำหรับการกำหนดตำแหน่ง
วงแหวนวงนอกมาพร้อมหน้าแปลน
-RS1, -2RS1 มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบสัมผัส

  • RS1 = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RS1 = ฝายางปิด 2 ข้าง
-RS2, -2RS2 มาพร้อมซีลฝายาง FKM แบบสัมผัส

  • RS2 = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RS2 = ฝายางปิด 2 ข้าง
-RSH, -2RSH มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบสัมผัส

  • RSH = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RSH = ฝายางปิด 2 ข้าง
-RSH2, -2RSH2 มาพร้อมซีลฝายาง FKM แบบสัมผัส

  • RSH2 = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RSH2 = ฝายางปิด 2 ข้าง
-RSL, -2RSL มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบสัมผัสอ่อน แรงเสียดทานต่ำ

  • RSL = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RSL = ฝายางปิด 2 ข้าง
-RST, -2RST  มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบสัมผัสอ่อน แรงเสียดทานต่ำ

  • RST = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RST = ฝายางปิด 2 ข้าง
-RZ, -2RZ มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบไม่สัมผัส แรงเสียดทานต่ำมาก

  • RSZ = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RSZ = ฝายางปิด 2 ข้าง
-Z, -2Z มาพร้อมซีลฝาเหล็ก

  • Z = ฝาเหล็กปิด 1 ข้าง
  • 2Z = ฝาเหล็กปิด 2 ข้าง
-ZNBR
  • มาพร้อมซีลฝาเหล็ก 1 ข้าง
  • ร่องวงแหวนที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
  • มาพร้อมตัววงแหวน ข้างเดียวกับตัวฝาเหล็ก
-ZNR
  • มาพร้อมซีลฝาเหล็ก 1 ข้าง
  • ร่องวงแหวนที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
  • มาพร้อมตัววงแหวน ข้างตรงข้ามกับตัวฝาเหล็ก
-2ZNR
  • มาพร้อมซีลฝาเหล็ก 2 ข้าง
  • ร่องวงแหวนที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
  • มาพร้อมตัววงแหวน
-2ZS  มาพร้อมซีลฝาเหล็ก 2 ข้าง และถูกล็อคไว้ด้วยวงแหวนกำหนดตำแหน่ง
รหัสของขนาดของตลับลูกปืนอยู่นอกขอบเขตของ ISO

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
  • สำหรับตลับลูกปืนรังสเตนเลส: รังสเตนเลสปั้มดัดขึ้นรูป ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
  • สำหรับตลับลูกปืนรังเหล็ก: รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
M
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
MA(S)
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
  • ‘S’ หมายถึงการหล่อลื่นให้กับตัวรัง
MB(S)
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงในของตัวตลับลูกปืน
  • ‘S’ หมายถึงการหล่อลื่นให้กับตัวรัง
TN
  • รัง Polyamide (PA66)
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
TN9
  • รัง Polyamide (PA66) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
TN9/VG1561
  • รัง Polyamide (PA46) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
TNH
  • รัง Polyetherketone (PEEK) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นด้วยความร้อน
HA1 ตัววงแหวนวงนอกและวงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
P5 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5 
P6 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
P52
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5 
  • ค่าช่องว่างภายใน C2
P62
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน C2
P63
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6 
  • ค่าช่องว่างภายใน C3
CN ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีมาตราฐาน
C1 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีเล็กกว่า C2
C2 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีเล็กกว่า CN (เล็กกว่าค่ามาตราฐาน)
C3 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า CN (ใหญ่กว่าค่ามาตราฐาน)
C4 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C3
C5 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C4
CA ใช้ในกรณีประกับตลับลูกปืนคู่กัน เพื่อให้มีค่าช่องว่างในแนวแกนเล็กน้อย
GA ใช้ในกรณีประกับตลับลูกปืนคู่กัน เพื่อให้มีพรีโหลดในแนวแกนเล็กน้อย

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ชุดแบริ่งหรือจับประกบคู่ตลับลูกปืน
DB สำหรับจับประกบคู่ตลับลูกปืนแบบหลังชนหลัง (Back-to-back)
DF สำหรับจับประกบคู่ตลับลูกปืนแบบหน้าชนหน้า (Face-to-face)
DT สำหรับจับประกบคู่ตลับลูกปืนแบบหันไปในทิศทางเดียวกัน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ความเสถียรภาพ
S0 วงแหวนตลับลูกปืนสามารถรับความร้อนในขณะทำงานได้ถึง ≤ 150 °C (300 °F)
S1 วงแหวนตลับลูกปืนสามารถรับความร้อนในขณะทำงานได้ถึง ≤ 200 °C (390 °F)

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การหล่อลื่นด้วยจารบีมาในตัว
GE2

GFJ

GJN

HT

LHT23

LT

LT10

MT33

MT47

VT378

WT

ตลับลูกปืนถูกอัดจารบีชนิดพิเศษมาไว้แล้ว เช่นจารบีทนความร้อน จารบีสำหรับการรับแรงเป็นต้น

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน รหัสต่อท้ายอื่นๆ
VP311 ใช้สำหรับอุตสหกรรมอาหาร

  • มีฝาซีลยางสีฟ้าปิดมา พร้อมอัดจารบีมาในตัวตลับลูกปืน โดยที่ ตัวซีล (NBR) และตัวสารหล่อลื่น (GFJ) ผ่านการยอมรับจาก FDA และ EC
VQ658 ถูกออกแบบมาให้ทำงานโดยที่มีเสียงรบกวนจากการทำงานน้อยที่สุด
VA201
  • ทนความร้อนสูงพิเศษ สูงถึง 250 °C
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวตลับลูกปืนและลูกกลิ้งถูกเคลืองด้วย Manganese Phosphate
  • ค่าช่องว่างภายในสูงกว่า C5
  • ใช้การหล่อลื่นพิเศษด้วย Polyalkylene Glycol / Graphite
VA208
  • ทนความร้อนสูงพิเศษ สูงถึง 350 °C
  • รังทำมาจาก Graphite ออกแบบเป็นทรง Segmented Cage
  • ตัวตลับลูกปืนและลูกกลิ้งถูกเคลืองด้วย Manganese Phosphate
  • ค่าช่องว่างภายในสูงกว่า C5
  • ได้การรองรับเป็น NSF H1 Food Grade
VA228
  • ทนความร้อนสูงพิเศษ สูงถึง 350 °C
  • รังทำมาจาก Graphite ออกแบบเป็นทรง Coronet Cage
  • ตัวตลับลูกปืนและลูกกลิ้งถูกเคลืองด้วย Manganese Phosphate
  • ค่าช่องว่างภายในสูงกว่า C5
  • ได้การรองรับเป็น NSF H1 Food Grade

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม SKF

ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุมแถวเดี่ยว SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
A องศาสัมผัส 30°
AB  องศาสัมผัส 20° (ตลับลูกปืนชนิดนิ้ว)
AC องศาสัมผัส 25°
B  องศาสัมผัส 40°
E  ออกแบบพิเศษมาเพื่อให้ด้านในตัวตลับลูกปืนแข็งแรงขึ้นโดยรวม

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
N1  ร่องแหวนสำหรับการกำหนดตำแหน่ง
CA สำหรับงานตลับลูกปืนที่ใช้ประกบคู่ การประกบคู่ของตัวตลับลูกปืนสองตัวไม่ว่าจะเป็นแบบหลังชนหลัง (Back-to-back) หรือหน้าชนหน้า (Face-to-face) จะมีค่าช่องว่างในแนวแกนเล็กกว่าค่าช่องว่างมาตราฐาน (CB)
CB สำหรับงานตลับลูกปืนที่ใช้ประกบคู่ การประกบคู่ของตัวตลับลูกปืนสองตัวไม่ว่าจะเป็นแบบหลังชนหลัง (Back-to-back) หรือหน้าชนหน้า (Face-to-face) จะมีค่าช่องว่างในแนวแกนเป็นค่าช่องว่างมาตราฐาน
CC สำหรับงานตลับลูกปืนที่ใช้ประกบคู่ การประกบคู่ของตัวตลับลูกปืนสองตัวไม่ว่าจะเป็นแบบหลังชนหลัง (Back-to-back) หรือหน้าชนหน้า (Face-to-face) จะมีค่าช่องว่างในแนวแกนมากกว่าค่าช่องว่างมาตราฐาน (CB)
G สำหรับงานตลับลูกปืนที่ใช้ประกบคู่ การประกบคู่ของตัวตลับลูกปืนสองตัวไม่ว่าจะเป็นแบบหลังชนหลัง (Back-to-back) หรือหน้าชนหน้า (Face-to-face) จะมีค่าช่องว่างในแนวแกน
GA สำหรับงานตลับลูกปืนที่ใช้ประกบคู่ การประกบคู่ของตัวตลับลูกปืนสองตัวไม่ว่าจะเป็นแบบหลังชนหลัง (Back-to-back) หรือหน้าชนหน้า (Face-to-face) จะมีค่าพรีโหลดแบบอ่อน
GB สำหรับงานตลับลูกปืนที่ใช้ประกบคู่ การประกบคู่ของตัวตลับลูกปืนสองตัวไม่ว่าจะเป็นแบบหลังชนหลัง (Back-to-back) หรือหน้าชนหน้า (Face-to-face) จะมีค่าพรีโหลดแบบปานกลาง
GC สำหรับงานตลับลูกปืนที่ใช้ประกบคู่ การประกบคู่ของตัวตลับลูกปืนสองตัวไม่ว่าจะเป็นแบบหลังชนหลัง (Back-to-back) หรือหน้าชนหน้า (Face-to-face) จะมีค่าพรีโหลดแบบสูง
-2RZ  มาพร้อมซีลฝายาง NBR ปิดทั้ง 2 ข้างแบบไม่สัมผัส แรงเสียดทานต่ำมาก

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
F
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
J
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
M
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
MB 
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงในของตัวตลับลูกปืน
P
  • รัง Polyamide (PA66) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
PH
  • รัง Polyetherketone (PEEK) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
Y
  • รังทองเหลืองปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
P5 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5
P6 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ชุดแบริ่งหรือจับประกบคู่ตลับลูกปืน
DB สำหรับจับประกบคู่ตลับลูกปืนแบบหลังชนหลัง (Back-to-back)
DF สำหรับจับประกบคู่ตลับลูกปืนแบบหน้าชนหน้า (Face-to-face)
DT สำหรับจับประกบคู่ตลับลูกปืนแบบหันไปในทิศทางเดียวกัน

 

ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนสัมผัสเชิงมุมสองแถว SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
  • ไม่มีช่องในรางวิ่ง
  • ทำให้รับรอบความเร็วได้สูงขึ้น
วงแหวนวงในแบ่งเป็นสองชิ้นประกอบกัน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
N มีร่องที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
NR มีร่องที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน พร้อมตัวแหวน
CB ค่าช่องว่างภายในแนวแกนแบบปกติ
-2RS1 มาพร้อมซีลฝายาง NBR ปิดทั้ง 2 ข้าง แบบสัมผัส
-2Z มาพร้อมซีลเหล็กปิดทั้ง 2 ข้าง

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
J1 
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
  • สำหรับตลับลูกปืนที่วงแหวนวงในเป็นแบบสองชิ้นปรักับกัน
M
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
MA
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
TN9
  • รัง Polyamide (PA66) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
P5 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5 
P6 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
P62
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน C2
P63
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน C3
P64
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน C4
C2 ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนเล็กกว่า CN (เล็กกว่าค่ามาตราฐาน)
C3 ค่าช่องว่างภายในในแกนใหญ่กว่า CN (ใหญ่กว่าค่ามาตราฐาน)
C4 ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนใหญ่กว่า C3

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การหล่อลื่นด้วยจารบีมาในตัว
GE2 

GWF 

MT33

VT113 

WT

ตลับลูกปืนถูกอัดจารบีชนิดพิเศษมาไว้แล้ว เช่นจารบีทนความร้อน จารบีสำหรับการรับแรงเป็นต้น

 

ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนสัมผัสสี่จุด SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
N2 มีร่องกำหนดตำแหน่งที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน 2 ร่อง โดยที่ระยะห่างของทั้งสองร่องห่างกัน 180°

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
FA
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
MA
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงในของตัวตลับลูกปืน
PHAS
  • รัง Polyetherketone (PEEK) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
  • มีร่องให้สารหล่อลื่น

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
P6 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
P62
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน C2
P63
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน C3
P64
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน C4
P6CNL 
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน CNL
CNL ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนต่ำกว่ามาตราฐานเล็กน้อย แต่มากกว่า C2 เล็กน้อยเช่นกัน
C2 ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนต่ำกว่ามาตราฐานเล็กน้อย
C2H ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนต่ำกว่ามาตราฐานเล็กน้อย แต่มากกว่า C2 เล็กน้อยเช่นกัน
C2L ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนต่ำกว่า C2 เล็กน้อย
C3 ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนสูงกว่าค่าช่องว่างภายในมาตราฐาน
C4 ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนสูงกว่าค่าช่องว่างภายใน C3
344524  ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนต่ำกว่ามาตราฐานเล็กน้อย แต่มากกว่า C2 เล็กน้อยเช่นกัน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ความเสถียรภาพ
S1  วงแหวนตลับลูกปืนสามารถรับความร้อนในขณะทำงานได้ถึง ≤ 200 °C (390 °F) 

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน รหัสต่อท้ายอื่นๆ
309829 ตัวเม็ดลูกกลิ้งใหญ่กว่าปกติ

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมปรับแนวได้เอง SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
E ออกแบบภายในแข็งแกร่งพิเศษให้สามารถรองรับโหลดได้มากขึ้น

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
-2RS1  มาพร้อมซีลฝายาง NBR ปิดทั้ง 2 ข้าง แบบสัมผัส
K 
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:12

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
M 
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
TN9 
  • รัง Polyamide (PA66) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
C2  ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีเล็กกว่า CN (เล็กกว่าค่ามาตราฐาน)
C3  ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า CN (ใหญ่กว่าค่ามาตราฐาน)

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การหล่อลื่นด้วยจารบีมาในตัว
W64  น้ำมันแข็ง

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดกลมกันรุน SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
F
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง
M
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้ง

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
P5 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5 
P6  ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอก SKF

ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอกแถวเดี่ยว SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
A ปรับประสิทธิภาพการทำงานของตัวตลับลูกปืนโดยการออกแบบภายในให้ดียิ่งขึ้น
EC ปรับประสิทธิภาพการทำงานของตัวตลับลูกปืนโดยการออกแบบตัวเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอนให้ดียิ่งขึ้น

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
K 
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:12
N มีร่องที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
NR มีร่องที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน พร้อมตัวแหวน
N1 ร่องแหวนสำหรับการกำหนดตำแหน่ง
N2 มีร่องกำหนดตำแหน่งที่วงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน 2 ร่อง โดยที่ระยะห่างของทั้งสองร่องห่างกัน 180°

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
FR 
  • ตัวรังเป็นแบบ Pin-Type
  • ตัวรังเจาะทะลุตัวเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
J
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
  • รังโลหะเบากลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
LA 
  • รังโลหะเบากลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
LB 
  • รังโลหะเบากลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
LL 
  • รังโลหะเบากลึงขึ้นรูป
  • Window-Type
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน (ขึ้นอยู่กับการออกแบบของตัวตลับลูกปืน)
M 
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
MA(S)
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
  • ‘S’ หมายถึงการหล่อลื่นให้กับตัวรัง
MB
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงในของตัวตลับลูกปืน
ML
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • Window-Type
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน (ขึ้นอยู่กับการออกแบบของตัวตลับลูกปืน)
MP
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • Window-Type
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงในของตัวตลับลูกปืน (ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวตลับลูกปืน)
MR
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • Window-Type
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
P
  • รัง Polyamide (PA66) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
PA
  • รัง Polyamide (PA66) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน
PH
  • รัง Polyetherketone (PEEK) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
PHA
  • รัง Polyetherketone (PEEK) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอกของตัวตลับลูกปืน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นด้วยความร้อน
HA1 ตัววงแหวนวงนอกและวงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
HA2 ตัววงแหวนวงนอก แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
HA3 ตัววงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
HB1  ตัววงแหวนวงนอกและวงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Bainite-hardened
HB3 ตัววงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Bainite-hardened
HN1 ตัววงแหวนวงในและวงแหวนวงนอก แข็งแรงขึ้นโดยใช้ความร้อน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
CN ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีมาตราฐาน
C2 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีเล็กกว่า CN (เล็กกว่าค่ามาตราฐาน)
C3 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า CN (ใหญ่กว่าค่ามาตราฐาน)
C4 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C3
C5 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C4

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ชุดแบริ่งหรือจับประกบคู่ตลับลูกปืน
DR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 2 ตัว
TR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 3 ตัว
QR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 4 ตัว

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ความเสถียรภาพ
S1 วงแหวนตลับลูกปืนสามารถรับความร้อนในขณะทำงานได้ถึง ≤ 200 °C (390 °F) 
S2 วงแหวนตลับลูกปืนสามารถรับความร้อนในขณะทำงานได้ถึง ≤ 250 °C (480 °F)

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การหล่อลื่นด้วยจารบีมาในตัว
W33
  • วงแหวนวงนอกมีร่อง
  • รูเติมจารบี 3 รูรอบวงแหวนวงนอก

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน รหัสต่อท้ายอื่นๆ
PEX 
  • ตลับลูกปืน SKF Explorer (ออกแบบแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ)
  • จะใช้รหัสต่อท้ายนี้เมื่อต่อเมื่อมีการจำหน่ายตลับลูกปืนเบอร์เดียวกันทั้งแบบ Explorer และไม่ Explorer 
VA301  สำหรับตลับลูกปืนที่ใช้ในมอเตอร์ฉุดยางพาหนะทางรถไฟโดยเฉพาะ
VA305 เหมือน VA301 แต่มีการดูแลระหว่างกระบวนการผลิตเป็นพิเศษ
VA350 สำหรับตลับลูกปืนที่ใช้ในกล่องเพลารถไฟโดยเฉพาะ
VA380 สำหรับตลับลูกปืนที่ใช้ในกล่องเพลารถไฟโดยเฉพาะตามแบบของ EN 12080 class 1 
VA3091 เหมือน VA301 และผิวนอกของวงแหวนวงนอกถูกเคลือบด้วย Aluminium Oxide
VC025  ตลับลูกปืนถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการสึกหลอในรางวิ่งเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ต้องทำงานภายใต้สภาพอากาศที่มีความปนเปื้อนสูง
VE901 ปรับเปลี่ยนการออกแบบภายในตัวตลับลูกปืนเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
VQ015
  • วงแหวนวงในถูกออกแบบพิเศษแบบ Crowned Raceway
  • เพิ่มความสามารถในการรับการเยื้องแนวมากขึ้น

ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอกสองแถว SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
A, B, C ออกแบบภายในตัวตลับลูกปืนที่อาจจะมีการเบี่ยงเบนจากเดิม

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
G รูเพลาเป็นร่องเกลียว
K
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:12
K30
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:30

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
F
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
M
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การปรับเปลี่ยนวัสดุของตัวตลับลูกปืน
HA1 ตัววงแหวนวงนอกและวงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
HA4
  • ตัววงแหวนวงนอกและวงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
  • ตัวเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
HA5 ตัวเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
HB1 ตัววงแหวนวงในและวงแหวนวงนอก แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Bainite-hardened

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
CN ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีมาตราฐาน
C2 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีเล็กกว่า CN (เล็กกว่าค่ามาตราฐาน)
C3 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า CN (ใหญ่กว่าค่ามาตราฐาน)
C4 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C3
C5 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C4

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ชุดแบริ่งหรือจับประกบคู่ตลับลูกปืน
DR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 2 ตัว
TR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 3 ตัว
QR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 4 ตัว

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ความเสถียรภาพ
S1 วงแหวนตลับลูกปืนสามารถรับความร้อนในขณะทำงานได้ถึง ≤ 200 °C (390 °F) 
S2 วงแหวนตลับลูกปืนสามารถรับความร้อนในขณะทำงานได้ถึง ≤ 250 °C (480 °F)

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การหล่อลื่นด้วยจารบีมาในตัว
W20 รูเติมจารบีที่วงแหวนวงนอก
W33(X)
  • วงแหวนวงนอกมีร่อง
  • รูเติมจารบี 3 รูรอบวงแหวนวงนอก

ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอกแบบเม็ดเต็มลูกแถวเดี่ยว SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
CV ออกแบบภายในตัวตลับลูกปืน เพิ่มเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอนให้เต็มตัวตลับลูกปืน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
V
  • ไม่มีรัง
  • ใช้วิธีการเพิ่มเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอนให้เต็มตัวตลับลูกปืน
VH 
  • ไม่มีรัง
  • ใช้วิธีการเพิ่มเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอนให้เต็มตัวตลับลูกปืน
  • สามารถประคองตัวเองให้อยู่ตรงกลางรางวิ่งได้

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นด้วยความร้อน
HA1 ตัววงแหวนวงนอกและวงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
HB1 ตัววงแหวนวงนอกและวงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Bainite-hardened
L4B ตัววงแหวนวงนอก ตัววงแหวนวงใน และตัวเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นผ่านกรรมวิธี black oxidized

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
CN ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีมาตราฐาน
C2 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีเล็กกว่า CN (เล็กกว่าค่ามาตราฐาน)
C3 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า CN (ใหญ่กว่าค่ามาตราฐาน)
C4 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C3
C5 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C4

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ชุดแบริ่งหรือจับประกบคู่ตลับลูกปืน
DR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 2 ตัว
TR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 3 ตัว
QR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 4 ตัว

ตารางรหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอกแบบเม็ดเต็มลูกสองแถว SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
CV ออกแบบภายในตัวตลับลูกปืน เพิ่มเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอนให้เต็มตัวตลับลูกปืน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
ADB  ออกแบบภายในตัวตลับลูกปืนและซีล (สำหรับซีรี่ย์รุ่น NNF 50)
B เพิ่มประสิทธิภาพซีลและจารบี
DA ออกแบบภายในตัวตลับลูกปืนและซีล (สำหรับซีรี่ย์รุ่น 3194…)
-2LS มาพร้อมซีลฝายาง PUR แบบสัมผัสทั้ง 2 ข้าง

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
V
  • ไม่มีรัง
  • ใช้วิธีการเพิ่มเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอนให้เต็มตัวตลับลูกปืน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นด้วยความร้อน
HB1  ตัววงแหวนวงนอกและวงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Bainite-hardened
L4B ตัววงแหวนวงนอก ตัววงแหวนวงใน และตัวเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นผ่านกรรมวิธี black oxidized

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
CN ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีมาตราฐาน
C2 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีเล็กกว่า CN (เล็กกว่าค่ามาตราฐาน)
C3 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า CN (ใหญ่กว่าค่ามาตราฐาน)
C4 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C3
C5 ค่าช่องว่างภายในในแนวรัศมีใหญ่กว่า C4

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ชุดแบริ่งหรือจับประกบคู่ตลับลูกปืน
DR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 2 ตัว
TR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 3 ตัว
QR ชุดตลับลูกปืนแบบเดียวกัน 4 ตัว

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถวปรับแนวได้เอง SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
BC
  • สำหรับใช้งานกับเพลาหลักในกังหันลมโดยเฉพาะ
  • ตัวรังเป็นรังเหล็กหล่อขึ้นรูป
CA, CAC 
  • วงแหวนวงในมีครีบยึด
  • วงแหวนนำร่องอยู่ตรงกลางของวงแหวนวงใน
  • มาพร้อมรังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
CC(J), CJ 
  • วงแหวนวงในไม่มีครีบยึด
  • วงแหวนนำร่องอยู่ตรงกลางของวงแหวนวงใน
  • มาพร้อมรังเหล็ก 2 ตัวปั้มดัดขึ้นรูป
CCJA, EJA 
  • วงแหวนวงในมีครีบยึด
  • วงแหวนนำร่องอยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอก
  • มาพร้อมรังเหล็ก 2 ตัวปั้มดัดขึ้นรูป
E 
  • ออกแบบภายในให้มีประสิทธิภาพในการรับโหลดรับแรงสูงขึ้น
  • สำหรับซี่รี่ย์รุ่น 213xx, 222xx, 223xx:
    • วงแหวนวงในมีครีบยึด
    • มาพร้อมรังเหล็ก 2 ตัวปั้มดัดขึ้นรูป
    • มีช่องเติมจารบี 3 รูที่วงแหวนวงนอก
  • สำหรับวงแหวนวงในขนาด d ≤ 65 mm:
    • วงแหวนนำร่องอยู่ตรงกลางของวงแหวนวงใน
  • สำหรับวงแหวนวงในขนาด d > 65 mm:
    • วงแหวนนำร่องอยู่ตรงกลางของรัง
รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
-CS, -2CS  มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบสัมผัส

  • CS1 = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2CS1 = ฝายางปิด 2 ข้าง
-CS2, -2CS2  มาพร้อมซีลฝายาง FKM แบบสัมผัส

  • CS2 = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2CS2 = ฝายางปิด 2 ข้าง
-CS5, -2CS5 มาพร้อมซีลฝายาง HNBR แบบสัมผัส

  • CS5 = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2CS5 = ฝายางปิด 2 ข้าง
-RS, -2RS  มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบสัมผัส

  • RS = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RS = ฝายางปิด 2 ข้าง
-RS5, -2RS5 มาพร้อมซีลฝายาง HNBR แบบสัมผัส

  • RS5 = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2RS5 = ฝายางปิด 2 ข้าง
K
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:12
K30
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:30

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
F 
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงใน
FA 
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวนนอก
J 
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงใน
JA 
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอก
MA 
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงนอก

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การปรับเปลี่ยนวัสดุของตัวตลับลูกปืน
235220 
  • ตัววงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
  • รูเพลาเป็นเกลียว
HA3 
  • ตัววงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
C08  ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5
C083 
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5 
  • ค่าช่องว่างภายใน C3
C084 
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5 
  • ค่าช่องว่างภายใน C4
C2  ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนต่ำกว่ามาตราฐานเล็กน้อย
C3  ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนสูงกว่าค่าช่องว่างภายในมาตราฐาน
C4  ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนสูงกว่าค่าช่องว่างภายใน C3
C5  ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนสูงกว่าค่าช่องว่างภายใน C5
P5  ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5
P6  ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
P62 
  • ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P6
  • ค่าช่องว่างภายใน C2

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การหล่อลื่นด้วยจารบีมาในตัว
GEM9  ตัวตลับลูกปืนถูกเติมจารบี SKF LGHB 2 ประมาณ 70-100% มาในตัว 
GLE  ตัวตลับลูกปืนถูกเติมจารบี SKF LGWM 2 ประมาณ 25-45% มาในตัว
VT143  ตัวตลับลูกปืนถูกเติมจารบี SKF LGEP 2 ประมาณ 25-45% มาในตัว
VT143B  ตัวตลับลูกปืนถูกเติมจารบี SKF LGEP 2 ประมาณ 45-60% มาในตัว
VT143C  ตัวตลับลูกปืนถูกเติมจารบี SKF LGEP 2 ประมาณ 70-100% มาในตัว
W64  น้ำมันแข็ง
W 
  • ไม่มีร่องรอบวงแหวนวงนอก
  • ไม่มีรูเติมจารบีในวงแหวนวงนอก
W20  มีรูเติมจารบี 3 รูที่วงแหวนวงนอก
W26  มีรูเติมจารบี 6 รูที่วงแหวนวงนอก
W33 
  • มีร่องรอบวงแหวนวงนอก
  • มีรูเติมจารบี 3 รูที่วงแหวนวงนอก
W33X 
  • มีร่องรอบวงแหวนวงนอก
  • มีรูเติมจารบี 6 รูที่วงแหวนวงนอก
W77 
  • มีร่องรอบวงแหวนวงนอก
  • มีรูเติมจารบี 3 รูที่วงแหวนวงนอก
  • มีที่ปิดรูเติมจารบี
W513  W26 + W33 

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน รหัสต่อท้ายอื่นๆ
R505 สำหรับตลับลูกปืนที่ใช้ในกล่องเพลารถไฟโดยเฉพาะ
VA405
  • ตลับลูกปืนป้องกันสั่นสะเทือนสูง
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี surface-hardened 
VA406
  • ตลับลูกปืนป้องกันสั่นสะเทือนสูง
  • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี surface-hardened 
  • รูเพลาถูกเคลือบด้วย PTFE
VA991 ตลับลูกปืนสำหรับเครื่องจักรที่ต้องการความเร็วรอบสูงพิเศษ
VE552(E) มีรูเกลียว 3 รูที่วงแหวนวงนอก ใช้สำหรับยกตลับลูกปืนด้วยเครน
VE553(E)  มีรูเกลียว 3 รูที่ด้านข้างวงแหวนวงนอก ใช้สำหรับยกตลับลูกปืนด้วยเครน
VG114  รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี surface-hardened 
VQ424  ความแม่นยำในการทำงานสูงกว่า C08 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน CARB SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
-CS5, -2CS5  มาพร้อมซีลฝายาง HNBR แบบสัมผัส

  • CS5 = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2CS5 = ฝายางปิด 2 ข้าง
-NS, -2NS มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบสัมผัส

  • NS = ฝายางปิด 1 ข้าง
  • 2NS = ฝายางปิด 2 ข้าง
K 
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:12
K30 
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:30

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • เม็ดลูกกลิ้งถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
M
  • รังทองเหลืองปั้มดัดขึ้นรูป
  • เม็ดลูกกลิ้งถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
MB, MB1
  • รังทองเหลืองปั้มดัดขึ้นรูป
  • เม็ดลูกกลิ้งถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของวงแหวนวงใน
TN9
  • รัง Polyamide (PA64) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว
  • เม็ดลูกกลิ้งถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
V
  • ไม่มีรัง
  • ใช้วิธีการเพิ่มเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอนให้เต็มตัวตลับลูกปืน

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นด้วยความร้อน
HA3 ตัววงแหวนวงใน แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
C08 ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5
C2 ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนต่ำกว่ามาตราฐานเล็กน้อย
C3  ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนสูงกว่าค่าช่องว่างภายในมาตราฐาน
C4  ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนสูงกว่าค่าช่องว่างภายใน C3
C5  ค่าช่องว่างภายในในแนวแกนสูงกว่าค่าช่องว่างภายใน C4

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน ความเสถียรภาพ
S3  วงแหวนตลับลูกปืนสามารถรับความร้อนในขณะทำงานได้ถึง ≤ 300 °C (570 °F)

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การหล่อลื่นด้วยจารบีมาในตัว
GEM9 ตัวตลับลูกปืนถูกเติมจารบี SKF LGHB 2 ประมาณ 70-100% มาในตัว 

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน รหัสต่อท้ายอื่นๆ
VE240 ตัวเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน จะสั้นกว่าปกติ
VG114 รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี surface-hardened 
VM118 
  • ไม่มีรัง
  • ใช้วิธีการเพิ่มเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอนให้เต็มตัวตลับลูกปืน
  • สามารถประคองตัวเองให้อยู่ตรงกลางรางวิ่งได้
VT143  ตัวตลับลูกปืนถูกเติมจารบี SKF LGEP 2 ประมาณ 25-45% มาในตัว 

รหัสต่อท้ายตลับลูกเม็ดทรงกระบอกกันรุน SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
M  รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
TN  รัง Polyamide (PA66) ที่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วยใยแก้ว

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นด้วยความร้อน
HA1
  • ตัวเพลาแข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Case-hardened
  • ตัววงแหวนกำหนดตำแหน่งของตัวเสื้อถูก แข็งแรงด้วยด้วยกรรมวิธี Case-hardened
HB1 
  • ตัวเพลาแข็งแรงขึ้นด้วยกรรมวิธี Bainite-hardened
  • ตัววงแหวนกำหนดตำแหน่งของตัวเสื้อถูก แข็งแรงด้วยด้วยกรรมวิธี Bainite-hardened

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบค่าความแม่นยำ ค่าช่องว่างภายใน ค่าพรีโหลด
P5  ค่าความแม่นยำสูงถึงค่าพิกัด P5 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนเม็ดโค้งกันรุนปรับแนวได้เอง SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
E ออกแบบมาเพื่อให้ชุดลูกกลิ้งแข็งแรงขึ้น

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
N1 ร่องแหวนสำหรับการกำหนดตำแหน่ง
N2 มีร่องกำหนดตำแหน่งวงแหวนกำหนดตำแหน่ง 2 ร่อง โดยที่ระยะห่างของทั้งสองร่องห่างกัน 180°

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบตัวรังในตลับลูกปืน
  • สำหรับตลับลูกปืนที่มีรหัสต่อท้ายตัว E และขนาด ≤ 68 mm
    • รังเหล็กปั้มดัดขึ้นรูป
    • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของเม็ดลูกกลิ้งเม็ดหมอน
  • สำหรับตัวที่ไม่มีรหัสต่อท้าย
    • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
    • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของแหวนกำหนดตำแหน่งของเพลา
F
  • รังเหล็กกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของแหวนกำหนดตำแหน่งของเพลา
F3
  • รังเหล็กหล่อกลึงขึ้นรูปแบบทรงโค้งทรงกลม
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของแหวนกำหนดตำแหน่งของเพลา
M
  • รังทองเหลืองกลึงขึ้นรูป
  • ตัวรังถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางของแหวนกำหนดตำแหน่งของเพลา

 

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน รหัสต่อท้ายอื่นๆ
VE447(E) ตัวแหวนกำหนดตำแหน่งเพลามีรูเกลียว 3 รูที่ด้านข้างวงแหวนวงนอก ใช้สำหรับยกตลับลูกปืนด้วยเครน
VE710(E) ตัวแหวนกำหนดตำแหน่งเสื้อมีรูเกลียว 3 รูที่ด้านข้างวงแหวนวงนอก ใช้สำหรับยกตลับลูกปืนด้วยเครน
VU029 แหวนกำหนดตำแหน่งเพลาถูกปรับเปลี่ยนค่าช่องว่างในแนวแกน

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืนตุ๊กตา SKF

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายในตลับลูกปืน
B มีรูเติมจารบีที่วงแหวนวงนอก (เฉพาะตลับลูกปืนตุ๊กตาที่มีวงแหวนวงในขนาดปกติ)
SB
  • การออกแบบตลับลูกปืนแบบ SKF ConCentra 
  • ตัววงแหวนวงในสั้นกว่าปกติ
Z ตัวเกลียวขันน็อตเป็นระบบนิ้ว สำหรับตลับลูกปืนที่เป็นระบบมิลลิเมตรเท่านั้น

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การออกแบบภายนอก (เช่น ซีล ฝา ร่อง เป็นต้น)
-2D มาพร้อมซีลฝายาง NBR แบบปาก 5 แฉกปิดทั้ง 2 ข้าง แบบสัมผัส
-2F
  • มาพร้อมซีลฝายาง NBR  แบบสัมผัส
  • มีฝาปิดเหล็กอีกชั้น ปิดทั้ง 2 ข้าง
-2LP
  • มาพร้อมซีลยาง NBR แบบไม่สัมผัส
  • ซีล NBR สำหรับอุตสหกรรมอาหาร ฟู้ดเกรด
  • มีฝาปิดเหล็กและยางอีกชั้น ปิดทั้ง 2 ข้าง
-2RF
  • มาพร้อมซีลฝายาง NBR  แบบสัมผัส
  • มีฝาปิดยางอีกชั้น ปิดทั้ง 2 ข้าง
-2RS1 มาพร้อมซีลฝายาง NBR ปิดทั้ง 2 ข้าง
C ผิวด้านนอกเป็นแบบทรงกระบอก
GR มีร่องสำหรับจารบีในตำแหน่งที่มีตัวล็อค
K
  • รูเพลาเรียว
  • ความเรียว 1:12
U ตลับลูกปืนแบบไม่มีตัวล็อค
W ตลับลูกปืนแบบไม่มีรูอัดจารบี

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน การทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้นด้วยความร้อน
SS หรือ HV
  • ตลับลูกปืนแบบสเตนเลส
  • ถูกเติมจารบีฟู้ดเกรดในตัวตลับลูกปืนมาแล้ว
  • ใช้ซีลฝากเหล็กแลกยางแบบฟู้ดเกรด
VL065 วงแหวนวงในและด้านหน้าตลับลูกปืนทั้งสองข้างถูกเคลือบด้วย Zinc
VL244
  • วงแหวนวงในวงแหวนวงนอกและตัวล็อคเพลาแบบ Eccentric ถูกเคลือบด้วย Zinc
  • ซีลยางที่ใส่แผ่นสเตนเลสแบบฟู้ดเกรด
  • ถูกเติมจารบีฟู้ดเกรดในตัวตลับลูกปืนมาแล้ว
ZM หรือ VE495
  • วงแหวนวงในวงแหวนวงนอกเคลือบด้วย Zinc
  • ซีลยางที่ใส่แผ่นสเตนเลสและซีลยางแบบฟู้ดเกรด
  • ถูกเติมจารบีฟู้ดเกรดในตัวตลับลูกปืนมาแล้ว

รหัสต่อท้ายตลับลูกปืน รหัสต่อท้ายอื่นๆ
AG ตลับลูกปืนสำหรับเครื่องจักรในอุตสหกรรมเกรษตกรรม
AH ตลับลูกปืนสำหรับเครื่องจักรปรับอากาศ
/H
  • ซีลยางปากชั้นเดียวแบบสัมผัส
  • ตัวซีลมีฐานขาเหล็ก
  • สำหรับการออกแบบตลับลูกปืนแบบ UC เท่านั้น
VP076 ฝาเหล็กทั้งปิดทั้งสองข้าง
VP274 มาพร้อมซีลฝายาง NBR ปิดทั้ง 2 ข้างแบบสัมผัส

 

 


จารบีคืออะไร จารบีมีกี่ประเภท

จาระบีคืออะไร? 8 ประเภทของจาระบีที่รู้แล้วเซียนเลย

จาร บี คือ อะไร? วันนี้เราจะมาอธิบายกันให้เข้าใจซึ่ง “Grease” หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “จาระบี” คือสารหล่อลื่นชนิดหนึ่งที่นำมาใช้งานกับชิ้นส่วนเครื่องจักรเพื่อลดแรงเสียดทานและป้องกันพื้นผิวไม่ให้เสื่อมสภาพจากการกัดกร่อน มีลักษณะทางกายภาพกึ่งของแข็งและกึ่งของเหลวทำให้สามารถยึดเกาะกับชิ้นงานได้ดี จาระบีจึงเหมาะกับการใช้งานบริเวณชิ้นส่วนที่ไม่สามารถใช้น้ำมันหล่อลื่นทั่วไปได้ อย่างเช่น ตลับลูกปืน ฟันเฟือง ข้อเหวี่ยง เป็นต้น เพราะชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่สามารถกักเก็บน้ำมันหล่อลื่นชนิดทั่วไปที่มีความเหลวสูงไว้ได้ อย่างไรก็ตามในบางระบบอาจจะสร้างที่กักเก็บน้ำมันได้เช่นกัน แต่ด้วยวิธีนั้นจะต้องมีต้นทุนที่สูงขึ้นในการสร้างเครื่องจักรให้รองรับการใช้น้ำมันเป็นสารหล่อลื่นได้ เพราะอย่างนี้จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้สารหล่อลื่นที่มีคุณสมบัติกึ่งของแข็งกึ่งของเหลว ยืดเกาะได้ดี อย่างจาระบีเป็นต้น

 

หน้าที่หลักของจาระบี

  • เป็นสารหล่อลื่นเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างชิ้นส่วนของเครื่องจักร
  • ช่วยลดปัญหาเสื่อมสภาพจากการกัดกร่อนและป้องกันสนิมที่อาจจะเกิดขึ้นได้บนชิ้นส่วน
  • ช่วยซับแรงกดและแรงกระแทกจากเครื่องจักร
  • ยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนเครื่องจักร
  • ช่วยไม่ให้เกิดการเสียดสีระหว่างชิ้นส่วนที่หมุน ทำให้ไม่เกิดความร้อนสะสม
  • ช่วยป้องกันฝุ่นละอองและความชื้นเข้าไปทำลายชิ้นส่วนของเครื่องจักร

 

จาระบีทำมาจากอะไร

จารบีคืออะไร?

 

จาระบีบนท้องตลาดที่มีให้เลือกใช้งานสำหรับงานแต่ละประเภท ทำมาจากสารประกอบหลักเพียงสามตัว คือ น้ำมันหล่อลื่น (Lubricant Oil) สารอุ้มน้ำมัน (Thickener) และสารเพิ่มคุณสมบัติ (Additives) ซึ่งจะทำการผสมน้ำมันหล่อลื่นเข้ากับสารอุ้มน้ำมันในปริมาณที่แตกต่างขึ้นอยู่กับว่าต้องการระดับความหนืดมากน้อยเพียงใด และหากต้องการให้จาระบีมีคุณสมบัติพิเศษอย่างเช่นการ ทนความร้อนสูง ทนน้ำ ป้องกันการเกิดสนิม หรือ ทนต่อความเร็วรอบสูง จะต้องใส่สารเพิ่มคุณสมบัติอื่นๆ เข้าไปเพิ่ม

 

ข้อควรระวังเมื่อต้องการใช้จาระบี

ในการใช้จาระบีตัวผู้ใช้จะต้องมีความชำนาญระดับหนึ่งเนื่องจากหากใช้ไม่ถูกต้องโอกาสที่เครื่องจักรจะได้รับความเสียหายสามารถเกิดขึ้นได้สูง ดังนั้นแล้วการศึกษาว่า จาร บี คือ อะไร มีข้อควรระวังยังไง คือเรื่องพื้นฐานสำคัญที่ต้องทราบก่อน ซึ่งวันนี้เราสามารถสรุปข้อควรระวังในการใช้จาระบีได้ดังนี้

 

  • อัดจาระบีน้อยเกินไปอาจจะทำให้เครื่องจักรเกิดความเสียหาย

หากอัดจาระบีไม่เพียงพอจะส่งผลให้เกิดปัญหาได้ในระยะหลังจากติดตั้งไปได้สักพัก ในตอนแรกอาจจะไม่พบความผิดปกติใดๆ แต่เมื่อจาระบีเริ่มเหลือน้อยลงจะทำให้ชิ้นส่วนเหล็กหมุนกระทบและเสียดสีกันจนเกิดความร้อน หากไม่รีบแก้ไขอาจจะต้องเสียเงินเสียเวลาจำนวนมาก

 

  • อัดจาระบีมากเกินไปสามารถทำให้เครื่องจักรเกิดความเสียหายได้

นอกจากการอัดจาระบีน้อยเกินไปแล้ว การอัดมากเกินไปก็ไม่ส่งผลดีต่อการทำงานของเครื่องจักรเพราะเมื่ออัดจาระบีจำนวนมากเกินไปเครื่องจักรจะต้องทำงานหนักเพื่อให้สามารถหมุนได้อย่างลื่นไหล และการอัดจาระบีจนแน่นยังส่งผลให้บริเวณตรงนั้นไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี ทำให้จาระบีมีอุณหภูมิที่สูงเกิดการเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ซึ่งเมื่อจาระบีเสื่อมสภาพสารหล่อลื่นอาจจะทำการแยกตัวกับสารอุ้มน้ำมัน ส่งผลให้น้ำมันหล่อลื่นรั่วไหลออกไปหมด เหลือทิ้งไว้แค่สารอุ้มน้ำมันที่เหนียวเหนอะ

 

  • ใช้งานจาระบีผิดประเภท

จารบี ใช้ ทำ อะไร ข้อควรระวังอย่างมากเลยก็คือการเลือกใช้จาระบีผิดประเภท ซึ่งจะส่งผลร้ายต่ออุปกรณ์ภายในเครื่องจักรได้ เพราะถ้าเราใช้จาระบีที่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมก็จะส่งผลให้ชิ้นส่วนเช่น ตลับลูกปืน หรือ ข้อเหวี่ยง ต่างๆ เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วทำงานล้มเหลวในที่สุด เพราะฉะนั้นการเลือกจาระบีให้ตรงชนิดเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เช่น หากบริเวณที่ต้องการอัดจาระบีมีความร้อนเกิน 100 องศาเซลเซียส ให้ทำการอัดจาระบีทนความร้อนสูง เท่านั้น

อ่านต่อ:  ตารางจารบี: วิธีเลือกจารบี SKF ตำราเดียวจบ

 

การเสื่อมสภาพของจาระบี

แม้ว่าจาระบีจะเป็นสารหล่อลื่นที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ก็มีวันเสื่อมสภาพได้เช่นกัน ซึ่งอายุการใช้งานของจาระบีที่ได้คุณภาพมาตรฐานการผลิตที่ดีจะสามารถอยู่ได้ 2-3 ปีเป็นอย่างต่ำ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมบริเวณที่ใช้จาระบี หากต้องเจอกับฝุ่นจำนวนมาก หรือความร้อนสูงเป็นระยะเวลานาน จาระบีอาจจะเสื่อมสภาพได้ไวกว่าปกติ การหมั่นตรวจเช็ก และสังเกตความผิดปกติของเครื่องจักรจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการเสียหายของชิ้นส่วนภายเครื่อง

  • เมื่อไหร่ที่ควรอัดจาระบี?

ควรทำการตรวจสอบคุณภาพของจาระบีทุกครั้งเมื่อได้รื้อเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเครื่องจักร หรือหากใช้งานเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง ควรทำการอัดจาระบีใหม่อย่างน้อยๆ ทุก 6 เดือนเป็นอย่างต่ำ หรือหากชิ้นส่วนเครื่องจักรนั้นถูก ฝุ่น น้ำ ความร้อน หรือ สิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ตลอดเวลาขณะทำงาน ควรทำการตรวจเช็กและอัดจาระบีใหม่ทุกๆ 3-4 เดือน เพื่อป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ

  • วิธีสังเกตอาการจาระบีหมดสภาพ

หากต้องรู้ว่าจาระบีในเครื่องจักรยังมีสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากการตรวจสอบให้แน่ชัดจะต้องทำการรื้อประกอบเท่านั้น หากเราสงสัยว่าจาระบีเสื่อมสภาพแล้ว เมื่อทำการรื้อเครื่องจักรมีอาการหลายอย่างที่สามารถบอกเราได้ว่า ควรจะล้างอัดจาระบีใหม่ได้แล้ว โดยสิ่งที่ต้องสังเกตมีดังนี้

  • มีเสียงดังผิดปกติดังมาจากบริเวณข้อเหวี่ยง ฟันเฟือง หรือ ตลับลูกปืน ของเครื่องจักร
  • มีฝุ่นจำนวนมากผสมเข้าไปกับจาระบี ทำให้ลักษณะของจาระบีมีความแห้งฝืด
  • จาระบีมีลักษณะสีเข้มและมีความหนืดสูงผิดปกติเกิดจากความร้อน
  • จาระบีมีลักษณะเหลวเกิดจากการผสมกันระหว่างจาระบีและความชื้น
  • บริเวณตลับลูกปืนมีความร้อนสูง ซึ่งเกิดจากการเสียดสีเพราะจาระบีไม่เพียงพอหรือหมดสภาพ

 

8 ชนิดของจารบีที่ถ้าคุณรู้แล้วจะเซียนเลย

การเลือกใช้ประเภทจาระบีให้เหมาะกับชิ้นงาน

การเลือกใช้จาระบีให้เหมาะกับงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด เพราะหากใช้ผิดประเภทนอกจากจะไม่มีประสิทธิภาพยังทำให้เครื่องจักรเสื่อมไวด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นตามมาดูกันว่า สาร หล่อลื่น คือ อะไร มีอะไรบ้าง จาระบีแต่ละชนิดควรใช้กับงานแบบไหนดังนี้

 

1. จาระบีทั่วไป

เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่มีรอบความเร็วระดับปานกลาง ไม่เจอฝุ่นละอองเยอะ และทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิปกติทั่วไป

2. สัมผัสน้ำและความชื้น

หากจุดที่ต้องการอัดจาระบีสัมผัสกับของเหลวและความชื้นอยู่ตลอดเวลาควรเลือกใช้จาระบีชนิดทนที่ทนต่อความชื้นได้เท่านั้น เพราะหากเลือกใช้จาระบีผิดประเภทจะทำให้จาระบีเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วเมื่อผสมกับเข้ากันกับน้ำ

3. ทนความร้อนสูง

จาระบีที่สามารถทนความร้อนได้ สาร หล่อลื่น คือ อะไร มีอะไรบ้าง มีอยู่หลากหลายระดับ หากอุณหภูมิบริเวณที่อัดจาระบีมีความร้อน 100-150 องศาเซลเซียสควรเลือกใช้จาระบีชนิดทนความร้อนสูง LGHP 2 SKF หรือ LGED 2 SKF เท่านั้น เพราะหากใช้จาระบีทั่วไปเมื่อเกิน 100 องศาจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นของเหลวไหลออกมาทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีจาระบีที่สามารถทนความร้อนเกิน 150 องศาได้อีกด้วยอย่างเช่น LGEP 2SKF และ LGET 2 SKF เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการจาระบีทนความร้อนสูงพิเศษ

สนใจจารบีทนความร้อนสูง แต่ไม่รู้ซื้อยี่ห้อไหนดี อ่านต่อ: 8 อันดับ จารบีทนความร้อนสูงยี่ห้อไหนดี ?

4. ทนความเย็น

จาระบีทั่วไปไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เย็นจัดเพราะมีจุดเยือกแข็งต่ำ ทำให้เมื่อเจออุณหภูมิที่ต่ำมากๆ แล้วเกิดอาการหนืดหรือกลายเป็นของแข็งไปเลย เพราะอย่างนี้จึงมีจาระบีรุ่นที่สามารถทนความเย็นได้มากถึง -50 องศาเซลเซียสอย่าง LGLT 2 SKF 

5. รับแรงกดดันสูง

หากเครื่องจักรต้องทำการสตาร์ทใหม่บ่อยๆ หรือต้องรับแรงกระแทกเป็นเวลาต่อเนื่องควรเลือกใช้จาระบีที่มีคุณสมบัติสามารถทนแรงกดดันได้สูง อย่าง LGEP 2 SKF หรือ LGFQ 2 SKF

6. สภาพแวดล้อมมีสิ่งแปลกปลอมเยอะ

ถ้าบริเวณที่ต้องการอัดจาระบีมีฝุ่นผงกระจัดกระจายอยู่เยอะ เช่นตามอุตสาหกรรมผลิตแป้งมัน ควรเลือกใช้จาระบีชนิดพิเศษที่สามารถทนต่อฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี เมื่อฝุ่นละอองเข้าไปผสมกับจาระบีจะไม่ทำให้จาระบีเสียคุณสมบัติ สามารถยืดอายุการอัดจาระบีใหม่ได้ยาวนานกว่าการใช้จาระบีธรรมดา

7. ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร

จาระบีที่นำมาใช้ภายในเครื่องจักรอุตสาหกรรมอาหารจะต้องใช้ส่วนประกอบจาระบีชนิดที่เป็น Food Grade เท่านั้น ต้องไม่เป็นอันตรายหากรับประทานเข้าไป

8. ทนน้ำและความร้อน

ชิ้นงานที่โดนทั้งความร้อนและความชื้น ต้องเลือกใช้จาระบีชนิดทนน้ำและความร้อนได้ หรือที่เรียกว่าจาระบีชนิดคอมเพล็กซ์ ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าจาระบีชนิดอื่น

 

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับความรู้ที่เรานำมาแชร์ในวันนี้ สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่า จาร บี ใช้ ทำ อะไร ควรเลือกใช้จาระบีชนิดไหนให้เหมาะกับเครื่องจักรตัวเอง สามารถติดต่อเราได้ทางไลน์หรือเบอร์โทร มีทีมวิศวะที่พร้อมจะให้คำแนะนำด้านการเลือกใช้จาระบี ให้คุณสามารถเลือกซื้อจาระบีได้ตรงกับลักษณะงาน ยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรได้อีกหลายเท่าตัว

 


ตลับลูกปืนคืออะไร

แบริ่ง ลูกปืน (Bearing) คืออะไร? มีกี่ประเภทเหมาะกับงานแบบไหน?

แบริ่งคืออะไร?

ลูกปืนหรือแบริ่ง (Ball Bearing) คือหัวใจสำคัญของเครื่องจักรและเป็นชิ้นส่วนที่นั่งอยู่กับเพลาอย่างใกล้ชิด ซึ่งหน้าที่หลักของตลับลูกปืนคือการลดแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของเพลา เพื่อให้เครื่องจักรสามารถหมุนเพลาได้อย่างลื่นไหลไม่กินแรง นอกจากนี้การใช้ตลับลูกปืนที่ได้คุณภาพมาตรฐานยังช่วยลดการสึกหรอและยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรได้อย่างดี

สารบัญ

 

อายุการใช้งานของตลับลูกปืน

อายุการใช้งานของ ตลับลูกปืน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยซึ่งอายุการใช้งานโดยทั่วไปควรจะอยู่ที่ 3 ถึง 5 ปี (อาจจะน้อยกว่าหรือมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย โดยทั่ว ๆ ไปเราไม่สามารถการันตีอายุการใช้งานตลับลูกปืนได้) ซึ่งสิ่งที่จะส่งผลต่ออายุการใช้งานของลูกปืนมีดังนี้

สิ่งที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของตลับลูกปืน

  • คุณภาพของลูกปืน หากเลือกใช้ลูกปืนที่มาจากโรงงานที่ได้มาตรฐานแน่นอนว่าอายุการใช้งานจะต้องยืดยาวกว่าจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • การอัดจาระบี อีกหนึ่งเหตุผลหลักๆ ที่ลูกปืนมักจะเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรเกิดจากการใช้จาระบีผิดประเภทหรือการเสื่อมสภาพของจาระบีที่เก่า และปริมาณในการอัดจารบีก็เป็นส่วนสำคัญ เพราะการอัดจารบีเยอะเกินไปจะทำให้ตลับลูกปืนทำงานภายใต้ความร้อนทีสูงเกินไป และการอัดจารบีที่น้อยเกินไปอาจจะทำให้ตลับลูกปืนมีแรงเสียดทานที่สูงเกินไปเช่นกัน

อ่านต่อ: ตารางจารบี: วิธีเลือกจารบี SKF ตำราเดียวจบ

  • การถอดและประกอบตลับลูกปืนผิดวิธี บ่อยครั้งที่ช่างมักจะใช้ค้อนตอก bearing เข้าและออกจากชิ้นงาน ทำให้ลูกปืนเกิดการเสียหายได้ง่ายๆ โดยวิธีที่ถูกต้องช่างควรจะมีอุปกรณ์เฉพาะสำหรับใช้ในการถอดลูกปืน เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานของตลับลูกปืน

 

  • เครื่องจักรมีปัญหา หากเพลามีอาการสั่นสะเทือนมากผิดปกติสิ่งแรกที่จะเสียก็คือลูกปืนนั้นเอง เพราะฉะนั้นหากพบว่าลูกปืนเสื่อมสภาพเร็วเกินไปควรจะตรวจสอบความสมบูรณ์ของเครื่องจักรด้วยเช่นกัน

 

อาการของลูกปืนแตกหรือเสื่อมสภาพ

การหมั่นตรวจเช็กความสมบูรณ์ของ ตลับลูกปืน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะหากเราพบเจอความผิดปกติหรือได้ยินเสียงแปลกๆ มาจากบริเวณลูกปืนเราจะสามารถทำการเปลี่ยนแก้ไขได้ทันท่วงที ช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาลเพราะถ้าปล่อยอาการจนวิกฤตแล้วลูกปืนพังขึ้นมาจะส่งผลให้เครื่องจักรเกิดความเสียหายได้เช่นกัน รู้อย่างนี้แล้วมาดูอาการของลูกปืนที่เริ่มเสื่อมสภาพเป็นอย่างไร ดังนี้

  • การเสื่อมสภาพขั้นแรกของแบริ่ง

ตัวตลับลูกปืนเริ่มมีจุดรอยร้าวที่อาจจะสังเกตเห็นได้ยากเพราะมีขนาดเล็กและยังไม่มีเสียงผิดปกติใดๆ แต่จะเริ่มมีการเกิดความสั่นเสทือนเป็นอย่างแรก

  • การเสื่อมสภาพขั้นที่สองของแบริ่ง

รอยราวเริ่มมีขนาดที่กว้างขึ้นมาส่งผลให้เริ่มมีเสียงเกิดขึ้นจากลูกปืน โดยเสียงที่เกิดขึ้นยังถือว่าเบา ผู้ใช้งานอาจจะนึกว่าเป็นเสียงปกติของเครื่องจักร

  • การเสื่อมขั้นที่สามของแบริ่ง

คือช่วงที่ร้อยร้าวกว้างพอสมควร ทำให้ลูกปืนมีเสียงที่ดังอย่างมากและไม่สามารถลดแรงเสียดทานของเพลาได้อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มเกิดการสั่นสะเทือนไปที่เพลาและสะสมความร้อนในตลับลูกปืนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • การเสื่อมสภาพขั้นวิกฤต

หากปล่อยไว้จนถึงขั้นนี้ ลูกปืนจะแตกและส่งผลให้เครื่องจักรไม่สามารถใช้งานต่อได้ หากโชคดีอาจจะต้องเปลี่ยนลูกปืนเพียงอย่างเดียวแต่ถ้าโชคร้ายอาจจะต้องเสียเงินและเวลาส่งเครื่องจักรไปซ่อม

อ่านต่อ: ตลับลูกปืนพังเร็ว? (5 ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ลูกปืนของคุณล้มเหลว)

 

ลูกปืนมีกี่ประเภท?

เมื่อเข้าใจแล้วว่า ตลับลูกปืนคืออะไร แล้ว ยังสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการหมุนได้ 2 ประเภทหลักๆ คือ แบริ่งแบบกาบ และ แบบลูกปืน ซึ่งหลักการทำงานจะแตกต่างกันเล็กน้อย

 

1. แบริ่งกาบ (Plain Bearing)

แบริ่งชนิดนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลักๆ เพียงหนึ่งอย่าง คือ กระบอกที่กลวงและมีหน้าที่อุ้มสารหล่อลื่น เพื่อนำเพลาเครื่องจักรเข้าไปใส่ในแบริ่ง ซึ่งหลักการทำงานของแบริ่งชนิดนี้คือ จะไม่มีชิ้นส่วนใดหมุนนอกจากแกนเพลา โดยจะมีน้ำมันหล่อลื่นชั้นบางๆ ตรงกลางระหว่างแบริ่งกาบและเพลาเพื่อให้เพลาสามารถหมุนได้อย่างอิสระ และไม่เกิดความร้อนจากการเสียดสีของเหล็ก โดยน้ำมันหล่อลื่นระหว่างกระบอกเหล็กแบริ่งควรมีความหนืดที่ไม่สูงและไม่น้อยจนเกินไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ และความเร็วรอบ(RPM) ของเครื่องจักร ซึ่งแบริ่งชนิดนี้เหมาะกับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่มีรอบต่ำมากกว่ารอบสูง

 

2. ชนิดเม็ดกลมร่องลึก (Deep Groove Ball Bearing)

เป็นลูกปืนที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในเครื่องจักรอุตสาหกรรมเพราะสามารถผลิตขนาดแตกต่างได้ง่ายและมีคุณสมบัติในการรับแรงแนวรัศมีและแนวแกนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. ชนิดเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม (Angular Ball Bearing)

มีคุณสมบัติในการรับแรงแนวรัศมีและแนวแกนได้อย่างดีเช่นเดียวกับชนิดเม็ดกลมร่องลึก แต่สิ่งที่เพิ่มมาคือ สามารถเลือกมุมสัมผัสเพื่อให้เข้ากับชิ้นงานได้ตามต้องการ ซึ่งมุมสัมผัสที่มีให้เลือกส่วนมากจะเป็น 15, 25, 30 องศา ซึ่งหากเราเลือกใช้งานมุมสัมผัสองศาที่สูงจะรับแรงแนวแกนได้สูงขึ้น แลกมาด้วยการรับแรงแนวรัศมีที่ลดลง ซึ่งแบริ่งชนิดนี้เหมาะสำหรับชิ้นงานที่ต้องการใช้รอบต่อนาทีที่สูง

 

4. ชนิดกันรุน (Thrust Ball Bearing)

bearing ชนิดนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องรับแรงแนวแกนที่สูงมากเป็นพิเศษ เช่นเครื่องจักรที่ต้องทำงานในแนวตั้งเป็นต้น

 

5. ชนิดเม็ดทรงกระบอก (Cylindrical Roller Bearing)

ลูกปืนชนิดนี้สามารถรับแรงในแนวรัศมีได้สูงเพราะว่ามีพื้นที่สัมผัสเม็ดเยอะ สามารถทำความเร็วรอบได้สูง แต่การรับแรงแนวแกนยังสู้แบบเม็ดกลมไม่ได้

 

6. ชนิดเม็ดกลมปรับแนวได้เอง (Self-aligning Ball Bearing)

เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการเยื้องแนวเพลา โดยลักษณะของแบริ่งชนิดนี้จะมีแหวนวงนอกและวงในที่สามารถปรับมุมได้

 

7. ชนิดเม็ดเรียว (Tapper Roller Bearing)

เป็นลูกปืนที่สามารถรับแรงแนวรัศมีและแนวแกนได้อย่างดีพิเศษเหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการความแข็งแรงทั้งสองแนว

 

8. ชนิดเม็ดโค้งสองแถว (Spherical Roller Bearings)

ลูกปืนชนิดนี้สามารถปรับแนวมุมได้เองเพราะมีลูกปืนเม็ดโค้ง เหมาะกับชิ้นงานที่หาตลับลูกปืนชนิดอื่นมาใช้ไม่ได้ เพราะสามารถรับการเยื้องแนวของเพลาได้อย่างดี

 

9. ชนิดกันรุนเม็ดโค้ง (Spherical Roller Thrust Bearings)

คือตลับลูกปืนชนิดที่มีอายุการใช้งานยาวนานมาก เป็นตลับลูกปืนที่สามารถรังแรงได้ดีมาก และยังสามารถรับการเยื้องแนวได้ดีอีกด้วย

 

10. ชนิดเม็ดเข็ม (Needle Roller Bearing)

มีคุณสมบัติคล้ายกับลูกปืนชนิดทรงกระบอก แต่ตอบโจทย์ชิ้นงานที่ต้องการขนาดกะทัดรัด มีพื้นที่แนวรัศมีจำกัดเป็นพิเศษ โดยลูกปืนชนิดนี้สามารถรับแรงแนวรัศมีได้สูงมากมีความแข็งแรงสูง

ลูกปืนแต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบไหนบ้าง?

ความสามารถในการรับโหลดของลูกปืนแต่ละประเภท

ประเภท ประเภทย่อย ดรออิ้ง โหลดในแนวรัศมี โหลดในแนวแกน โมเมนต์โหลด
Insert bearings - -
++ - -
matched single row
++ ++
double row ++ ++ ++
four-point contact
++ - -
- -
++ - - - -
Cylindrical roller bearings, with cage ++ - -
full complement, single row
++ - -
full complement, double row
+++ - -
++ - - - -
assemblies / drawn cups
++ - - - -
combined bearings
++ - -
+++ ++ - -
matched single row
++ ++
double row +++ ++
+++ - -
+++ - -
full complement
+++ - -
- - - -
with sphered housing washer
- - - -
- - ++ - -
Needle roller thrust bearings
- - ++ - -
+++ - -

 

ความสามารถในการรับการเยื้องแนวของลูกปืนแต่ละประเภท

ประเภท ประเภทย่อย ดรออิ้ง การเยื่องแนวในขณะขยับช้าหรือหยุดนิ่ง
การเยื่องแนวในขณะทำงาน
- -
Insert bearings ++ - -
- -
matched single row
- -
double row - - - -
four-point contact
- - - -
+++
- -
Cylindrical roller bearings, with cage - -
full complement, single row
- -
full complement, double row
- -
- -
assemblies / drawn cups
- -
combined bearings
- - - -
- -
matched single row
- -
double row - -
+++
++ - -
full complement ++ - -
- - - -
with sphered housing washer
++ - -
Cylindrical roller thrust bearings
- - - -
Needle roller thrust bearings - - - -
+++

 

การนำไปใช้ ของลูกปืนแต่ละประเภท

ประเภท ประเภทย่อย  ดรออิ้ง Locating (ฝั่งฟิ๊กซ์) Non-Locating (ฝั่งฟรี) Adjusted Floating
⬅️➡️ ⬅️➡️
Insert bearings ⬅️➡️ ⬅️➡️
matched single row
⬅️ / ⬅️➡️ ⬅️➡️ / ❌
double row ⬅️➡️ ⬅️➡️
four-point contact
⬅️➡️ - - - - - -
⬅️➡️ ⬅️➡️
⬅️➡️
⬅️ / ⬅️➡️ ⬅️ / ❌ ✅ / ❌
full complement, single row
⬅️ ⬅️➡️ / ⬅️
full complement, double row
⬅️ / ⬅️➡️ ⬅️➡️
⬅️➡️
assemblies / drawn cups
⬅️ / ⬅️➡️ ⬅️
combined bearings
⬅️
⬅️
matched single row
⬅️ / ⬅️➡️ ⬅️➡️ / ❌ ✅ / ❌
double row ⬅️➡️ ⬅️➡️
⬅️➡️ ⬅️➡️
⬅️➡️
full complement ⬅️➡️
⬅️ / ⬅️➡️
with sphered housing washer
⬅️ / ⬅️➡️
Cylindrical roller thrust bearings
⬅️
Needle roller thrust bearings ⬅️
⬅️

งานที่เหมาะสมกับลูกปืนแต่ละประเภท

ประเภท ประเภทย่อย  ดรออิ้ง ต้องการอายุการหล่อลื่นยาวนาน ต้องการความเร็ว ต้องการความทนทาน ต้องการความแข็งแกร็งสูง
ต้องการแรงเสียดต่ำ
++ ++ ++ +++
Insert bearings +++ ++ ++
++ ++ +++ ++ ++
matched single row
++ ++ +++ ++ ++
double row ++ ++ ++ ++ ++
four-point contact
+++ ++ ++ ++
+++ ++ ++ +++
++ +++ +++ ++ +++
++ +++ ++ ++ +++
full complement, single row
+++
full complement, double row
+++
++ ++ ++
assemblies / drawn cups
++ ++ ++
combined bearings
++
++ +++ ++
matched single row
++ +++
double row ++ +++
++ +++ ++
++ +++ ++
full complement +++ ++
++
with sphered housing washer
Cylindrical roller thrust bearings
+++
Needle roller thrust bearings +++
+++

 

วิธีการติดตั้งตลับลูกปืนที่ถูกต้อง

  • ขั้นตอนแรก ให้ตรวจสอบหมายเลขชิ้นส่วนหรือรหัสของ bearing คืออะไร ตรงตามสเปกที่เราต้องการใช้หรือไม่
  • ขั้นตอนที่สอง ให้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าขนาด รูปทรง และชนิดของตลับลูกปืนสอดคล้องกับชิ้นงานไหม
  • ขั้นตอนที่สาม เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้วให้ทำการเตรียมอุปกรณ์สำหรับการถอดประกอบเครื่องจักรและลูกปืนให้เรียบร้อย ก่อนเริ่มลงมือติดตั้งลูกปืน
  • ขั้นตอนที่สี่ วัดพิกัดของเพลาให้ละเอียด อย่างน้อย 4-8 ตำแหน่ง และเช็คในคู่มือให้เรียบร้อยว่าพิกัดงานสวมของตลับลูกปืนและเพลานั้นถูกต้อง (สวมแน่น หรือสวมพอดี)
  • ขั้นตอนที่ห้า ให้ทำความสะอาดช่องที่จะติดตั้งลูกปืนใส่ให้เรียบร้อย อย่าให้มีเศษเหล็กหรือสกปรกหลงเหลือ
  • ขั้นตอนที่หก เมื่อแน่ใจแล้วว่าชิ้นงานมีความพร้อมให้ทำการแกะตลับลูกปืนออกจากห่อบรรจุได้ ซึ่งก่อนแกะ ต้องแน่ใจจริงๆ ว่าทุกอย่างสะอาดดีแล้ว เพราะหากมีเศษสกปรกติดอยู่อาจจะทำให้ลูกปืนเกิดความเสียหายตอนติดตั้งได้
  • ขั้นตอนที่เจ็ด เมื่อทำการติดตั้งลูกปืนอยู่ไม่ควรล้างตลับลูกปืนเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีไหนก็ตามเนื้อเหล็กของตัวตลับลูกปืนจะไม่ถูกกับน้ำเสมอ
  • ขั้นตอนที่แปด เริ่มทำการติดตั้งตลับลูกปืนตามคู่มือได้เลย โดยเลือกใช้อุปกรณ์เฉพาะสำหรับการถอดประกอบลูกปืนเท่านั้น
  • ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อเราทำการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยให้ทำการประกอบเครื่องจักรแล้วเปิดทำงานเครื่องอย่างนุ่มนวลเพื่อลองเดินเครื่องที่รอบต่ำ ทำเช่นนี้เพื่อตรวจสอบการติดตั้งของลูกปืนว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากไม่ได้ยินเสียงถือเป็นอันใช้ได้

 

หากมีข้อสงสัยเรื่องตลับลูกปืน bearing คืออะไร ควรใช้แบบไหน สามารถติดต่อเราได้ทางไลน์หรือเบอร์โทรโดยกดปุ่มแชตด้านล่างขวามือ

 


วิธีเลือกจารบีตำราเดียวจบ

ตารางจารบี: วิธีเลือกจารบี SKF ตำราเดียวจบ (ล่าสุด 2026)

ตารางจารบีครบจบใน 1 แผ่น ปริ้นก็ได้ แชร์ก็ดี

ตารางจารบี SKF Grease Chart ดาวน์โหลดที่นี่

📄 ตารางจารบี PDF

34% ของเครื่องจักรที่พังก่อนเวลาอันควรเกิดจากการหล่อลื่นที่ไม่ถูกต้อง

เพราะการทำงานของเครื่องจักรนั้นมีสภาพการทำงานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ ความเร็ว และการสั่นสะเทือน การเลือกสารหล่อลื่นก็เช่นกัน ต้องคำนึงถึงชนิด ปริมาณ วิธีการและระยะเวลาในการเติม ให้เหมาะสมกับการใช้งานด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสารหล่อลื่นอาจเกิดจาก...

  • ❌ ปริมาณสารหล่อลื่นมากเกินไป
  • ❌ ปริมาณสารหล่อลื่นน้อยเกินไป
  • ❌ สารหล่อลื่นผิดประเภท
  • ❌ มีสิ่งแปลกปลอมเจือปนสารหล่อลื่น

การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องล้วนแล้วจะส่งผลให้เครื่องจักรนั้นทำงานไม่ปกติ เครื่องจักรจึงเกิดความเสียหายและพังก่อนเวลาอันควร

สารบัญ

 

จารบีมีกี่ประเภท?: "ครบจบในตำราเดียว" เลือกจารบียังไงให้เหมาะสมกับเครื่องจักรของคุณ

ถ้าคุณพึ่งเคยเห็นตารางจารบีด้านบนนี้ คุณอาจจะสับสนได้ และดูไม่ถูกว่าสรุปต้องใช้ตัวไหนเป็นหลัก ก่อนที่คุณจะใช้ตารางนี้ได้ผมมีเคล็ดลับเล็กๆ วิธีดูว่าควรจะใช้จารบีประเภทไหนแบบเบื้องต้นเสียก่อน

ถ้าตารางด้านบนทำคุณสับสน ดูนี่ก่อน

วิธีคิดง่ายๆ ทุกโรงงานอุตสหกรรม ควรจะมีเจ้าตัวจารบีอเนกประสงศ์เบอร์ 2 ติดในโรงงานอยู่แล้ว (SKF LGMT 2) เพราะตัวนี เป็นจารบีธรรมดา เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ทำงานในความเร็วปานกลาง รับน้ำหนักได้ปานกลาง และอุณภูมิการทำงานทั่วๆ ไป

และค่อยมาดูว่าเครื่องจักรแต่ละอันของคุณ ทำงานภายใต้สภาวะดังนี้มั้ย...

วิธีเลือกจารบีฉบับกระทัดรัดเข้าใจง่าย

สภาวะ

รหัสจารบีที่แนะนำ

ทั่วๆไป LGMT 2 SKF จารบีอเนกประสงศ์
ทั่วๆไป แต่ใช้ตลับลูกปืนตัวใหญ่ (เพลา 100 มม. เป็นต้นไป) LGMT 3 SKF จารบีอเนกประสงศ์สำหรับลูกปืนขนาดใหญ่
เครื่องจักรทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 100 °C LGHP 2 SKF จารบีทนความร้อน
เครื่องจักรทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 150 °C LGEP 2 SKF จารบีทนความร้อนจัด
สภาวะโดยรอบมีความเย็น (เย็นสุดที่ -50 °C) หรือตลับลูกปืนทำงานต่ำกว่า 50 °C LGLT 2 SKF จารบีทนความเย็น
เครื่องจักรมีการสตาร์ทใหม่บ่อยๆ หรือต้องรับการกระแทกเป็นจังหวะอย่างรุนแรง หรือต้องรับแรงกดสูง LGEP 2 SKF จารบีทนแรงกดสูง
เครื่องจักรทำงานใกล้อาหาร หรือเป็นโรงงานอุตสหกรรมอาหาร LGFP 2 SKF จารบีสำหรับอาหาร
ถ้าคุณมีความต้องการลดสารพิษและรักโลก LGGB 2 SKF จารบีรักโลก

เลือกจารบีสำหรับอุตสหกรรมอาหารและยา

สภาวะ

รหัสจารบีที่แนะนำสำหรับอุตสหกรรมอาหารและยา

ทั่วๆไป LGFP 2 SKF จารบีอเนกประสงศ์
เครื่องจักรทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 100 °C LGED 2 SKF จารบีทนความร้อน
เครื่องจักรทำงานภายใต้ความร้อนเกิน 150 °C LGET 2 SKF จารบีทนความร้อนสูงพิเศษ
เครื่องจักรมีการสตาร์ทใหม่บ่อยๆ หรือต้องรับการกระแทกเป็นจังหวะอย่างรุนแรง หรือต้องรับแรงกดสูง LGFQ 2 SKF จารบีทนแรงกดสูง

แนะนำ: กระปุกอัดจารบีอัตโนมัติ LAGD 125 (SYSTEM 24)

เลือกจารบีสำหรับชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช้ตัวตลับลูกปืน

เหมาะสำหรับ

รหัสจารบีที่แนะนำสำหรับอุตสหกรรมอาหารและยา

คัปปลิ้งยอยแบบเฟืองหรือแบบกริด LMCG 1 SKF
ตลับลูกปืนกาบเพลา หรือใช้กับชุดเครื่องจ่ายจารบี หรือสภาวะที่มีความเย็นสูง LGLS 0 SKF
ใช้หล่อลื่นโซ่เฟืองที่ม่ีสภาวะที่มีอุณหภูมิปาณกลาง แต่มีฝุ่นผงกระจัดกระจายเยอะ เช่นเครื่องจักรที่อยู่ในโรงงานอุตสหกรรมน้ำตาลโรงงานอุตสหกรรมแป้งมัน LHMT 68 SKF
ใช้หล่อลื่นโซ่เฟืองที่ม่ีสภาวะที่มีอุณหภูมิสูง และต้องรับแรงสูง LHHT 265 SKF

 

ตารางราคาและขนาดบรรจุจารบีแต่ละรุ่น

*คุณสามารถกดที่รหัสสินค้าเพื่อเข้าไปดูราคาและสเปคจารบีเต็มๆ ได้เลย

รหัสสินค้า เบอร์จารบี ขนาดบรรจุ คุณสมบัติ (1) คุณสมบัติ (2) คุณสมบัติ (3)
LGEM 2/18 จารบีเบอร์ 2 ถัง 18 กิโล หนืดแข็งเป็นพิเศษ
LGEP 2/0.4 จารบีเบอร์ 2 หลอด 0.4 กิโล รับโหลดและแรงได้สูง รับแรงดันสูง
LGEP 2/1 จารบีเบอร์ 2 ถัง 1 กิโล รับโหลดและแรงได้สูง รับแรงดันสูง
LGEP 2/18 จารบีเบอร์ 2 ถัง 18 กิโล รับโหลดและแรงได้สูง รับแรงดันสูง
LGEP 2/5 จารบีเบอร์ 2 ถัง 5 กิโล รับโหลดและแรงได้สูง รับแรงดันสูง
LGFP 2/0.4 จารบีเบอร์ 2 หลอด 0.4 กิโล จารบีอเนกประสงค์
จารบีฟู้ด อุตสหกรรมอาหาร
LGFP 2/1 จารบีเบอร์ 2 ถัง 1 กิโล จารบีอเนกประสงค์
จารบีฟู้ด อุตสหกรรมอาหาร
LGHB 2/18 จารบีเบอร์ 2 ถัง 18 กิโล ทนความร้อนสูง หนืดแข็งเป็นพิเศษ
LGHB 2/5 จารบีเบอร์ 2 ถัง 5 กิโล ทนความร้อนสูง หนืดแข็งเป็นพิเศษ
LGHP 2/0.4 จารบีเบอร์ 2 หลอด 0.4 กิโล ทนความร้อนสูง
LGHP 2/1 จารบีเบอร์ 2 ถัง 1 กิโล ทนความร้อนสูง
LGHP 2/18 จารบีเบอร์ 2 ถัง 18 กิโล ทนความร้อนสูง
LGHP 2/5 จารบีเบอร์ 2 ถัง 5 กิโล ทนความร้อนสูง
LGLT 2/1 จารบีเบอร์ 2 ถัง 1 กิโล ทนความเย็น รับรอบจัดสูง
LGMT 2/0.2 จารบีเบอร์ 2 หลอด 0.2 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGMT 2/0.4 จารบีเบอร์ 2 หลอด 0.4 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGMT 2/1 จารบีเบอร์ 2 ถัง 1 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGMT 2/18 จารบีเบอร์ 2 ถัง 18 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGMT 2/5 จารบีเบอร์ 2 ถัง 5 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGMT 3/0.4 จารบีเบอร์ 3 หลอด 0.4 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGMT 3/1 จารบีเบอร์ 3 ถัง 1 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGMT 3/18 จารบีเบอร์ 3 ถัง 18 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGMT 3/5 จารบีเบอร์ 3 ถัง 5 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LGWA 2/1 จารบีเบอร์ 2 ถัง 1 กิโล ทนความร้อนสูง รับโหลดและแรงได้สูง รับแรงดันสูง
LGWA 2/5 จารบีเบอร์ 2 ถัง 5 กิโล ทนความร้อนสูง รับโหลดและแรงได้สูง รับแรงดันสูง
LNMT 3A/1 จารบีเบอร์ 3 ถัง 1 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LNMT 3A/18 จารบีเบอร์ 3 ถัง 18 กิโล
จารบีอเนกประสงค์
LNMT 3A/5 จารบีเบอร์ 3 ถัง 5 กิโล
จารบีอเนกประสงค์

ความหมายของเลขด้านหลังจารบี เช่นใน "LGMT 2" เลข 2 หมายถึงอะไร?

ตัวเลขด้านหลังของรหัสจารบีสื่อถึงความเหนียวข้นของเนื้อจารบี โดย SKF อิงจาก NGLI หรือค่ามาตราฐานการวัดความเหนียวข้นความหนืดแบบสากล อาจจะมีหลากหลายเบอร์แต่เบอร์ที่นิยมใช้ที่สุดในวงการตลับลูกปืนคือ NGLI เบอร์ 2 นั้นเอง

เบอร์ NGLI ASTM worked penetration (10^-1 mm) คุณลักษณะของเนื้อจารบีในอุณหภูมิห้อง
000 445–475 เหลวมาก
00 400–430 เหลว
0 355–385 เหลวเล็กน้อย
1 310–340 นุ่มมาก
2 265–295 นุ่ม
3 220–250 แข็งปานกลาง
4 175–205 แข็ง
5 130–160 แข็งมาก
6 85–115 แข็งยิ่งกว่าแข็ง

วิธีเลือกใช้จารบีแบบเจาะลึก: ตารางจารบีแบบครบสูตร

พารามิเตอร์ภายใต้การทำงานของตลับลูกปืน: อุณหภูมิการทำงาน

อุณหภูมิการทำงาน
L Low <50 °C (120 °F)
M Medium 50 to 100 °C (120 to 230 °F)
H High >100 °C (210 °F)
EH Extremely high >150 °C (300 °F)

พารามิเตอร์ภายใต้การทำงานของตลับลูกปืน: ค่าการรับแรง

ค่าโหลด การรับแรง
VH Very high C/P <2
H High C/P ~4
M Medium C/P ~8
L Low C/P ≥15

พารามิเตอร์ภายใต้การทำงานของตลับลูกปืน: ความเร็วรอบ

ความเร็วรอบ สำหรับตลับลูกปืนเม็ดกลม

DGBB

สำหรับตลับลูกปืนเม็ด

SRB/TRB/CARB

EH Extremely high n dm over 700 000
VH Very High n dm over 700 000
H High n dm over 500 000 n dm over 210 000
M Medium n dm over 300 000 n dm over 210 000
L Low n dm over 100 000 n dm up to 75 000
VL Very Low n dm below 30 000

เบอร์จารบี ตารางจารบี วิธีเลือกใช้จารบี

เลือกเบอร์จารบีจาก: อุณหภูมิการทำงาน ความเร็วรอบ การรับแรง

จารบี SKF อุณหภูมิการทำงานที่รองรับ Temp. Speed Load
LTL HTPL
LGMT 2 –30 °C
(–20 °F)
120 °C
(250 °F)
M M L to M
LGMT 3 –30 °C
(–20 °F)
120 °C
(250 °F)
M M L to M
LGEP 2 –20 °C
(–5 °F)
110 °C
(230 °F)
M L to M H
LGWA 2 –30 °C
(–20 °F)
140 °C
(285 °F)
M to H L to M L to H
LGGB 2 –40 °C
(–40 °F)
90 °C
(195 °F)
L to M L to M M to H
LGFP 2 –20 °C
(–5 °F)
110 °C
(230 °F)
M M L to M
LGFQ 2 –40 °C
(–40 °F)
140 °C
(285 °F)
L to H VL to M L to VH
LGBB 2 –40 °C
(–40 °F)
120 °C
(250 °F)
L to M VL M to H
LGLT 2 –50 °C
(–60 °F)
110 °C
(230 °F)
L to M M to EH L
LGWM 1 –30 °C
(–20 °F)
110 °C
(230 °F)
L to M L to M H
LGWM 2 –40 °C
(–40 °F)
110 °C
(230 °F)
L to M L to M L to H
LGEM 2 –20 °C
(–5 °F)
120 °C
(250 °F)
M VL H to VH
LGEV 2 –10 °C
(15 °F)
120 °C
(250 °F)
M VL H to VH
LGHB 2 –20 °C
(–5 °F)
150 °C
(300 °F)
M to H VL to M L to VH
LGHP 2 –40 °C
(–40 °F)
150 °C
(300 °F)
M to H M to H L to M
LGED 2 –30 °C
(–20 °F)
240 °C
(464 °F)
VH L to M H to VH
LGET 2 –40 °C
(–40 °F)
260 °C
(500 °F)
VH L to M H to VH

 

ค่าความหนืดจารบี เลือกเบอร์จารบีจาก: ชนิดน้ำมันที่ใช้ และความหนือของเนื้อจารบี

จารบี SKF สารให้ความหนืด/ชนิดน้ำมัน NLGI ความหนืด เพลาแนวตั้ง
LGMT 2 Lithium soap /
mineral oil
2 110
LGMT 3 Lithium soap /
mineral oil
3 125 +
LGEP 2 Lithium soap /
mineral oil
2 200
LGWA 2 Lithium complex soap /
mineral oil
2 185
LGGB 2 Lithium-calcium soap /
synthetic ester oil
2 110
LGFP 2 Aluminium complex /
medical white oil
2 150
LGFQ 2 Complex calcium
sulphonate/PAO
1-2 320
LGBB 2 Lithium complex soap /
synthetic PAO oil
2 68
LGLT 2 Lithium soap /
synthetic PAO oil
2 18
LGWM 1 Lithium soap /
mineral oil
1 200
LGWM 2 Complex calcium
sulphonate / synthetic
PAO oil / mineral oil
1-2 80
LGEM 2 Lithium soap /
mineral oil
2 500
LGEV 2 Lithium-calcium soap /
mineral oil
2 1020
LGHB 2 Complex calcium
sulphonate /
mineral oil
2 425
LGHP 2 Di-urea /
mineral oil
2-3 96 +
LGED 2 PTFE / synthetic
fluorinated
polyether oil
2 460

 

เลือกเบอร์จารบีจาก: สภาพแวดล้อมและวิธีการทำงานของเครื่องจักรของคุณ

จารบี SKF วงแหวนวงนอกหมุนด้วยความเร็ว ทำงานแบบส่ายไปมา แรงสั่นสะเทือนสูง แรงกระแทกเป็นจังหวะหรือต้องติด ๆ ดับ ๆครื่องจักรบ่อย สามารถป้องกันสนิม
LGMT 2 + +
LGMT 3 +
LGEP 2 + + +
LGWA 2 + +
LGGB 2 + + +
LGFP 2 +
LGFQ 2 + + + +
LGBB 2 + + + +
LGLT 2
LGWM 1 + + +
LGWM 2 + + + +
LGEM 2 + + + +
LGEV 2 + + + +
LGHB 2 + + + + +
LGHP 2 +
LGED 2 +
LGET 2 + +

 

สรุป

การเลือกใช้จารบีให้ถูกต้องเป็นอีก 1 สิ่งที่สำคัญที่สุดในการยืดอายุการใช้งานของตัวตลับลูกปืนและระบบส่งกำลังของเครื่องจักร ถ้าหากคุณมีคำถามสงสัยเพิ่มเติม สามารถโทรหรือไลน์เข้ามาสอบถามเราได้ที่ โทร: 02-639-4222 ไลน์ไอดี: @tms1987

 


ตารางเทียบสายพาน "ญี่ปุ่น(JIS) - SKF" (ล่าสุด 2026)

👉🏻ดาวน์โหลด ตารางเทียบสายพานที่นี่: ตารางเทียบสายพาน-skf-jis-belt-chart

การเทียบสายพานญี่ปุ่นทั่วๆไปด้วยกันไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ Bando หรือ Mitsuboshi ที่ทุกคนคุ้นเคยกันอาจจะเป็นเรื่องง่าย เพราะเราสามารถสั่งซื้อสายพานได้โดยใช้เลขเดียวกันตรงๆ เลย เช่นถ้าจะสั่งซื้อสายพาน Bando A40 แต่เดิมทีเคยใช้สายพาน Mitsuboshi A40 อยู่แล้ว การนำสายพานยี่ปุ่นมาใช้แทนกันนั้นสามารถทำได้ทันที

เพราะสายพานญี่ปุ่นนั้นใช้มาตราฐาน JIS หรือเป็นมาตราฐานเบอร์ของสายพานญี่ปุ่นทั่วๆไป

อย่างไรก็ตามถ้าคุณไปสั่งซื้อสายพาน SKF ในเบอร์เดียวกันเช่น เดิมทีใช้สายพาน Bando A40 แต่ไปสั่งซื้อสายพาน SKF PHG A40 ละก็ คุณจะพบปัญหาว่าความยาวของสายพานนั้นมันไม่เท่ากัน

เทียบสายพาน: ด้านความสูงและความกว้าง SKF-JIS

จริงๆแล้วขนาดความสูงและความกว้างของสายพาน SKF และ JIS นั้นมีขนาดที่เท่ากันตามมาตราฐานขนาดร่อง (M A B C D)

เช่นถ้าเทียบระหว่างสายพาน Bando A40 กับสายพาน SKF PHG A40 ถ้าสองเส้นจะมีขนาดความสูงและกว้างตามมาตราฐานขนาดสายพานไซส์ A อยู่แล้ว ดังนั้นในส่วนนี้ไม่มีปัญหาครับ ถ้าคุณใช้สายพานร่อง A อยู่แล้วการเปลี่ยนมาเป็น SKF นั้นคุณสามารถสั่งซื้อสายพานร่อง A และใช้ได้ทันที

เทียบสายพาน: ด้านความยาว SKF-JIS

อย่างไรก็ตามความยาวของสายพานหรือ Pitch Length ของมาตราฐาน SKF และของมาตราฐาน JIS นั้นใช้วิธีการวัดที่ไม่เหมือนกัน

โดยที่ถ้าดูจากรูปด้านบนนี้: ความยาวของสายพานของ SKF นั้นใช้การวัดจากแกนกลางของสายพาน แต่ความยาวสายพานของสายพานมาตราฐานญี่ปุ่นนั้นใช้การวัดจากส่วนหลังของสายพาน

ความแตกต่างระหว่างเบอร์สายพานระหว่าง SKF-JIS

ดังนั้นเบอร์ที่อยู่บนรหัสของสายจึงมีความแตกต่างกัน คุณจึงไม่สามารถที่จะนำ SKF PHG A40 มาทดแทนใช้กับ Bando A40 ได้ตรงๆเพราะสายพาน SKF นั้นวัดจากข้างแกนกลางของตัวสายพาน เบอร์สายพานที่ของ SKF จะเทียบได้กับ Bando A40 นั้นก็คือ SKF PHG A39 ซึ่งจะมีขนาดความยาวใกล้เคียงกันมากๆ และสามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้

ดาวน์โหลด ตารางเทียบสายพานที่นี่: ตารางเทียบสายพาน-skf-jis-belt-chart


วิธีการเลือกตลับลูกปืน

9 ข้อ... วิธีการเลือกชนิดตลับลูกปืนให้เข้ากับเครื่องจักรของคุณ

คุณเคยรู้สึกสงสัยไหมครับว่าทำไมตลับลูกปืนจึงมีหลายชนิดและลักษณะที่แตกต่างกันไป แล้วคุณจะต้องเลือกตลับลูกปืนชนิดไหนเพื่อให้เหมาะสมกับงานและเครื่องจักรของคุณ

ตลับลูกปืนหรือแบริ่ง (Bearing) เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นตลับวงแหวน ภายในบรรจุด้วยเม็ดลูกกลิ้งเหล็ก มีหน้าที่เพื่อลดแรงเสียดทานและแรงกระแทกระหว่างเครื่องจักรและเพลา ตลับลูกปืนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานให้แก่เครื่องจักร เหมือนดั่งรถที่วิ่งอยู่บนถนนโดยมีล้อเป็นตัวนำพาให้ยานพาหนะเคลื่อนที่ได้โดยง่าย ดังนั้นตลับลูกปืนจึงมีความสำคัญต่อเครื่องจักรเป็นอย่างมาก

ตลับลูกปืนนั้นมีประเภทและรูปแบบที่แตกต่างกันไปทั้งตัวตลับวงแหวนและลูกเหล็กภายใน ยกตัวอย่างแค่ลูกเหล็กภายในก็มีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบเม็ดกลม เม็ดกระบอก หรือเม็ดเรียว สามารถมีแถวเดียว หรือสองแถวก็ได้

แต่ละประเภทและรูปแบบของตลับลูกปืนมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป มีความเหมาะสมของงานและเครื่องจักรที่ไม่เหมือนกัน เหมือนกับการเลือกล้อรถบรรทุกที่มีขนาดใหญ่หลายแถวเพื่อรองรับน้ำหนักที่มากแต่ทำความเร็วได้ต่ำ เทียบกับล้อรถมอเตอร์ไซทที่มีขนาดเล็กแถวเดียวเพื่อรองรับน้ำหนักที่น้อยแต่ทำความเร็วได้สูง ดังนั้นก่อนที่จะพิจารณาว่าเราควรเลือกใช้ตลับลูกปืนชนิดไหนให้เหมาะกับเครื่องจักร เราควรจะรู้ถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของตลับลูกปืนเสียก่อน

9 ข้อ กับวิธีเลือกชนิดตลับลูกปืนให้เข้ากับเครื่องจักรของคุณ

1. การรับแรงของตลับลูกปืนในแนวรัศมี

แรงที่มากระทบกับลูกปืนในแนวรัศมี หรือ Radial load เป็นแรงที่มากระทบกับลูกปืนที่ไม่ว่ามาจากน้ำหนักของตัวเพลาเองหรือน้ำหนักของสิ่งที่เพลากำลังรั่งไว้ หรือแรงที่มากระทบโดยรอบ ยกตัวอย่างเช่นเครื่องบดขนาดใหญ่ ที่ต้องรับทั้งน้ำหนักเพลา และแรงกดกจากการบด

เราต้องรู้ก่อนว่าเครื่องจักรของเรามีการรับน้ำหนักหรือมีแรงกระทบเยอะแค่ไหน เช่นถ้าหากเครื่องจักรของเรามีแรงกระทบมากในแนวรัศมี เราอาจจะเลือกใช้ตลับลูกปืนเม็ดหมอน เช่น เม็ดโค้งสองแถวหรือเม็ดทรงกระบอกเป็นต้น ซึ่งมีความสามารถในการรองรับแรงกดในแนวรัศมีที่มีปริมาณมากได้

2. การรับแรงรุนของตลับลูกปืนในแนวแกน

แรงที่มากระทบกับลูกปืนในแนวแกน หรือ Axial load เป็นแรงที่มากระทบในแนวแกนที่มีการเข้าและออกของเพลาในเครื่องจักร ยกตัวอย่างเครื่องจักรที่มีใบพัดอย่าง Blower เครื่องจักรประเภทนี้จะมีใบพัดที่คอยดึงหรือดันหรือเป็นการออกแรงในแนวแกนต่อตลับลูกปืนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเรารู้แล้วว่าตลับลูกปืนของเราจะต้องรับแรงในแนวแกนที่มาก เราก็จะสามารถเลือกชนิดของตลับลูกปืนเพื่อให้เหมาะกับเครื่องจักรของเรา โดยเฉพาะตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม เม็ดโค้งกันรุน และเม็ดเรียว ที่สามารถรับแรงรุนในแนวแกนที่สูงได้

3. ความเร็วรอบของเครื่องจักร

นอกจากการรับน้ำหนักและแรงรอบด้านแล้ว ในบางกรณีตลับลูกปืนนั้นอาจจะต้องทนทานต่อความเร็วที่เกิดขึ้นจากการหมุนของเครื่องจักรด้วย 

หากเลือกใช้ตลับลูกปืนไม่เหมาะสมโดยเฉพาะกับเครื่องจักรที่มีอัตราหมุนเร็ว ก็จะเกิดการเสียดสีภายในระหว่างเม็ดลูกกลิ้งและตลับวงแหวน ทำให้เกิดการสึกและลดอายุการใช้งานของตลับลูกปืน

ดังนั้นความเร็วรอบของเครื่องจักรถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการเลือกชนิดของตลับลูกปืน

ตลับลูกปืนแต่ละชนิดสามารถรองรับความเร็วรอบได้แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพื้นผิวสัมผัสของเม็ดลูกกลิ้งและตลับวงแหวน เม็ดลูกกลิ้งที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมจะมีพื้นผิวสัมผัสที่น้อย เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความเร็วสูง ต่างก้บเม็ดลูกกลิ้งที่มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกจะมีพื้นผิวสัมผัสที่มาก ไม่เหมาะสมกับงานที่ต้องใช้ความเร็ว แต่พื้นที่ผิวที่มากทำให้เม็ดรูปทรงกระบอกหรือเม็ดหมอนสามารถกระจายแรงโดยเฉพาะแรงในแนวรัศมีได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงโหลดเยอะ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างเป็นธรรมดา

4. ความร้อนของเครื่องจักร

ความร้อนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรคำนึงถึงไม่ว่าจะจากเกิดจากตัวเครื่องจักรเอง เช่นความร้อนที่เกิดขึ้นจากแรงเสียดสีภายใน หรือตำแหน่งของเครื่องจักรที่ใกล้กับวัตถุที่มีความร้อน เช่นเตาหรือหม้อต้ม ความร้อนเหล่านี้จะทำให้เหล็กขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นตัวเม็ดลูกกลิ้งเองก็ตาม หรือวงแหวนเหล็กภายนอกก็ตาม ทำให้เกิดการบีบอัดและเพิ่มแรงเสียดสีมากขึ้น ดังนั้นความร้อนจะส่งผลให้ตลับลูกปืนเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว หากเลือกชนิดที่ไม่เหมาะสมนั้นเอง

นอกจากชนิดของเหล็กที่การอัตราการขยายตัวที่ไม่เท่ากันแล้ว ค่าช่องว่างเผื่อภายในตลับลูกปืน หรือ Clearance ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดแรงเสียดสีภายในเมื่อเหล็กขยายตัว

กรณีศึกษา: ตลับลูกปืนทนความร้อน

มีลูกค้ารายนึงของเราเป็นโรงงานผลิตน็อต ตัวน็อตจำเป็นต้องวิ่งผ่านเตาอบซึ่งรองด้วยสายพานลำเลียง เหตุการณ์มีอยู่ว่าตลับลูกปืนที่มีหน้าที่รองรับน้ำหนักของตัวน็อตและสายพานลำเลียงเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

ใช้เพียงแค่ 2 อาทิตย์ก็พังซะแล้ว ดังนั้นเราจึงเข้าไปชี้แนะและแก้ปัญหาให้กับลูกค้าท่านนี้ โดยการเปลี่ยนตลับลูกปืนเป็นแบบตลับลูกปืนทนความร้อนสูง ซึ่งการใช้งานของตลับลูกปืนเพิ่มจาก 2 อาทิตย์ เป็น 10 เดือนกว่า

คุณโรงงานผลิตน็อตได้ประหยัดค่าแรงพนักงานที่ใช้ในการเปลี่ยนตัวน็อตได้ถึง 20 เท่า และยังสามารถดำเนินเครื่องจักรแบบไม่ติดขัด ซึ่งส่งผลให้ไม่มีการ Breakdown ของเครื่องจักรตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา

ดังนั้นหากคุณมีข้อสงสัย ข้อสอบถาม ทางเรายินดีให้ส่งทีมวิศวะของเราเข้าไปดูแลคุณ และสามารถให้คำแนะนำได้ เพื่อให้ต้นทุนโดยรวมของคุณต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

5. เนื้อที่การจัดวางและปฏิบัติ

ในบางครั้งการจัดวางของเพลาและเครื่องจักรอยู่ในตำแหน่งที่ถอดประกอบได้ยาก อาจไม่สะดวกในการติดตั้งเนื่องด้วยพื้นที่ที่จำกัด หรือเพลาที่มีขนาดยาวไม่เหมาะแก่การถอดตลับลูกปืนออกมา อาจจะต้องมีการปรับเปลื่ยน ลื้อ หรือย้ายหลาย ๆ อย่างจนวุ่นวายไปหมด สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ติดตั้งและถอดประกอบ เพราะการจะเปลี่ยนแปลงหรือจัดสันหาเนื้อที่เพิ่มอาจจะเป็นไปได้ยาก

กรณีศึกษา: ตลับลูกปืนแบบแยกชิ้นประกอบ (Split Bearing)

จากลูกค้าของเราที่ประสบปัญหานี้ ลูกค้าไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนตลับลูกปืนในจุดที่คับแคบเกินไปได้ เราจึงนำเสนอ Solution ที่แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้โดยการใช้ Split Bearing หรือตลับลูกปืนที่สามารถแยกชิ้นส่วนได้ ลูกค้าสามารถนำไปประกอบทีละท่อนได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วนหลาย ๆ อย่างออกมา เมื่อประกอบเสร็จก็โดนล็อกไว้อย่างแน่นหนาใช้ได้ไปอีกนานเลยทีเดียว

6. ความสำคัญของเครื่องจักร

อีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลยคือความสำคัญของเครื่องจักร เพราะบางทีคุณก็คงไม่อยากเพิ่มต้นทุนกับอะไรที่เกินความจำเป็น เครื่องจักรบางประเภท ผู้ประกอบการไม่มีปัญหาในการรอซ้อมติดตั้งใหม่ และสามารถเปลี่ยนหรือทดแทนได้ง่าย

ยกตัวอย่างเครื่องจักรที่มีความสำคัญน้อย คือเครื่องจักรที่ใช้งานไม่หนัก ไม่ต้องใช้ความแม่นยำ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่รุนแรงมากนัก เช่นเครื่องจักรทางการเกษตร เครื่องจักรทอผ้า หรือเครื่องจักรบรรจุขนาดเล็ก

Y-Bearing หรือตลับลูกปืนตุ๊กตา เหมาะกับชิ้นงานที่มีลักษณะไม่สำคัญมากและหรือต้องการความสะดวกสบายในการถอดประกอบ ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และเหมาะแก่งานที่ไม่หนักมาก

7. ความคงที่ของพื้นที่ตั้งเครื่องจักร

ความคงที่ของพื้นที่ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Rigidity

คุณอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วความคงที่จะมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับการเลือกใช้ตลับลูกปืน


เกี่ยวแน่นอนครับ ถ้าพื้นที่การจัดวางของเครื่องจักรของเราไม่มีความแข็งแกร่งหรือมีความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเกิดจากฐานรองที่ไม่แข็งแรง แผ่นรองเครื่องจักรที่ไม่แข็งแรง หรือพื้นดินทรุดลง อาจจะก่อให้เกิดการเยื้องแนวได้

เพราะถ้ามีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นกับจุดที่เครื่องจักรตั้ง ตลับลูกปืนของเราจะถูกบดบี้ด้วยการทำงานแบบ Misalignment (หรือค่าความคลาดเคลื่อนขององศาในการติดตั้ง หรือก็คือการติดตั้งแบบไม่ตรงศูนย์นั้นเอง)

ตลับลูกปืนจะมีผลกระทบอย่างแรงและทำให้ลูกปืนเสียหายได้ง่าย ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าพื้นที่ฐานรองเครื่องจักรของคุณไม่นิ่ง เราแนะนำให้เลือกใช้ตลับลูกปืนที่สามารถให้ตัวได้ เช่นตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถว หรือตลับลูกปืน Self-Aligning Ball Bearing ซึ่งมีคุณสมบัติรองรับการเยื้องแนวหรือแอ่นตัวของเพลาโดยไม่กระทบต่อการหมุมของตลับลูกปืน

8. ความไม่สม่ำเสมอของแรงที่มากระทบ

เครื่องจักรบางตัวอย่าง Crusher ที่ต้องคอยบดชิ้นส่วนวัตถุที่วนเวียนเข้ามา ทำให้มีแรงกระทบต่อตลับลูกปืนที่ไม่สม่ำเสมอและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้ตลับลูกปืนสึกหรอและมีโอกาสทำให้เกิดการเยื้องแนวของตลับลูกปืนได้

ดังนั้นการเลือกตลับลูกธรรมดาๆ อาจจะส่งผลให้เครื่องจักรพังอย่างรวดเร็วก็เป็นได้

เช่นถ้าหากว่าเราเลือกตลับลูกปืนเม็ดกลมในงานจำพวกแบบนี้ (ซึ่งไม่เหมาะสม) ตลับลูกปืนเม็ดกลมใช้เม็ดลูกกลิ้งกลมๆที่มีผิวสัมพัสเป็นจุดโฟกัสอยู่จุดเดียว ดังนั้นเวลาเกิดการกระแทกอย่างไม่เป็นจังหวะอาจจะทำให้ผิวรางวิ่งของตลับลูกปืนสึกหรออย่างรวดเร็วมากกว่าการใช้ตลับลูกปืนชนิดอื่นเป็นต้น

ในกรณีแบบนี้เราจึงแนะนำให้ใช้ตลับลูกปืนที่มีเม็ดลูกกลิ้งลักษณะเม็ดหมอนที่สามารถรับการเยื้องแนวได้เพื่อกระจายแรงสัมผัสออกผ่านพื้นผิวที่มากขึ้นและยังรับการเยื้องแนวได้อีกด้วย เช่น ตลับลูกปืนเม็ดโค้งสองแถวปรับแนวได้ Spherical Roller Bearing อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

9. สภาพแวดล้อม

เครื่องจักรของคุณอยู่ในจุดที่เปิดรับฝุ่นละอองหรือความชื้นเยอะขนาดไหน?

ตลับลูกปืนเม็ดกลมที่ใช้กันแพร่หลายนั้น มีฝาปิดเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นหรือละอองเข้ามาในรางวิ่งของตลับลูกปืน เรามีฝาทั้งสองแบบคือแบบฝายางและแบบฝาเหล็ก

ถ้าหากฝุ่นเยอะละอองเยอะ คุณก็อาจจะต้องเลือกใช้ตลับลูกปืนที่มีฝาแบบเหล็กมาปิด

แต่ถ้าหากคุณอยากปกป้องตลับลูกปืนคุณให้ยาวนานขึ้นไปอีก โดยที่เครื่องจักรคุณไม่ได้ใช้ความเร็วรอบจัดจนเกินไป บางทีเราอาจจะแนะนำเป็นตลับลูกปืนที่เป็นฝายางให้คุณก็เป็นได้

สรุป

9 ข้อสั้นๆ จำง่ายๆ ไม่ต้องจำก็ได้นะ โทรเข้ามาถามเราได้เลย

  1. การรับแรงของตลับลูกปืนในแนวรัศมี
  2. การรับแรงรุนของตลับลูกปืนในแนวแกน
  3. ความเร็วรอบของเครื่องจักร
  4. ความร้อนของเครื่องจักร
  5. เนื้อที่การจัดวางและปฏิบัติ
  6. ความสำคัญของเครื่องจักร
  7. ความคงที่ของพื้นที่ตั้งเครื่องจักร
  8. ความไม่สม่ำเสมอของแรงที่มากระทบ
  9. สภาพแวดล้อม

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย! เรามีทีมวิศวะพร้อมที่จะคอยให้คำตอบและคำแนะนำคุณและแก้ปัญหาให้คุณเพื่อลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนโดยรวมของคุณ


ปัญหาตลับลูกปืนพัง1

"เครื่องจักรพัง ตลับลูกปืนแตก": 5 ปัญหาใหญ่ที่คุณคาดไม่ถึง

“ตลับลูกปืนแตกอีกละ ซื้อก็บ่อย ถอดก็ยาก ติดตั้งก็ยาก เบอร์อะไรเยอะแยะไปหมด ปวดหัว.. ยี่ห้อนี้ใช้ไม่ดีเลย แพงก็แพง” คงได้ยินกันจนชินว่าตลับลูกปืนในเครื่องจักรแตกอีกแล้ว ทำให้เครื่องจักรหยุดทำงาน ยี่ห้อไหนๆ ก็เหมือนๆกัน

ไม่จริง! SKF ไม่เหมือนใคร

หลายๆท่านคงเห็นว่า SKF ใช้ 3 อาทิตย์พัง ใช้ยี่ห้อญี่ปุ่น 2 อาทิตย์พัง ยั่งงี้ใช้ยี่ห้อญี่ปุ่นดีกว่าถูกกว่าตั้งเยอะ

จริงครับ ในกรณีที่เราปฏิบัติไม่ถูกต้อง 100% ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็พังเหมือนกันหมด แต่ถ้าหากว่าเราแก้ปัญหาจากต้นเหตุได้ดีทั้งหมดผมบอกตรงๆเลย SKF โหดกว่ายี่ห้ออื่นเป็นอย่างแน่นอนครับ

ตลับลูกปืนเหมือนเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องจักรเพราะว่าตลับลูกปืนตัวที่บ่งบอกถึงอายุการใช้งานของเครื่องจักร เพียงเหตุผลง่ายๆ เพราะว่าตลับลูกปืนนั้นเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดในเครื่องจักรส่วนใหญ่

ทำไมตลับลูกปืนถึงแตกง่ายจัง มันเป็นหัวใจของเครื่องจักรอย่างไรละ?

ตลับลูกปืนเป็นจุดที่ประคองให้จุดหมุนเคลื่อนไหวและจุดนิ่งอยู่ด้วยกัน มันมีหน้าที่คือลดแรงเสียดทานลง (Friction) รวมถึงการรับแรง (Load) ดังนั้นตลับลูกปืนถือว่าเป็นจุดของเครื่องจักรที่อ่อนไหว และโดนทำร้ายมากที่สุดถ้ามีอะไรผิดปกติ

5 ปัญหาใหญ่ๆ ที่ทำให้ตลับลูกปืนในเครื่องจักรของคุณแตกก่อนวัยอันควร

1. การเสียหายที่เกิดจากความล้า (Mechanical Fatigue 25.5%)

ความเสียหายที่เกิดจากความล้านั้นแปลง่ายๆคือเหมือนคนเรา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในตลับลูกปืนการที่มันโดนสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งาน พอถูกใช้ไปมันก็ต้องเสื่อมสภาพตามอายุงานและสุดท้ายก็พังไปตามธรรมดา

การที่เราสามารถลดความเสียหายที่ไม่จำเป็นหรือการจากไปของตลับลูกปืนก่อนวัยอันควรนั้นจะลดต้นทุนของการเป็นเจ้าของเครื่องจักรได้อย่างมหาศาล จาก 25.5% โดยเฉลี่ยให้เราลองคิดเล่นๆ ดูว่าถ้าเราเพิ่มความเสียหายที่เกิดจากความหล้าธรรมาชาติเป็น 100% ละก็ ต่อปีเราจะสามารถลดค่าใช้จ่ายของตลับลูกปืนโดยรวมได้เท่าไหร่

โดยสรุป

  • มีเพียงแค่ 25.5% ของลูกปืนในเครื่องจักรเท่านั้นที่เสียหายโดยธรรมชาติ อีก 74.5% เสียหายโดยที่เป็นข้อผิดพลาดจากผู้ใช้งานโดยตรง

2. การเก็บรักษาในคลังและการเคลื่อนย้ายของตลับลูกปืน (Storing and Handling 2.8%)

การเก็บรักษาและการเคลื่อนย้ายอาจจะไม่ใช่ประเด็นใหญ่ในวงการตลับลูกปืนซักเท่าไหร่ถ้าดูจากโอกาศการเกิด (เป็นเพียงแค่ 2.8%) อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าทางโรงงานของคุณเก็บรักษาหรือเคลื่อนย้ายตลับลูกปืนไม่ดีหรือไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้ตลับลูกปืนเสียหายรวดเร็วมากๆ

การสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นใกล้ๆ คลังเก็บตลับลูกปืน

การเก็บตลับลูกปืนในที่ที่ไม่คงที่ มีการสั่นสะเทือนตลอดเวลา เช่นถ้าคลังสินค้าตลับลูกปืนอยู่ใกล้เครื่องจักรใหญ่ๆที่มีแรงสั่นสะเทือนแรงๆ เป็นจังหวะๆ อาจจะทำให้ตลับลูกปืนที่นอนอยู่ในคลังเฉยๆ ได้รับแรงสั่นสะเทือนตามไปด้วยและมีโอกาศเกิดความเสียหายสูง

การเก็บตลับลูกปืนหรือจารบีนานจนเกินอายุ

หลายคนคงสงสัยว่า เอ้ย เก็บตลับลูกปืนนานเกินไปจะพังได้ยังไง ตลับลูกปืนเป็นเหล็กนะ

ตลับลูกปืนส่วนใหญ่จะถูกเคลือบด้วยน้ำยาป้องกันสนิมหรือสารหล่อลื่นมาจากโรงงาน การที่เรากักเก็บตลับลูกปืนนานจนเกินไป อาจจะทำให้สารป้องกันสนิมเสื่อมสภาพและเกาะเป็นคราบตามตลับลูกปืนหรือไม่สามารถทำหน้าที่กันสนิมได้ดีเหมือนเคย และอาจจะส่งผลให้ตลับลูกมีอายุการใช้งานที่สั้นลง

การขนย้ายตลับลูกปืน

การขนย้ายตลับลูกปืนก็เป็นผลอย่างมาก เพราะในบางอุตสหกรรมหรือคลังเก็บสินค้า มีสินค้ามากมาย และด้วยพนักงานที่เข้าใจว่าตลับลูกปืนนั้นเป็นเหล็ก คงไม่เกิดความเสียหาย หากต้องโยนตลับลูกปืนไปมา

ความที่ไม่รู้ว่ารหัสตลับลูกปืนสื่อถึงอะไร

และบางทีนายช่างจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่รู้วิธีการอ่านหรือแกะรหัสตลับลูกปืน จึงใช้วิธีแกะกล่องและฉีกซองตลับลูกปืนออกมาเพื่อใช้เวอร์เนียวัด โดยการใช้เวอร์เนียวัดที่ตลับลูกปืนโดยตรงเนื่องจากไม่รู้วิธีการแกะรหัสตลับลูกปืน นี่แหละครับทำให้มีโอกาสเกิดสนิมและมีฝุ่นปะปนในรางวิ่งของตลับลูกปืน และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรวดเร็วเมื่อนำตลับลูกปืนมาใช้จริงๆ

โดยสรุป

  • การเก็บรักษาไม่ดี
  • การขนย้ายไม่ดี หรือรุนแรง
  • วิธีการวางตลับลูกปืนควรวางแนวนอน
  • แกะออกจากห่อโดยที่ไม่ได้นำไปใช้ทันที

3. ฝุ่นน้ำหรือสสารเจือปน (Contamination 19.9%)

ในบางโรงงานอุตสาหกรรมอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะป้องกันสิ่งเจือปนเนื่องจากมีฝุ่นผงฟุ่งทั่วลายน์การผลิต เช่น โรงงานแป้ง เป็นต้นและในโรงงานกระดาษหนึ่งในขบวนการในลายน์ผลิตมีการฉีดน้ำซึ่งเป็นประเด็นทำให้มีโอกาศทำให้ตลับลูกปืนเจือปนกับน้ำได้ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับตลับลูกปืนอย่างรุนแรง

ในบางกรณีบางท่านอาจพบสนิมที่เกิดจากความชื่นทั้งๆที่ในบริเวรที่ปฏิบัติงานไม่มีโอกาศที่ตลับลูกปืนจะโดนน้ำเลยแม้แต่น้อย เหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นเมื่อตลับลูกปืนหยุดทำงานเป็นเวลานาน ความชื้นในอากาศจึงเข้าไปแทรกตัว ดังนั้นการหยุดเครื่องจักรเป็นเวลานานควรตรวจสอบสภาพเครื่องจักรอีกครั้งหนึ่งก่อนจะดำเนินงานใช้เครื่องจักรใหม่อีกครั้ง

แต่ในกรณีที่เราสามารถป้องกันได้คือเช่นในขณะประกอบตลับลูกปืน ถ้าหากว่าเรารักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อมได้ดี และใช้อุปกรณ์ที่สะอาดในการปฏิบัติงานก็สามารถป้องกันการเจือปนได้ระดับนึงแล้ว

โดยสรุป

  • ไม่ดูแลรักษาความสะอาด
  • ด้วยความที่ไม่รู้ ผู้ใช้อาจจะแกะฝาออกจากตัวตลับลูกปืนเพื่อเติมจารบีจนทำให้ซีลตลับลูกปืนได้รับความเสียหาย
  • ใช้ตลับลูกปืนหรือระบบป้องกันการรั่วซรึมที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม

4. การประกอบติดตั้งตลับลูกปืนที่ไม่ถูกต้อง (Bearing Mounting 17.7%)

การประกอบตลับลูกปืนด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม

การประกอบติดตั้งหรือถอดตลับลูกปืนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นายช่างในโรงงานอุตสากรรมส่วนใหญ่มักหาอุปกรณ์ใกล้ตัวมาใช้เพื่อทำการประกอบตลับลูกปืน บางท่านใช้ฆ้อนทุบไปที่ตลับลูกปืนโดยตรงเพื่ออัดตลับลูกปืนเข้าไปในเพลา

การตอกตลับลูกปืนโดยตรงด้วยฆ้อนนั้นสร้างความเสียหายกับตลับลูกปืนอย่างรุนแรงเนื่องจากเป็นการกระแทกตลับลูกปืนอย่างรุนแรง

พิกัดงานสวมตลับลูกปืน

นอกเหนือจากการประกอบแล้วก็ยังมีเรื่องพิกัดงานสวมอีก (Fit & Tolerance) การสวมใส่ตลับลูกปืนเข้ากับเพลานั้นต้องไม่แน่นเกินไปและไม่หลวมจนเกินไป

การตั้งศูญย์ตลับลูกปืนและเสื้อระหว่างการประกอบ

รวมไปถึงการจัดวางศูญย์ตลับลูกปืนโดยใช้อุปกรณ์การจัดศูญย์ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใดๆ เข้าไปช่วยจัดศูญย์เลย ส่งผลให้เกิดการเยื้องแนว หรือ Misalignment ซึ่งจะส่งผลให้ตลับลูกปืนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

การใช้ตลับลูกปืนในบทบาทที่ผิดๆ (ข้าง Free และข้าง Fixed)

การจัดวางตลับลูกปืนนั้น ควรจะมีข้างใดข้างนึงที่ปล่อยให้ตลับลูกปืนสามารถขยับตัวได้ เพราะในขณะที่เพลากำลังหมุนด้วยความเร็วสูง เพลาจะเกิดความร้อนและขยายตัวโดยธรรมชาติ ทำให้ตลับลูกปืนมีความจำเป็นต้องดันตัวเองออกด้านข้าง หากเราวางตลับลูกปืนที่ไม่สามารถให้ตัวได้ในแนวแกน ตลับลูกปืนจะเกิดความเค้นออกด้านข้าง และเสียหายอย่างรวดเร็ว

โดยสรุป

  • การประกอบตลับลูกปืนโดยไม่ใช้อุปกรณ์ที่ปลอดภัยและถูกต้อง
  • ไม่ดูพิกัดงานสวมให้ดี และกลึงเพลาในขนาดที่ไม่เหมาะสมกับตลับลูกปืน
  • ประกอบตลับลูกปืนโดยไม่ใช้อุปกรณ์วัดศูญย์หรือทำอย่างผิดๆ
  • จัดวางตลับลูกปืนไม่เหมาะสม (ข้าง Fixed - ข้าง Free)

5. การใช้หรือเติมสารหล่อลื่นไม่ถูกต้อง (Lubrication 34.4%)

ไม่ว่าจะเป็นการเติมสารหล่อลื่นที่ไม่ถูกประเภท หรือการเติมสารหล่อลื่นมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ก็ส่งผลให้ตลับลูกปืนมีความเสียหายทั้งหมด 

เติมสารหล่อลื่อในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไป

โดยปกติช่างจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น มักใช้สโลแกนนึงในการเติมสารหล่อลื่นคือ “ไม่ปลิ้นไม่เลิก” คือการที่ใช้ที่อัดฉีดสารหล่อลื่นจนฉีดเข้าไปที่ในเสื้อตลับลูกปืนจนกว่าจะมีสารหล่อลื่นปลิ้นออกมาจากตัวเสื้อของตลับลูกปืน หารู้ไม่ว่าเมื่อเติมสารหล่อลื่นมากจนเกินไปก็จะทำให้ตลับลูกปืนร้อนเกินไปในขณะทำงานและไม่สามารถขยับตัวได้ดีเนื่องจากมันเบียดกันมากเกินไป อย่างไรก็ตามเมื่อเติมสารหล่อลื่นน้อยเกินไปก็เกิดการเสียดสีของเหล็กกับเหล็ก (Metal to metal contact) เนื่องจากมีสารหล่อลื่นไม่เพียงพอ

เติมชนิดของสารหล่อลื่นที่ไม่เหมาะสมกับงาน

โรงงานอุตสหกรรมส่วนใหญ่จะซื้อจารบีประเภทเดียวที่ใช้กับทุกงาน

ในบางกรณี ตลับลูกปืนทำงานอยู่ภายใต้ความร้อนจัด สารหล่อลื่นธรรมดาๆ ไม่สามารถรับไว้ได้ จึงทำให้สารหล่อลื่นมีความเหลวมากขึ้น และไม่สามารถเกาะตัวอยู่กับรางวิ่งได้เพียงพอ

หรือในบางกรณีในงานที่ตัวตลับลูกปืนต้องรับแรงสูง (High Load) จารบีปกติจะไม่สามารถรับแรงกดทับได้สูงมากนัก ทำให้ตัวจารบีปลิ้นออกมาจากตลับลูกปืนจนหมด จนเกิดภาวะขาดสารหล่อลื่น และเสียหายในที่สุด

โดยสรุป

  • เติมสารหล่อลื่นมากจนเกินไป
  • เติมสารหล่อลื่นน้อยจนเกินไป
  • ไม่ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะ

สรุป

ทั้งหมด 5 ปัญหานี้เป็นเพียงสาเหตุของความเสียหายแบบภาพใหญ่ๆ ถ้าท่านใดอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือข้อมูลเชิงลึก ท่านสามารถโทรมาติดต่อสอบถามเราได้ที่ บริษัท เตียวโม่วเส็ง จำกัด 02-639-4222

สุดท้ายนี้เรามีคำถามให้คุณลองสังเกตเล่นๆระหว่างปฏิบัติงาน ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูจากคำถามต่อไปนี้:

  1. ตลับลูกปืนในเครื่องจักรของคุณเสียเร็วไปหรือปล่าว ? เร็วแค่ไหน? 3 อาทิตย์ ? 2 เดือน ?
  2. คุณคิดว่าสาเหตุของความเสียหายนั้นตกอยู่ในข้อใด ?
  3. คุณมีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร ?

ถ้าหากคุณสนใจวิธีการ ลดต้นทุนโดยรวมของการเป็นเจ้าของเครื่องจักร โดยการเสริมความรู้ด้านตลับลูกปืน เครื่องส่งกำลัง สารหล่อลื่น หรือ อุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ คุณสามารถติดตามข่าวสารสาระความรู้สนุกๆ แอดไลน์เราเข้ามาได้ที่ @tms1987